เข้าสู่ระบบผ่าน

ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี นิยาย บท 82

หลังจากผู้เล่นเข้าไปในห้อง พวกเขาจะได้ยินเสียงพากย์คอยให้คำแนะนำ

หลังจากเลือกตัวเลือกได้แล้วเดินผ่านไปตามระเบียง เสียงพากย์ก็จะเริ่มเย้ยหยันตัวเลือกที่ผู้เล่นเลือก

ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้เล่นกำลังชั่งใจระหว่างตัวเลือก ‘ตั้งกำแพงเพดานค่าใช้จ่ายสูง’ กับ ‘ตั้งกำแพงเพดานค่าใช้จ่ายต่ำ’ ก็จะได้ยินเสียงพากย์ดังขึ้นว่า

…

ดีมาก เมื่อกี้คุณเลือก ‘ขายของเพิ่มในเกม’ แทน ‘ขายตัวเกม’ เป็นช่องทางหากำไรหลัก

คุณเลือกตามคำแนะนำของฉัน

บอกเลยว่าตัดสินใจถูกแล้ว ขายของเพิ่มในเกมเป็นวิธีที่ดีในการหาเงิน ใครกันจะไม่เลือกข้อนี้

ทีนี้เจอปัญหาใหม่

ระหว่าง ‘ตั้งกำแพงเพดานค่าใช้จ่ายสูง’ กับ ‘ตั้งกำแพงเพดานค่าใช้จ่ายต่ำ’ จะเลือกอะไรดี

การตั้งกำแพงเพดานค่าใช้จ่ายสูงคือการขายไอเทมในเกมแพงๆ เหมือน…ปืนกิเลนเพลิงราคาแปดร้อยแปดสิบแปดหยวน

ส่วนการตั้งกำแพงเพดานค่าใช้จ่ายต่ำคือการตั้งราคาไอเทมในเกมไว้ต่ำๆ เช่น ไอเทมที่แพงที่สุดในเกมจะราคาประมาณสิบหยวน

ฉันขอแนะว่า… คุณควรเลือกตั้งกำแพงเพดานค่าใช้จ่ายสูง

ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษ แต่ถ้าเลือกข้อนี้จะได้กำไรมากกว่าใช่ไหมล่ะ

ถ้าคุณอยากตั้งกำแพงเพดานค่าใช้จ่ายต่ำเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของเกม ทำไมไม่เลือก ‘ขายตัวเกม’ ไปตั้งแต่ต้นล่ะ

เพราะฉะนั้นคุณควรเลือก ‘ตั้งกำแพงเพดานค่าใช้จ่ายสูง’ นี่คือตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุด

…

หลังจากผู้เล่นเลือกตัวเลือกแล้วเดินเข้าประตูตามตัวเลือกไป เสียงพากย์ก็จะดังขึ้นต่อตรงระเบียง แต่เสียงจะแตกต่างไปตามประตูที่เลือก

…

‘ตั้งกำแพงเพดานค่าใช้จ่ายสูง’…

โอ้ๆๆ กะแล้วว่าคุณต้องเลือกข้อนี้

คุณเลือกเงินแทนความฝันใช่ไหม

ตอนเป็นผู้เล่น คุณเอาแต่ก่นด่าสาปแช่งพวกนักออกแบบเกมที่หิวกระหายเงินเกินควร แต่พอมาลองทำเกมเอง สิ่งเดียวที่คุณกลัวกลับกลายเป็นว่าราคาของในเกมจะถูกเกินไป

ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องอธิบายอะไรหรอก ธรรมชาติมนุษย์ก็แบบนี้แหละ

ที่คุณทำก็เป็นเรื่องปกติในวงการเกมแหละ ไม่ต้องมองเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร

แต่คุณคิดบ้างหรือเปล่าว่าเกมอาจจะทำเงินไม่ได้ แถมยังได้กระแสด้านลบอีก

ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า

พร้อมเป็นนักธุรกิจหน้าเลือดแล้วหรือยัง อย่าลืมเตรียมใจโดนด่าระหว่างนั่งนับเงินไว้ด้วยนะ

…

‘ตั้งกำแพงเพดานค่าใช้จ่ายต่ำ’…

เลือกได้โง่มาก

ทำไมไม่ฟังฉัน

กะไว้แล้วว่าคุณต้องพยายามรักษาภาพลักษณ์ แต่รู้ไหมว่าต้องแลกกับกำไรที่จะทำได้ไปมากเท่าไหร่

ยอดขาดทุนของคุณไม่คงที่ ยิ่งเกมดังแค่ไหน ก็เท่ากับว่าคุณขาดทุนมากเท่านั้น!

ลองคิดดูสิ คุณต้องเสียเงินหลายล้านเพราะการตัดสินใจโง่ๆ ครั้งเดียว…

เสียดายไหมล่ะ

เสียใจด้วยนะ แต่คุณเลือกไปแล้ว ถอยไม่ได้แล้วละ

ว่าไงนะ ไม่เสียดายเหรอ

โอเค เชิญหัวรั้นเชื่ออย่างนั้นต่อไปเถอะ ฉันมั่นใจว่าพอเห็นยอดเงินแล้ว คุณจะอยู่ไม่เป็นสุขแน่

ยังไงฉันก็ยังคิดว่าคุณเลือกได้โง่มากๆ

แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ครั้งต่อไปฉันจะแนะนำทางที่ถูกให้คุณเอง

ยังมีเวลาแก้ไขสถานการณ์อยู่ถ้าคุณเชื่อฟังที่ฉันบอก

…

ตามการออกแบบของเผยเชียน เสียงพากย์มีหน้าที่สองอย่าง

หน้าที่แรกคือเป็นเสียงพากย์สุดเข้มงวดที่ทำให้ผู้เล่นไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับเกม เสียงพากย์จะคอยย้ำเตือนอยู่ตลอดว่านี่เป็นแค่เกมเพื่อกันไม่ให้ผู้เล่นรู้สึกเข้าถึงตัวเกม

อีกหน้าที่คือคอยยั่วยุกวนบาทาผู้เล่น!

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เยี่ยมไปเลย!

นอกจากนี้เสียงพากย์ยังคอยหลอกล่อให้ผู้เล่นเลือกทางที่ผิด

ถ้าเลือกตามที่เสียงพากย์บอก ผู้เล่นจะได้พบฉากจบที่แย่ที่สุดของเกม จากนั้นก็จะโดนเสียงพากย์เยาะเย้ยต่อ!

เสียงพากย์จะคอยเย้ยหยันว่าผู้เล่นเป็นบอสที่เชื่อคนง่าย โลเล ไม่มีจิตสำนึกและใจรักในการสร้างเกม…

คำเย้ยหยันทั้งหมดแสนรุนแรงต่อจิตใจ!

มีใครเคยเห็นเกมที่ด่าผู้เล่นแบบนี้มากก่อนหรือเปล่า

จากนั้นอีกฝ่ายก็ส่งที่อยู่ตึกสำนักงานแห่งหนึ่งในเมืองจิงโจวมาให้พร้อมค่าเดินทางไปกลับ

นี่คือเหตุผลว่าทำไมวันนี้เขาจึงมาอยู่ที่เมืองจิงโจวได้

พอมาถึงก็มีคนที่เหมือนจะเป็นนักศึกษาออกมาต้อนรับ เขาชื่อหม่าหยาง

หม่าหยางดูอ่อนต่อโลก ไม่คิดอะไรมาก และดูจะหัวช้าอยู่หน่อยๆ

จางหยวนคิดว่าเจ้าเด็กนี่ไม่น่าจะเป็นคนจ่ายค่าตอบแทนสามพันหยวนให้เขาแน่

แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ นักศึกษาที่ชื่อหม่าหยางเดินนำเขาเข้าบริษัทแล้วบอกเขาว่าเจ้าของบริษัทที่ชื่อบอสเผยอยากพบปะพูดคุยกับเขา

จางหยวนรู้สึกได้เปิดโลกมากขึ้นหลังจากเดินเข้ามาในบริษัท

มองปราดแค่รอบเดียวก็รู้ได้ว่าบริษัทนี้ร่ำรวย มีเงินทุนใช้ไม่ขัดสน!

พอมองไปตรงประตูก็เห็นป้ายบริษัทเถิงต๋าเน็ตเวิร์กเทคโนโลยี!

เขาเอาชื่อบริษัทไปค้นในเว็บเชียนตู้ดูก็พบว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทที่สร้างเกมแม่ทัพผีกับเกมฐานทัพกลางทะเล

บริษัทเกม ดูท่าจะรวย ไม่น่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลหรอก!

จางหยวนรู้สึกกังวลเล็กน้อย

ไม่นานผู้ช่วยสาวสวยหุ่นผอมเพรียวก็นำทางเขาไปยังห้องรับแขกและได้พบเจ้าของบริษัทที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

จางหยวนยิ่งกังวลเข้าไปใหญ่

หม่าหยางไม่ได้บอกจุดประสงค์ที่แท้จริงให้เขารู้ เพราะเผยเชียนเป็นคนตัดสินใจว่าจะจ้างหรือไม่จ้าง

ถ้าเผยเชียนคิดว่าชายคนนี้เหมาะกับงาน หม่าหยางก็จะไปคุยรายละเอียดกับจางหยวนต่อ

ด้วยเหตุนี้จางหยวนจึงรู้สึกสับสนไปหมด

เขาไม่รู้ว่าบอสใหญ่เห็นอะไรในตัวเขาและไม่รู้ว่าจะอยากจ้างให้ไปทำอะไร จางหยวนเป็นแค่นักร้องประจำที่บาร์กับทำพาร์ตไทม์เป็นบาร์เทนเดอร์

อยากให้มาร้องเพลงให้ฟังเหรอ

หรือจะให้ชงเครื่องดื่มกับร้องเพลงไปพร้อมๆ กัน

อืม… ไม่น่าจะใช่สักอย่าง

หรือว่า…

บอสใหญ่จะอยากให้ช่วยประกอบคอมพิวเตอร์ให้

ใช่ น่าจะมีแค่เหตุผลนี้แหละ เพราะเขาก็คิดหาเหตุผลอื่นไม่ได้อีกแล้ว

………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี