กาแพงเมืองปราณกระบี่เคยเป็ นสถานที่ที่หาซื้อเหล้าได้ง่ายกว่า หาบน้า
ขนหมี ตลาดที่ทุกวันนี้ครึกครื้นเป็ นดั่งหนังสือใหม่ที่เขียน ต่อเนื่องเหมือนหางหมาแซมด้วย
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร มีก็ยังดีกว่าไม่ดี ถึงอย่างไรก็ดีกว่าความเงียบ วังเวง กลายเป็ นสถานที่ที่ให้คนต่างถิ่นมาราลึกถึงความหลังครั้งเก่า ก่อนได้อย่างเดียวเท่านั้น
ไม่เหมือนเฒ่าหูหนวกที่รู ้สึกเป็ นกังวลใจ พยายามคิดหาคาพูด อ้อมไปอ้อมมา เซี่ยโก่วที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเฉินผิงอันใน เวลานี้กลับถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “เจ้าขุนเขา ท าไมถึงบาดเจ็บ ไม่เบาเลยล่ะ อีกฝ่ ายมีฝีมือเลิศล้าค้าฟ้ าเลยหรือ อยากให้ข้ากับเสี่ยว โม่ช่วยกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาหรือไม่? เจ้าขุนเขาวางใจเถอะ ข้า กับเสี่ยวโม่ หากไม่พูดถึงเวทกระบี่ ความสามารถในการอาพราง ลมปราณและเปลี่ยนแปลงรูปโฉมล้วนเป็ นมือดี ข้ายังมีเวทกระบี่ เฉพาะอีกบทหนึ่งที่สามารถสะบั้นผลกรรมได้ด้วย ไม่ได้ชมตัวเอง หรอกนะ แต่ไม่ด้อยไปกว่าฝี มือที่ฉุนหยางหลวี่เหยียยนแสดงไว้ที่ นอกฟ้ าเลย รับรองว่าต่อให้อีกฝ่ ายจะเชี่ยวชาญการคานวณการ อนุมานก็ยังสืบสาวเบาะแสมาไม่ถึง”
หากเป็ นเซียนเหริน หากนางปล่อยกระบี่ออกไปสองทีก็ถือว่า นางไม่คู่ควรจะเป็ นคนรักของเสี่ยวโม่
ผู้ฝึกตนขอบเขตบินทะยานทั่วไป นางยังพอจะมีความมั่นใจอยู่ บ้าง ยกตัวอย่างเช่นคนประเภทจิงเฮาที่ไม่ต่างจากกระดาษเปียกเลย จริงๆ
รวมเล่มคนผ่านทางของเฉินหลิงจวินเล่มนั้น หน้าแรกๆ สิบกว่า หน้า นางแอบเปิดอ่านมาแล้ว
ก็หนีไม่พ้นว่ามีพวกเทียนซือใหญ่ภูเขามังกรพยัคฆ์ หรือไม่ ก็ฮว่อหลงเจินเหรินแห่งยอดเขาพาตี้ “ตัวสารองผสานมรรคา” ขอบเขตสิบสี่ที่ค่อนข้างรับมือได้ยากพวกนี้ นางไม่ค่อยกล้าพูดแบบ ไม่เหลือช่องว่างเกินไปนัก ต้องเรียกเสี่ยวโม่ให้มาด้วยกันถึงจะมั่นคง มาก
เฉินผิงอันอ้อมมือไปด้านหลัง ตบที่ด้ามกระบี่เบาๆ เอ่ยว่า “เพิ่งจะ ต่อสู้กับคนอื่นมาถือว่าเอาชนะได้อย่างหวุดหวิดกระมัง ราคาที่ต้อง จ่ายไม่น้อยเลย เย่โหยวที่อยู่ในฝักถูกฟันหักไปแล้ว ไม่ต้องให้พวก เจ้ากอบกู้ศักดิ์ศรีให้ หนี้ครั้งนี้ได้ชาระกันหมดสิ้นแล้ว”
เฒ่าหูหนวกพอจะเข้าใจเรื่องราวความสัมพันธ ์ของผู้คนในโลก อยู่บ้าง อาศัยเพียงบทสนทนานี้ก็กระจ่างแจ้งอยู่ในใจได้แล้ว
ผู้อาวุโสป๋ ายจิ่งไม่เห็นตัวเองเป็ นคนนอกเลยจริงๆ อิ่นกวานหนุ่ม ก็ไม่เห็นนางเป็ นคนนอกเช่นกัน
เซี่ยโก๋วยกนิ้วโป้ ง “นับแต่โบราณมาคนมีความสามารถก็มักจะ ถูกสวรรค์ทดสอบเสมอ ผู้ที่ผ่านด่านได้ก็ได้สะสมพลังแห่งมรรคา เจ้า ขุนเขาผ่านศึกนี้ไปแล้ว การฝึกตนต้องบุกรุดหน้าเหมือนผ่าล าไม้ไผ่ ราบรื่นไร ้อุปสรรค ตรงดิ่งไปยังขอบเขตบินทะยานได้อย่างแน่นอน!”
เฒ่าหูหนวกได้ยินแล้วจิตแห่งมรรคาก็สะท้านไหว สูดลมหายใจ ดังเฮือก คงไม่ใช่ว่าภูเขาลั่วพั่วแห่งนั้นมีขนบธรรมเนียมแบบเดียวกับ คฤหาสน์หลบร ้อนอย่างไม่มีผิดเพี้ยนหรอกนะ?
ตนมีนิสัยตรงไปตรงมา ไม่ถนัดพูดค าหวาน ไปถึงภูเขาลั่วพั่ว แล้วจะกลายเป็ นว่าเข้ากับคนอื่นไม่ได้ จะต้องนั่งเก้าอี้เย็นอยู่ที่นั่น หรือไม่?
ในเมื่อตอนนี้ยังหาร่องรอยของเซียนกระบี่เกาอี้ไม่พบ เหวยอวี้ เตี้ยนจึงปลุกความกล้าตามคนกลุ่มนั้นไป นางอยู่ใกล้ในระยะประชิด แต่กลับไม่ได้ยินเนื้อหาบทสนทนาของพวกเขา
เฉินผิงอันหยุดเดิน หันกลับมาถาม “เซียนกระบี่เหวยยังมีธุระ หรือ?”
เหวยอวี้เตี้ยนกล่าวอย่างเขินอาย “ผู้เยาว์เป็ นคนรุ่นหลัง ไม่กล้า เรียกตัวเองว่าผู้ฝึกกระบี่หรอก”
ที่แท้สถานะผู้ฝึ กกระบี่ของนางก็ค่อนข้างจะกระอักกระอ่วน เพราะกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตมีประวัติความเป็ นมาที่ไม่ถูกต้องชอบ ธรรม วิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตของกระบี่บินก็ยิ่งเป็ นซี่โครงไก่
เฉินผิงอันกล่าว “อีกเดี๋ยวข้าต้องไปจากที่นี่แล้ว รบกวนสหาย เหวยมีธุระอะไรก็ว่ามาได้เลย”
เหวยอวี้เตี้ยนรีบอธิบาย “ไม่กล้าปิดบัง ข้ามาที่นี่ก็เพื่อหลบภัย หรือจะพูดให้ถูกต้องก็คือหลบการตามตอแยจากเซียนกระบี่เกาอี้แห่ง พรรคชิงกุ่ยผู้นั้น”
เฉินผิงอันกล่าว “พอจะเดาได้แล้ว แต่นี่เป็ นบุญคุณความแค้น ส่วนตัวระหว่างตระกูลและสานักของพวกเจ้า ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้อง กับข้ากระมัง? ถอยไปพูดหนึ่งก้าว จากบันทึกในคฤหาสน์หลบร ้อน ผู้ฝึ กกระบี่คนสุดท้ายของพรรคกระบี่ซ่างซื่อที่เดินทางไปฝึ ก ประสบการณ์สังหารปีศาจที่กาแพงเมืองปราณกระบี่ก็เป็ นเวลาเกือบ สองร ้อยปีแล้ว ส่วนผู้ฝึกลมปราณสองกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผู้ฝึกกระบี่ก็ ไม่มีผลงานทางการสู้รบใดๆ ถูกบันทึกไว้ ไม่มีทางที่เซียวสวิ้นอิ่นก วานคนก่อนจะจงใจละคุณความชอบทางการต่อสู้ของพรรคกระบี่ ซ่างซื่อพวกเจ้าไป”
เหวยอวี้เตี้ยนกล่าวอย่างเขินอายว่า “เจ้าประมุขพรรคกระบี่ซ่าง ซื่อคนปัจจุบันของพวกเรา…”
เฉินผิงอันตัดบทคาพูดของอีกฝ่ าย “รู ้จัก ติงฝ่ าอี๋ ฉายาว่าถง จวิน พกกระบี่ “เจี้ยงเจิน” กระบี่บินแห่งชะตาชีวิตคือ “เจียเสิน” ดูแล ภูเขาฟานเคอของพรรคกระบี่ซ่างซื่อ เจ้าประมุขติงเชี่ยวชาญศาสตร ์ บ าบัดด้วยพลังจิตและวิชาท านายดวงชะตาด้วยดอกเหมย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งยังเชี่ยวชาญการฟังเสียงแล้วทานาย มีเรื่องเล่าลือมหัศจรรย์
เกี่ยวกับเขาแพร่ไปตามราชส านักต่างๆ ของหลิวเสียทวีป คือผู้สืบ ทอดสายของหมอผีในยุคบรรพกาล ว่ากันว่าสามารถสาปแช่งสังหาร ผู้ฝึกตนขอบเขตเดียวกันได้โดยที่ไม่ต้องเห็นเลือด แล้วก็สามารถ ช่วยเหลือคนอย่างที่มองไม่เห็น จึงเป็ นเหตุให้ถูกบนภูเขาเรียกขาน ว่าคนเห็นผี ไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องด้วยง่ายๆ นอกจากเรื่องที่เห็นกัน ภายนอกพวกนี้แล้ว อันที่จริงยังมีเรื่องวงในอีกบางส่วนที่ข้ารู ้ชัดเจน ดี ข้าเดาว่าต้องเป็ นเจ้าประมุขติงที่ช่วยทานายดวงให้เจ้า ให้เจ้ามา รอคอยโชควาสนาที่นี่ วิ่งเข้าหาโชคหลบเลี่ยงเคราะห์ร ้าย? หรือจะ บอกว่าท านายได้ล่วงหน้านานแล้วว่าสหายหลงเซิงจะลงมือช่วยเหลือ เพราะเห็นแก่คุณธรรม?”
เฒ่าหูหนวกรีบโบกมือปฏิเสธเป็ นพัลวัน “ตบะไม่ได้เรื่อง ไม่กล้า
หาเรื่องใส่ตัวหรอก”
เหวยอวี้เตี้ยนหยิบถุงผ้าแพรใบหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ ปลุกความกล้ายื่นส่งให้กับอิ่นกวานหนุ่มที่ได้ยินชื่อเสียงมานานทั้งยัง เลื่อมใสเคารพบูชาอย่างมากผู้นี้ด้วยใบหน้าแดงก่า ในใจเตือนตัวเอง ไม่หยุดว่าให้รีบพูดรีบอธิบาย “ครั้งนี้ลงจากภูเขาเดินทางไกล เจ้า ประมุขมอบถุงผ้าแพรให้ข้าทั้งหมดสามใบ ใบหนึ่งให้ข้าเลือกวันฤกษ์ งามยามดีมาเปิดร ้านขายเหล้าอยู่ที่นี่ ด้านบนยันต์ลมฟ้ ามีคาทานาย ระบุไว้ว่า “เจอมังกรให้หยุด เจอเขียวยินดี” ครั้งหนึ่งคือให้หวังเคอลูก ศิษย์ของข้าเดินทางตอนกลางคืน หวังเคอก็ได้รับโชควาสนาเป็ น กระบี่คู่รวมเป็ นหนึ่ง สุดท้ายคือถุงผ้าใบนี้ เจ้าประมุขบอกข้าว่า
หลังจากเจอมังกรพบเขียวแล้วค่อยเปิดออก แต่ก็กาชับข้าซ้าไปซ้า มาว่ามิอาจอ่านเนื้อหาข้างในได้ ได้แต่ต้องมอบให้กับยอดฝี มือ “มังกร” (หลง) เขียว” คนใดคนหนึ่งก็พอ”
เฉินผิงอันรับถุงผ้าแพรมา หยิบแผ่นกระดาษเล็กๆ ออกมาดูแวบ หนึ่งแล้วก็ใส่กลับลงไปในถุง ยื่นส่งคืนให้กับเหวยอวี้เตี้ยน สีหน้า คลายลงได้หลายส่วน เขาเอ่ยว่า “ต่อจากนี้เจ้าก็ท าการค้าอย่าง สบายใจได้เลย วันหน้าหากข้าเดินทางไปเที่ยวเยือนหลิวเสียทวีปจะ ไปเป็ นแขกที่พรรคกระบี่ซ่างซื่อและสกุลเหวยเฝิ นโจว ส่วนสหาย เหวยจะได้กลับหลิวเสียทวีปเมื่อไหร่ วันหน้าก็รอจดหมายจากเจ้า ประมุขติงแล้วกัน”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!