บทที่ 1668 เขาก็ทำอะไรไม่ได้
ไม่ได้ ตอนนี้เธอต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่คิดฟุ้งซ่าน มันคงจะเป็นปัญหาที่พลังของเธอ แม้ว่าเธอกับเฉียนอู่ฟางจะมีปากเสียงกัน แต่เราก็เป็นพวกเดียวกันในการเดินทางครั้งนี้ เขาคงไม่ใช้วิธีการต่ำช้าแบบนี้แน่
เอลิซาพยายามสงบจิตใจที่ปั่นป่วนอย่างรุนแรงเพราะยันต์แผ่นนี้เป็นความหวังเดียวของเธอ เธอไม่สามารถยอมแพ้ได้ เธอบอกตัวเองว่าต้องเชื่อใจเฉียนอู่ฟาง
เธอกำยันต์ที่เฉียนอู่ฟางให้มาแน่น กัดฟันแน่น ใบหน้าแดงก่ำสั่นระริก เธอทุ่มพลังทั้งหมดที่มี
‘พึ่บ…’ ในที่สุด ยันต์ก็แยกออกเป็นรอยเล็ก ๆ จากนั้นรอยแยกก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายยันต์ก็ขาดออกเป็นสองท่อน
เอลิซาดีใจจนยิ้มแก้มปริราวกับได้เกิดใหม่ ร่างของเธอล้มลงกับพื้นอีกครั้งเพราะใช้พลังไปทั้งหมด แต่ครั้งนี้เธอไม่ตกใจ
พระเจ้ากำลังคุ้มครองฉัน!
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้างดงามของเธอ
ทว่าในวินาทีถัดมา รอยยิ้มของเธอก็แข็งค้าง เพราะหลังจากฉีกยันต์กลับไม่มีเหตุการณ์พิเศษใด ๆ เกิดขึ้น กลับมีเสียงแก่ชราทรงพลังดังก้องในพื้นที่วงเวทนี้
“ฮึ สาวน้อยจากศาสนจักรตะวันตก เจอปัญหาอะไรเล่า จัดการเองไม่ได้หรือ ทำไมไม่ลองขอความคุ้มครองจากพระเจ้าของเจ้าล่ะ พระเจ้าของเจ้าไม่ใช่ผู้ที่ทรงสามารถทำได้ทุกอย่างหรอกหรือ?
ศาสนจักรของพวกเจ้าไม่ใช่มีชะตากรรมที่จะต้องเผยแผ่ศาสนาไปทั่วโลกหรือ ถ้าเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ยังจัดการไม่ได้ แล้วจะเผยแผ่ธรรมได้อย่างไรกัน?
นี่คือเคราะห์กรรมของเจ้า ทุกคนล้วนมีชะตากรรมที่ต้องผ่านพ้น เมื่อเจ้าผ่านพ้นเคราะห์กรรมครั้งนี้ เจ้าก็จะได้เป็นบุตรของพระเจ้า เดินท่องไปในโลก ได้รับการกราบไหว้บูชาจากศาสนิกชนนับล้าน”
เอลิซาชะงักอยู่กับที่ เสียงนั้นดังก้องโดยไม่ปิดบัง เธอไม่ต้องคิดให้มากความก็รู้ว่าจ้าวอู่เจียงได้ยินหมดแล้ว
ตอนนี้เธอสิ้นหวังอย่างสมบูรณ์ ก่อนจะหัวเราะเยาะเบา ๆ เธอน่าจะคิดได้ตั้งแต่แรก ด้วยความเป็นศัตรูที่เฉียนอู่ฟางมีต่อศาสนจักรของพวกเธอ เขาจะให้ยันต์ที่ช่วยชีวิตจริง ๆ แก่เธอได้อย่างไร ก็แค่แสร้งทำเป็นช่วยเท่านั้น
ตอนนี้เส้นทางสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตเธอก็ขาดสะบั้นลงแล้ว
“เธอทำอะไรลงไป?” จ้าวอู่เจียงได้ยินเสียงแล้วขมวดคิ้วมองเอลิซาด้วยสายตาเย็นชา
เอลิซายืนนิ่งไม่พูดจา จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว
แต่เอลิซาก็ประเมินความใจกว้างของเฉียนอู่ฟางต่ำเกินไป แม้ว่าเฉียนอู่ฟางจะทิ้งข้อความเยาะเย้ยยาวเหยียดไว้บนยันต์ แต่เมื่อยันต์ถูกบีบแหลก เฉียนอู่ฟางก็รับรู้ได้จริง ๆ
เขาต้องพยายามช่วยเหลือตัวเองให้รอดก่อน ก็เขาไม่มีทางเลือกอื่นนี่นา… เฮ้อ เขาก็ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ
เอลิซากดเหรียญนักบุญที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อ ดวงตาเธอฉายแววตกใจ หันไปมองจ้าวอู่เจียงทันที
แม้แต่เฉียนอู่ฟางผู้แข็งแกร่งระดับสองของมหามรรคาก็ยังเจอปัญหา… จ้าวอู่เจียงมีพรรคพวกด้วยอย่างนั้นเหรอ?
จ้าวอู่เจียงคนนี้มีฐานะอะไรกันแน่ ทั้งแข็งแกร่ง ทั้งฉลาดหลักแหลม และยังมีพรรคพวกที่ทรงพลัง เขาไม่มีทางเป็นคนไร้ชื่อเสียงแน่ เป็นทายาทของศาสนจักรไหนกัน… หรือว่าเป็นบุตรชายตระกูลเศรษฐี?
หรือว่านี่จะเป็นแผนการของรองประมุขที่จะกำจัดฉันเพื่อสนับสนุนลิลิธให้เป็นนักบวชศักดิ์สิทธิ์?
เพราะอารมณ์ที่พลิกผันหลายครั้ง ทำให้ตอนนี้จิตใจของเอลิซาถูกบั่นทอนอย่างหนัก สมองควบคุมไม่อยู่เริ่มสับสนวุ่นวาย เจ็ดอารมณ์ หกความปรารถนาเริ่มกัดกร่อนความศักดิ์สิทธิ์ของเธอ
ราคะขั้นพื้นฐานที่สุดแทบจะกดไว้ไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว เธอนั่งหุบขาแน่นอยู่บนพื้น ร่างบอบบางขดตัวเล็กน้อย พยายามรักษาสติสัมปชัญญะสุดท้ายเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
ความโกรธ ความรังเกียจ ความเกลียดชัง ทำให้ใบหน้างดงามเธอบิดเบี้ยวไม่หยุด
จ้าวอู่เจียงเดินเข้ามาช้า ๆ กระแสพลังดั่งห้วงลึก เขาแผ่รังสีเย็นเยียบ เสียงแหบพร่าเย็นชาเอ่ยถามว่า “เธอทำอะไรลงไป?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า