เด็กหนุ่มเด็กสาวคู่ที่อยู่ในศาลาเห็นภาพเหตุการณ์ในระยะ ประชิดเป็ นไอหมอกขาวโพลน มองเห็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นได้ไม่ ชัดเจนนานแล้ว
แต่เฉินผิงอันกลับกระจ่างแจ้งอยู่ในใจ
เผือกร ้อนลวกมือเช่นนี้ หลิวเถาจือนึกจะเก็บก็เก็บไว้ทันที ประเด็นส าคัญคือเซียนกระบี่ท่านนี้ไม่ได้ใช ้ความคิดเลยแม้แต่น้อย นี่ แสดงให้เห็นว่าระหว่างสามสายของผู้ล้างมลทินมีความใกล้ชิดสนิท สนมกันอย่างมาก ทั้งยังทาอะไรผึ่งผายใจกว้าง
ความยอกแสลงใจเล็กน้อยที่อยู่ในใจของเฉินผิงอันก็หายวับไป ด้วย
ก่อนหน้านี้ปากพูดว่าไม่ถือสาไปตามมารยาท แต่เวลานี้กลับไม่ ถือสาพวกเจ้าจริงๆ แล้ว
นี่เรียกว่าปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ ทั้งคาพูดและการ กระทาสอดคล้องเป็ นหนึ่งเดียวกัน
หลิวเถาจือคล้ายจะสัมผัสได้ถึงการหยั่งเชิงจากเฉินผิงอัน ในใจ ก็ได้แต่ยิ้มฝืดเผื่อน
บนหัวก าแพงของอารามฉงหยางมีหญิงสาวมัดมวยผมกลาง ศีรษะคนหนึ่ง
ก็คือเผยเฉียนที่เดินทางออกจากศาลเทพอภิบาลเมืองประจา เมืองหลวงมายังที่แห่งนี้
เฉินผิงอันได้ยินคาพูดลับๆ จากเผยเฉียนก็ผงกศีรษะยิ้มรับ “จับ
ผลัดจับผลู เป็ นความบังเอิญโดยแท้”
ที่แท้โจวฟางอวี๋เทพอภิบาลเมืองที่ตาแหน่งเทพสูงที่สุดในบรรดา ศาลเทพอภิบาลเมืองของใต้หล้าไพศาลผู้นั้น เขาบังเอิญพาแม่ ทัพฟ่านปลอมตัวมาลาดตระเวนอยู่ในแจกันสมบัติทวีปพอดี
ผลคือมีผีตนหนึ่งกระทาการชั่วร ้าย อีกทั้งยังอยู่ใต้เปลือกตา พอดี นี่ทาให้เทพอภิบาลเมืองจ าต้องหวนกลับไปยังศาลเทพอภิบาล เมืองที่อยู่ในทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางทันทีเรียกเอาวัตถุเทพที่หลี่ เซิ่งเป็ นผู้หล่อหลอมและปรมาจารย์มหาปราชญ์เป็ นผู้แต่งตั้งออกมา เดินทางไปเยือนนครเฟิงตูด้วยตัวเองมารอบหนึ่ง ก่อนที่เทพอภิบาล เมืองจะจากไปได้บอกให้เผยเฉียนช่วยขอโทษอาจารย์พ่อของนาง แทนเขา แล้วยังยอมแหกกฎเปิ ดเผยความลับสวรรค์ ตามผลการ อนุมานของโจวฟางอวี๋ ผีที่ถูกขัดขวางให้อยู่นอกธรณีประตูขอบเขต สิบสี่มานานหลายปี ตนนี้ต้องการจะอาศัยการสังหารอื่นกวานคน สุดท้ายของก าแพงเมืองปราณกระบี่อย่างเฉินผิงอันช่วยทาการ “ยื่น เรื่องร ้องทุกข์” กับวิถีสวรรค์ที่ไม่เคยมีการแบ่งแยกดีเลวและไม่เคย เอนเอียงเข้าหาใคร ให้กับวิญญาณเผ่าปี ศาจทุกคนของใต้หล้า
เปลี่ยวร ้างที่รบตายไปในกาแพงเมืองปราณกระบี่ อาศัยสิ่งนี้มาสะสม บุญลับก้อนใหญ่ เพื่อเป็ นเสบียงแห่งธรรมในการผสานมรรคาเป็ น ขอบเขตสิบสี่ เมื่อมี “ค่าเดินทาง ก้อนนี้แล้ว บนเส้นทางของวิถีผีก็จะ มีโอกาสช่วยให้เขาได้เดินเพิ่มไปได้อีกหนึ่งก้าว
ส่วนสถานะของผีตนนั้น ตอนนี้ยังไม่สะดวกจะแพร่งพราย ทว่า เรื่องนั้นครเฟิงตูและศาลเทพอภิบาลเมืองในโลกมนุษย์รับรองว่าจะมี ค าอธิบายให้อย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้มีน้าเสียงที่เปี่ยมไปด้วยบารมีสะเทือนราวฟ้ าผ่าดัง ขึ้นมาในดินแดนนอกการปกครองของนครเฟิ งดูจริงๆ ดังกึกก้อง สะท้อนอยู่ในอาณาเขตกว้างขวางเกือบครึ่งหนึ่งของปรโลก
“เปิ่นจั้ว (ค าเรียกแทนตัวเองแสดงถึงความมีอ านาจ) จะก าจัด มารร้ายให้กับใต้หล้าสังหารเฉินผิงอันคนมีชีวิตแห่งโลกสว่าง!”
ไม่รอให้ผีที่มีมากมายหลายร ้อยล้านตนได้ทันคืนสติ เสียงนั้นก็ ค่อยๆ แผ่วเบาหายไป
หลังจากนั้นผีเร่ร่อนที่มาจากเผ่าปีศาจแห่งเปลี่ยวร ้างไม่รู ้ว่ามาก น้อยแค่ไหนก็พากันเงยหน้าขึ้น กวาดตามองไปรอบด้าน เสียงจอแจ ดังอึกทึกดังมาระลอกหนึ่งก่อนจะเงียบลงเพื่อรอฟังข่าวดี
รอคอยอย่างยากลาบากก็ไม่ได้ยินผลลัพธ ์ที่ต้องการ ก็ไม่รู ้ว่าได้ สังหารเจ้าเฉินผิงอันผู้นั้นแล้วหรือยัง ภายใต้การฟาดแส้ตวาดด่า
จากกุ่ยชาของโลกมืดจ านวนมากบนเส้นทางพวกมันได้แต่ก้มหน้า ก้มตาเดินไปข้างหน้าต่ออีกครั้ง
ผีตัวสารองขอบเขตสิบสี่ตนนั้นใช ้วิธีรักษาตัวรอดหลายชนิดที่ ต้องผลาญตบะไปมหาศาล ยอมสละพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทิ้ง หนี แล้วหนีอีก แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆไปนับแต่นี้
โจวฟางอวี๋เผยร่างกายธรรมใหญ่โตมโหฬาร ชูแขนขึ้นสูง ในมือ ถือวัตถุเทพ ประหนึ่งถือประคองดวงตะวันแรงกล้าไว้ในฝ่ ามือ ใช ้แสง สว่างที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้หลอมละลายม่านมืดดาเปิ ดทางไปตลอด นาพาแม่ทัพเทพสี่องค์ซึ่งมีกาน หลิ่ว ฟ่าน เซี่ยเป็ นหนึ่งในนั้นร่วมกับ พญายมจากหลายตาหนักของนครเฟิ งตูทยอยกันมาถึงพื้นที่ ประกอบพิธีกรรมที่ผีตนนั้นสละทิ้งหนีไป
เผยเฉียนถามอย่างเป็ นกังวล “อาจารย์พ่อ สบายดีไหม?”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “บาดแผลเล็กน้อยแค่นี้เหมือนฝนโปรยๆ อาจารย์พ่อยังไม่ถึงขั้นเจ็บปวดจนต้องลงไปนอนกลิ้งกับพื้นให้เสีย มาดของยอดฝีมือหรอก”
เผยเฉียนยิ้มกว้าง
เฉินผิงอันบอกลาพวกหลิวเถาจือแล้วหดย่อพื้นที่มาถึงหัว กาแพง จากนั้นกระโดดลงไปจากหัวก าแพงพร้อมกับเผยเฉียน มุ่ง หน้าไปยังเรือนเล็กหลังนั้น
หลิวเถาจือที่อยู่ในรูปลักษณ์ของนักพรตร่างกายาหวนกลับไปที่ แท่นหิน เซียวผู่ไม่อยากจะให้ศิษย์หลานทั้งสองเห็นโฉมหน้าที่แท้จริง ของตนจึงร่ายเวทอาพรางตาอีกครั้ง แล้วจึงเดินไปนั่งที่ริมขอบของ แท่นหิน
หลิวเถาจือยิ้มเอ่ย “ทาไมไม่พูดความในใจออกมา แต่กลับเลือก
จะพูดจาแข็งกร ้าวไม่เข้าหูใส่เขา”
เซียวผู่นิสัยเป็ นอย่างไร แค่ดูจากที่นางเป็ นสหายรักของจู๋เฉวียน แห่งสานักพี่หมาและเซี่ยซงฮวาแห่งธวัลทวีปมานานหลายปีก็รู ้ได้แล้ว
“ข้าหน้าบาง เรียนรู ้วิธีพูดจาทะลึ่งตึงตังจากจู่เฉวียน เซี่ยซงฮวา มาไม่ได้”
เซียวผู่เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “แล้วนับประสาอะไรกับที่ชาย หญิงมีความแตกต่าง หากศิษย์พี่หลิวแสดงออกถึงความเลื่อนใส บูชาอิ่นกวานหนุ่ม ถือเป็ นการทะนุถนอมเห็นค่ากันและกันระหว่าง บุรุษ ข้าที่เป็ นสตรีกลับต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาเข้าใจผิด รู ้สึกว่าข้ามี ความคิดบางอย่างกับเขา”
หลิวเถาจือถามคาถามที่ดี “มีความคิด?”
เซียวผู่คลี่ยิ้มหวาน มองดูคล้ายตอบไม่ตรงคาถาม “ไม่มี ความหมาย”
หลิวเถาจือหัวเราะเสียงไม่เบา
เด็กสองคนที่อยู่ในศาลาต่างก็ตกตะลึง อาจารย์ของตนมี ช่วงเวลาที่เปิดเผยความรู ้สึกที่แท้จริงแบบนี้ด้วยหรือ ผีหลอกหรือไร
เซียวผู่ถาม “ทั้งๆ ที่เขายอมรับในแนวทางปฏิบัติอันเป็ นแก่นแท้ ของพวกเรา ให้ไปเป็ นไท่ซ่างเค่อชิงของศูนย์ใหญ่ที่สถานะสูงศักดิ์ เป็ นขุนนางน้าใส คือเรื่องดีเหมือนขนมเปี๊ยะที่หล่นลงมาจากฟ้ า ท าไมเขาถึงได้ปฏิเสธ? ทฤษฎีความรู ้และคุณความชอบที่สืบทอดมา จากซิ่วหู เขาต่างหากคือคนเพียงคนเดียวที่ได้รับแก่นแท้ของความรู ้ แขนงนี้มาอย่างแท้จริงเรียกได้ว่าคือผู้สืบทอด ลูกศิษย์คนสุดท้าย สายเหวินเซิ่ง ไม่ยินดีเข้าร่วมกับพวกเราก็เป็ นเรื่องที่ปกติมาก ทุก วันนี้เป็ นราชครูต้าหลีแล้ว ทาไมถึงยังไม่ยอมอีก?”
หลิวเถาจือกล่าว “อาจารย์เฉินได้ให้ค าตอบมานานแล้ว”
เซียวผู่เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น “หมายความว่าอย่างไร?”
หลิวเถาจือยิ้มเอ่ย “เขาประเมินชุยเฉิงว่าอย่างไร?”
เฉินผิงอันคิดไปคิดมาก็ได้แต่หาข้ออ้างที่ไม่เข้าท่า พูดเหมือน ไม่ใส่ใจว่า “ขอแค่ไม่ใช่ชั้นเทพมาเยือนของขอบเขตปลายทางก็ ช่วยงานใหญ่ของอาจารย์พ่อไม่ได้ ดังนั้นไปถึงใบถงทวีป นอกจาก
จะทางานสาคัญแล้ว เรื่องของการฝึ กหมัดก็ไม่ควรเกียจคร ้าน ไม่ อาจรู ้สึกว่าเลื่อนสู่คืนความจริงไม่ยากแล้วจะลาพองตน ทุกวันนี้เจ้า เพิ่งจะอยู่ในขั้นปราณโชติช่วงอาจารย์พ่อหวนกลับมายังคืนความ จริงแล้ว เฉาสือก็ยิ่งเป็ นเทพมาเยือน”
เผยเฉียนอิ่มรับหนึ่งที “อาจารย์พ่อวางใจเถอะ ข้าจะขยันให้
มาก”
เฉินผิงอันรู ้สึกเสียใจภายหลังทันที เขาสงสารนางมากจึงรีบ เปลี่ยนคาพูดเสียใหม่ว่า “ก็ไม่ต้องขยันให้มากเกินไป”
เผยเฉียนไม่ได้พูดอะไร แค่เม้มปาก ขมวดคิ้วใบหลิวเรียวยาว สองข้างเข้าหากันเบาๆ
เฉินผิงอันยื่นนิ้วออกไปเขกมะเหงกลงบนหัวของเผยเฉียน เอ่ย เสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าต้องท่องยุทธภพที่เป็ นของเผยเฉียนเองได้แล้ว วันหน้าไม่ว่าจะพูดจาหรือท าอะไรก็ไม่ต้องคอยคิดว่าอาจารย์พ่อเห็น เข้าได้ยินเข้าแล้วจะรู ้สึกว่าเจ้าทาผิดหรือไม่ ตอนที่อาจารย์พ่อยังไม่ กลับมา เจ้าก็ทาได้ดีมากไม่ใช่หรือ ไม่มีเหตุผลที่พออาจารย์พ่อกลับ มาแล้วกลับกลายเป็ นว่าเหมือนถูกมัดมือมัดเท้า ราวกับว่าเผยเฉีย นจงใจหลบเลี่ยงเจิ้งเฉียน ส่วนเจิ้งเขียนก็หลบเลี่ยงอาจารย์พ่อของ นาง แบบนี้ไม่ดีหรอกนะ”
เผยเฉียนยังคงซึมเงียบไม่พูดจา
เฉินผิงอันเอาสองมือสอดกันไว้ในชายแขนเสื้อ เกือบจะยื่นมือ ออกมาตบบ้องหูตัวเองแล้ว ไม่ควรพูดถึงเฉาสือหรือเทพมาเยือนอะไร เลย ไม่ได้ บัญชีนี้ต้องเอาไปคิดลงบนหัวของเฉาสือ ไม่ถูกสิ ต้องคิด ลงบนหน้าของเขา
เผยเฉียนหยิบยันต์สามภูเขาแผ่นหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ พลันเพิ่มฝีเท้าก้าวเร็วๆ มาอยู่ข้างหน้าอาจารย์พ่อ จากนั้นหมุนตัว กลับเดินถอยหลัง ยิ้มกว้างเอ่ยว่า “อาจารย์พ่อ ไปแล้วนะ ไว้พบกัน!”
เฉินผิงอันพยักหน้า สีหน้าอ่อนโยน ท าท่ามือเป็ นท่าเอายันต์แปะ หน้าผาก
เผยเฉียนเขินอาย เรียกยันต์สามภูเขาออกมา ในใจนิมิตภาพ ของสามภูเขาในสองทวีป ภูเขาจื่อถงมหาบรรพตทักษิณของแจกัน สมบัติทวีป ภูเขาชิงจิ้งทางทิศเหนือของใบลงทวีป ภูเขาลูกหนึ่งที่อยู่ ใกล้กับแคว้นอวิ๋นเหยียนภาคกลางของลาน้าใหญ่ เรือนกายของนาง เปล่งวูบวาบอยู่หลายครั้ง เพียงไม่นานก็ข้ามทวีปมาโผล่อยู่บนยอด เขาแห่งหนึ่ง
เฉินผิงอันเดินไปทางเรือนหลังนั้น
เป็ นอย่างที่หลิวเถาจือว่าไว้จริงๆ
บนเส้นทางของวรยุทธ คิดอยากจะเดินเคียงไหล่ จากนั้นเดิน แซงหน้าเฉาสือไป แน่นอนว่านี่คือหนึ่งในสองปณิธานที่ใหญ่ที่สุดใน
การเรียนหมัดของชีวิตนี้เฉินผิงอัน แต่ผลลัพธ ์สุดท้ายจะเป็ นเช่นไร กลับสาคัญเกินกว่าขั้นตอนมากนัก
อนาคตวันใดวันหนึ่งหากสามารถถามหมัดเอาชนะเฉาสือได้จริง นั่นคือความน่ายินดีที่ไม่คาดฝัน แต่ถ้าแพ้ก็ดูเหมือนว่าจะ…ไม่น่าอาย ถึงอย่างไรเฉาสือสามารถเอาชนะหมัดข้าได้ก็ไม่ขัดกับการที่ข้าจะ
ต่อยหน้าเฉาสือ
ส่วนการฝึ กกระบี่ ขั้นตอนสาคัญมาก ผลลัพธ ์ก็ยิ่งสาคัญ
มากกว่า กระบี่สามารถต่อกรศัตรูหนึ่งคน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ยกตัวอย่างเช่นคนผู้นี้คืออวี๋โต้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!