แต่เฉินผิงอันก็รู ้อยู่แก่ใจดีว่า ในเมื่อผีตนนี้กล้าทาเรื่องเช่นนี้ก็ไม่ เพียงแต่จะสังหารยากเท่านั้น ยังต้องหาตัวเจอได้ยากด้วย
ไม่อยากจะพูดเรื่องที่หงุดหงิดใจพวกนี้ให้มากความ เฉินผิงอัน จึงเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น มองไปทางกู้ช่าน ยิ้มเอ่ยว่า “พี่หลงป่ายผู้ นั้นล่ะ?”
กู้ช่านตอบ “ไม่รู ้ว่าหายไปที่ไหน ไฉป่ายฝูไม่ได้อยู่ในรายชื่อ ไม่ รู ้ว่าถูกอาจารย์จับโยนไปไว้ที่ไหนแล้ว”
ก็เป็ นคนมหัศจรรย์คนหนึ่งเช่นกัน มาฝึ กตนที่นครจักรพรรดิ ขาว ไฉป่ ายผู้ขอบเขตถดถอยเป็ นปกติเหมือนการกินข้าวกินน้า มิน่าเล่าเฉินผิงอันถึงได้ถามถึงคนผู้นี้ ถือเป็ นคนบนเส้นทางเดียวกัน ครึ่งตัวหรือ?
เฉินผิงอันถาม “ได้ยินว่าเจ้ารับลูกศิษย์มาคนหนึ่ง?”
กู้ช่านรู ้สึกลาบากใจอย่างที่หาได้ยาก
ฝูเหยาทวีปมีผู้ฝึ กตนอิสระขอบเขตหยกดิบอยู่คนหนึ่งชื่อว่า หวงฮวาเสิน เพราะเรื่องเล็กน้อยเรื่องเดียวกลับถูกกู้ช่านตามตอแย อยู่นานถึงสองปีกว่า
เขาเอาชนะกู้ช่านที่มีเวทคาถาหลากหลายไม่ได้ ตอนนั้นกู้ช่า นเองก็สังหารเขาไม่ได้เช่นกัน
กู้ช่านมีความอดทนดีเยี่ยม เขาคอยตามติดอีกฝ่ ายดั่งเงาอยู่ ตลอด คอยสร ้างความสะอิดสะเอียนให้กับอีกฝ่ าย ท าเอาพวกเขา เหมือนคู่ชายลุ่มหลงหญิงคลั่งแค้นที่ความรักความแค้นพัวพันกันยุ่ง
เหยิง
ภายหลังหวงฮวาเสินก็เจ็บแค้นโกรธเกรี้ยวสุดขีด เจ้าช่วยให้ข้า ผู้อาวุโสได้กินข้าวอย่างสงบ ขับถ่ายอย่างเป็ นสุขสักมื้อได้ไหม?
สุดท้ายเพราะจนปัญญามากจริงๆ หวงฮวาเสินจึงได้แต่ยอมอ่อน ข้อให้ ถือว่ายอมรับผิดต่อกู้ช่าน แต่กู้ช่านกลับบอกว่าเขาไม่มีความ จริงใจมากพอ ไม่นับรวมไปด้วย พวกเรามาใช ้เหตุผลกันต่อ
หวงฮวาเสินเกือบจะจิตแห่งมรรคาแหลกสลาย
ต่อจากนั้นมาอีกหวงฮวาเสินก็ติดตามอยู่ข้างกายกู้ช่าน วางตัว เป็ นดั่งลูกศิษย์ สะบัดตัวเปลี่ยนร่าง เปลี่ยนนิสัยที่เคยมีมา กลายเป็ น คนที่ไม่ว่าจะพูดจาหรือลงมือทาอะไรก็ล้วนหนักแน่นอย่างมาก
ก็ถือเป็ นเรื่องน่าสนใจบนภูเขาเรื่องหนึ่งเหมือนกัน
สาหรับคนที่ชอบดื่มเหล้าแล้ว สุราคือวัตถุลืมทุกข์ที่ช่วยกาจัด ความกลัดกลุ้มได้สารพัดรูปแบบ สุราคือน้าแกงแห่งปัญญาที่ สามารถท าให้คนเพ้อฝันคิดว่าตัวเองบรรลุธรรมในฉับพลัน
หลิวเสี้ยนหยางพูดถึงช่วงเวลาที่ตัวเองไปขอศึกษาต่อกับสกุล เฉินผู้รอบรู ้ ยอมพูดถึงคนร่วมชั้นเรียนในอดีตอย่างที่หาได้ยาก บอก ว่าเขาจาได้ว่าวันก่อนที่จะเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ผลิเทศกาลช่างชื่อของปี หนึ่ง มีคนยากจนสองคนที่เป็ นเพื่อนร่วมหอพัก อันที่จริงชาติกาเนิด ของพวกเขาต่างก็ไม่เลว มาจากตระกูลปัญญาชน คาสั่งสอนของ ตระกูลเข้มงวด คิดว่าการศึกษาหาวิชาความรู ้คือเรื่องยากลาบาก ไม่ ยินดีจะให้เงินพวกเขาเพิ่มหากอยากได้เงินเพิ่ม เติมจากทางตระกูลก็ ได้แต่ต้องเอาไปซื้อหนังสือเท่านั้น เป็ นเหตุให้ลูกหลานตระกูลชน ชั้นสูงสองคนนั้นมักจะพูดเย้ยหยันตัวเองเป็ นประจาว่าก่อนอายุสิบหก ต่างก็ไม่เคยสวมชุดผ้าแพรต่วนมาก่อน วันนี้พวกเขาคิดว่าจะต้มไข่ ไก่สี่ห้าฟองเป็ นอาหาร ต้มน้าแล้ว เนื่องจากไม่รู ้ว่าต้องรอนานแค่ไหน ถึงจะต้มสุกจึงใช ้ตะเกียบทิ่มไข่ลูกหนึ่ง ยังไม่สุกก็รอต่อไป ทาเอา ตอนนั้นหลิวเสี้ยนหยางที่ย้อนกลับมายังหอพักรู ้สึกขา คนหนึ่งบอก ว่าคนที่ไร ้ประโยชน์ก็คือบัณฑิตอีกคนหนึ่งพูดว่าไม่มีอะไรเกินไปกว่า นี้อีกแล้ว
ภายหลังสองคนนี้ คนหนึ่งแต่งตารา กลายเป็ นนักประพันธ ์ใหญ่ ด้านภูมิศาสตร ์ประวัติศาสตร ์ อีกคนหนึ่งกลายเป็ นคนของสานักจี้ หรานที่มีชื่อเสียงมากในทักษินาตยทวีป
ไม่เหมือนกับเฉินผิงอันที่ยิ่งดื่มเหล้าก็ยิ่งเงียบงัน หลิวเสี้ยนหยาง ที่ขอแค่ดื่มอย่างเต็มที่แล้วก็มักจะควบคุมปากไม่อยู่ เหล้าสองตาลึง
เขาก็สามารถดื่มให้กลายเป็ นน้าเสียงและจิตวิญญาณของเหล้าสอง จินได้
เฉินผิงอันพลันลุกขึ้นยืน “ข้าจะออกไปพบสหายข้างนอกสัก หน่อย พวกเจ้าดื่มเหล้ากันต่อไปเถอะ”
เปิ ดประตูออกไปแล้ว ริมขอบฟ้ าคือก้อนเมฆสีแดงเพลิงสาด สะท้อนอยู่ในแสงสนธยาคือดรุณีน้อยคนหนึ่งที่สวมชุดกระโปรงหม่า เมี่ยนสีเรียบ
ก็ไม่รู ้ว่าเป็ นเพราะประทินโฉมมาเล็กน้อย วาดขนคิ้วบางๆ หรือ เป็ นเพราะเมฆเรื่อรองสะท้อนลงบนใบหน้าไม่ยอมจางหายไปไหนกัน แน่
ที่แท้นางก็คือผีหญิงเซวียหรูอี้ที่ปลุกความกล้าแสร ้งทาเป็ นว่า “เดินผ่าน” มาที่ตรอกเล็กแห่งนี้ จะได้เจอนักพรตอู๋ตีหรือไม่ก็ดู เหมือนว่าจะไม่ส าคัญ
รอกระทั่งเสียงเปิดประตูดังแอดดังขึ้น จู่ๆ ก็มีบุรุษแปลกหน้าสวม ชุดสีเขียวโผล่มานางก็รู ้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย เพียงแต่พอมองอีกที นางกะพริบดวงตาเรียวยาวคลอประกายน้าคู่นั้นก็จาอีกฝ่ ายได้ทันที รีบยอบกายคารวะ “คารวะเจ้าขุนเขาเฉิน”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “แม่นางเซวียไม่จาเป็ นต้องทาตัวห่างเหิน เรียก ข้าว่านักพรตอู๋ก็ได้”
เซวียหรูอี้ไม่รู ้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี
เมื่อครู่นางเหลือบมองไปที่ห้องโถงเห็นว่าครึกครื้นอย่างมาก มี แขกเยอะถึงเพียงนี้เชียว?
ใช่แล้ว เพราะถึงอย่างไรเขาก็คือเขานี่นา
ขอแค่เขาไม่ปิดประตูไม่ต้อนรับแขก ไม่ปิดภูเขาฝึกตน ไม่ว่าเขา จะไปพักผ่อนอยู่ที่ไหน แน่นอนว่าผู้ที่มาเยือนล้วนไม่มีชาวบ้าน
สามัญ มีแต่เหล่าผู้กล้านั่งกันอยู่เต็มห้องโถง
นอกจากเรือนผีที่เงียบสงบแห่งนั้นของนาง? เงียบเหงาเสียจน นางมักจะไปนั่งที่ชิงช ้าบ่อยๆ รอคอยฟังเสียงล้อรถบดผ่านนอก ก าแพงในช่วงสนธยา
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ข้าจะไม่อยู่ที่นี่นาน อีกเดี๋ยวก็ต้องกลับบ้าน แล้ว หากแม่นางเซวียมีเวลาว่างก็ยินดีต้อนรับให้ไปเป็ นแขกที่ภูเขา ลั่วพั่วได้ทุกเมื่อ”
เซวียหรูอี้พยักหน้ารับด้วยยิ้ม สองมือที่ซ่อนไว้ด้านหลัง สิบนิ้ว บิดผสานเข้าหากันพยายามให้ตัวเองไม่ตื่นเต้นขนาดนั้น ไม่ให้ทั้ง สองฝ่ายดูห่างเหินขนาดนั้น
เฉินผิงอันลังเลเล็กน้อย ก่อนถามว่า “แม่นางเซวีย ขอ ละลาบละล้วงถามสักคา รอให้เรื่องในเมืองหลวงเสร็จสิ้นแล้ว เด็ก หนุ่มบ้านข้างๆ ก็มีอนาคตยาวไกลแล้ว หลังจากนั้นแม่นางเซวียอ ยากจะเปิดภูเขาก่อตั้งพรรคในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งของแคว้นอวี้เซ วียน หรือจะปรึกษากับราชสานักให้แต่งตั้งเป็ นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขา
สายน้า เสวยสุขกับควันธูป? หรือว่าจะออกเดินทางไปผ่อนคลาย อารมณ์ค่อยหาสถานที่ที่เงียบสงบสักแห่งสาหรับการฝึกตน?”
เซวียหรูอี้ส่ายหน้า พึมพาเสียงเบาว่า “ยังไม่ได้คิดไปไกลขนาด นั้น”
เฉินผิงอันทาท่าครุ่นคิดแล้วยิ้มเอ่ย “ทางเลือกสองอย่างแรก ใน ห้องมีคนอยู่คนหนึ่งคือสหายที่ข้าเพิ่งรู ้จัก เขาสามารถช่วยพูดให้กับ ราชสานักแคว้นอวี้เซวียนได้พอดี แต่หากจะเลือกทางเลือกอย่างที่ สามก็ไม่ยากเหมือนกัน พรรคห้าเกาะของทะเลสาบซูเจี่ยน ข้าเองก็มี สหายที่ดูแลกิจธุระต่างๆ อยู่ที่นั่น”
แม้ว่าหวงเลี่ยจะเพิ่งออกจากตาแหน่งราชครู แต่หากจะให้ช่วยเซ วียหรูอี้นาความไปบอกต่อฮ่องเต้ คิดดูแล้วก็น่าจะเป็ นเรื่องง่าย
หลิวเสี้ยนหยางไม่มีทางปล่อยความครึกครื้นนี้ไปง่ายๆ เขาวิ่ง ตุปัดตุเป๋ มา ยืนพิงกรอบประตู ยิ้มตาหยีมองมาที่พวกเขาสองคน
กู้ช่านกลัวว่าเขาจะเป็ นคนปากสุนัขไม่งอกงาช้างเลยได้แต่ ตามมาด้วย
สุนัขไม่เปลี่ยนนิสัยกินอาจมจริงๆ หลิวเสี้ยนหยางไม่เปิดโอกาส ให้กู้ข่านได้ประหลาดใจเลยสักนิด เขาใช้เสียงในใจเอ่ยสัพยอกอย่าง ว่องไว “เฉินผิงอัน ทุกวันนี้เจ้าเก่งมากแล้วนะนี่คือไม่กล้าพาไปที่ ภูเขาลั่วพั่วก็เลยได้แต่เลี้ยงไว้ข้างนอก สร ้างเรือนทองไว้ซ่อนหญิง งามอย่างนั้นหรือ?”
ถูกกู้ช่านถองใส่ หลิวเสี้ยนหยางเจ็บจนแยกเขี้ยว
เฉินผิงอันพูดต่ออีกว่า “หากรู ้สึกว่าทะเลสาบซูเจี่ยนอยู่ใกล้ เกินไปก็สามารถไปอยู่ต าหนักชิงกงของใบถงทวีปหรือไม่ก็ภูเขาไท่ ผิงได้ ล้วนเป็ นสถานที่ที่ดี ขนบธรรมเนียมประจ าส านักดีมาก”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “สมมติว่าแม่นางเซวียยินดีก็สามารถเดินทาง ไปไกลอีกสักหน่อย ไปฝูเหยาทวีปที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถือ เสียว่าไปเที่ยวเล่นภูเขาสายน้า ที่นั่นมีพรรคแห่งหนึ่งที่ชื่อค่อนข้าง ประหลาด ชื่อว่า “โฮ่วซาน” หาได้ง่ายมาก แค่ถามก็รู ้แล้ว ทุกวันนี้ ข้ายังเป็ นผู้ถวายงานของโฮ่วซานด้วย สามารถส่งจดหมายไปช่วย แนะน าให้ได้”
เซวียหรูอี้ยิ้มเอ่ย “นี่คืออาจารย์เฉินจะไล่ข้าไปหรือ?”
เฉินผิงอันหลุดหัวเราะพรีด ไม่รู้ว่าควรจะอธิบายต้นสายปลาย เหตุให้อีกฝ่ ายฟังอย่างไร หากตนไม่ได้เจอสตรีชุดกระโปรงเขียวที่ อารามฉงหยาง แต่เปลี่ยนเป็ นเซวียหรูอี้ที่อยู่ตรงหน้านี้แทน ต่อให้ ผลลัพธ ์จากการที่มีหญ้าอ้ายฉ่าวของลู่เฉินต้นนั้น “เฝ้ าประตู” จะคง ยากเกินกว่าจะคาดเดา ขอบเขตของเซียวผู่สูงมากพอ การไหล ย้อนกลับของแม่น้าแห่งกาลเวลา เรือนกายของนางสามารถแบกรับ โรคที่ทิ้งไว้ภายหลังได้ ถึงขั้นที่ว่ามีโอกาสที่จะได้รับโชคหลังเคราะห์ ร ้าย เปลี่ยนมาเป็ นผลประโยชน์บนมหามรรคา แต่เซวียหรูอี้กลับไม่ แน่เสมอไปว่าจะรับเรื่องไม่คาดฝันประเภทนี้ได้ไหว ในหลายๆ เรื่อง
เฉินผิงอันไม่คิดว่าถูกงูกัดครั้งหนึ่งกลัวเชือกไปสิบปีจะเป็ นคากล่าว ในเชิงลบ
เซวียหรูยิ้มองไปทางคนสองคนที่อยู่หน้าประตู ถามว่า “ใช่เจ้า ส านักหลิวกับกู้เซียนซือหรือไม่?”
ผลคือคนทั้งสองต่างก็ไม่ชอบใจ
เพราะเซวียหรูอี้เรียกพวกเขาสองคนสลับกัน
เฉินผิงอันเก็บข้าวของสัมภาระบางส่วนใส่ไว้ในวัตถุจื่อชื่อ แน่นอนว่าไม่ลืมแผงดูดวงที่สามารถรื้อออกแล้วประกอบใหม่ได้อัน นั้น
มีทักษะมากไม่ทับตัวตาย วันหน้ายามออกไปนอกบ้าน นอกจาก จะเป็ นร ้านผ้าห่อบุญแล้วก็สามารถทากิจการเก่าตั้งแผงหาเงินได้อีก
เฉินผิงอันถาม “เจ้าจะเอาอย่างไร? จะตรงไปที่ใบถงทวีปหรือว่า รอเรือข้ามทวีปที่ท่าเรือหนิวเจี่ยว?”
กู้ช่านตอบ “ไปท่าเรือหนิวเจี่ยว”
หลิวเสี้ยนหยางถามอย่างเกียจคร ้าน “พวกเราจะกลับกัน อย่างไร? ยันต์สามภูเขาล้าค่าเกินไป แถมยังเอามาใช ้เยอะไม่ได้ ต้อง ประหยัดหน่อย”
หากมีแค่พวกเขาสามคนก็ยังไม่เท่าไร ต่อให้ไม่ใช้ยันต์สาม ภูเขาก็ขี่กระบี่หรือไม่ก็ทะยานลมก็ได้
กู้ข่านกล่าว “ข้ามีเรือหลิวเสียลาหนึ่ง ความเร็วไม่ช ้า ออกจาก เมืองหลวงไปแล้วค่อยเรียกออกมา พวกเราสามารถนั่งเรือกลับไปที่ ท่าเรือหนิวเจี่ยวได้”
หลิวเสี้ยนหยางจุ๊ปาก “นี่คือของดีเชียวนะ แค่เคยได้ยินไม่เคย เห็นมาก่อน เจ้าหนูเจ้าไปเอามาจากไหน?”
กู้ช่านตอบ “นครจักรพรรดิขาวมีคลังลับอยู่หลายแห่งที่ไม่มีคน ดูแล ข้ามักจะไปเดินเล่นผ่อนคลายอารมณ์ที่นั่นเป็ นประจา คลังลับ แห่งหนึ่งในนั้นมีไว้สาหรับเก็บสมบัติ ก็คือเรือหลิวเสียลานี้ ถึงอย่างไร ก็อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรท าอยู่แล้ว ข้าก็เลยเอามันมาหลอมเล็กก่อนแล้ว ค่อยเอาออกมาใช ้”
หลิวเสี้ยนหยางกล่าวอย่างตกตะลึง “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็คือโจรใน บ้านน่ะสิ แล้วเจ้านค เจิ้งก็ไม่ว่าหรือ?”
กู้ช่านกล่าว “ในเมื่อไม่ได้สนใจอยู่แล้วก็ย่อมไม่ว่า”
ฟู่จิ้นกล้าหรือไม่? เขาไม่กล้าหรอก
หลิวเสี้ยนหยางถาม “สมบัติกองโตบนเรือหลิวเสียล่ะ?”
กู้ช่านพยักหน้า “เป็ นของข้าทั้งหมด”
เนื่องจากทั้งสองไม่ได้ใช ้เสียงในใจ หวงเลี่ยจึงฟังจนหนังตา กระตุก
ไม่เสียแรงที่เดินออกมาจากนครจักรพรรดิขาว วิธีการช่างป่ า เถื่อนเสียจริง
หลังจากนั้นพวกเขาก็อาพรางร่องรอยปิดบังตัวตน ทะยานลม ออกไปจากแคว้นอวี้เซวียนด้วยกันอย่างเงียบเชียบ กระทั่งมาถึงสัน เขาที่เงียบสงบแห่งหนึ่งในอาณาเขตของภูเขาเจ๋อเยา
ตอนนี้ปรมาจารย์ผู้เฒ่าเสิ่นยังเป็ นแค่ขอบเขตร่างทอง ไม่อาจ เดินทางไกลเหนือพื้นดินได้ ดังนั้นจึงเป็ นเพียงคนคนเดียวที่ถูกคน ขยุ้มไหล่พาเดินทางไกลไปด้วยกัน
กู้ช่านหยิบเรือขนาดจิ๋วเล็กเท่าฝ่ ามือออกมาจากชายแขนเสื้อ เขาใช ้เวทลับคลายตราผนึกหลายชั้นออกก่อนแล้วค่อยโยนมันขึ้น ไปเบื้องบน ทันใดนั้นเรือที่มีขนาดใหญ่เท่าเรือหอเรือนทั่วไปลานี้ก็ ลอยอยู่กลางอากาศ
หลิวเสี้ยนหยางขึ้นไปบนเรือหลิวเสียที่มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั้งใต้ หล้าไพศาลลานี้แล้วก็ถามหยั่งเชิงว่า “เจ้าสานักกู้ ช่วยถามอาจารย์ เจิ้งสักหน่อยได้หรือไม่ว่า ท่านผู้อาวุโสยังรับลูกศิษย์ที่ไม่ได้รับการ บันทึกชื่ออีกหรือไม่?”
กู้ช่านหลุดหัวเราะพรืด “เป็ นลูกชายบุญธรรมไหมล่ะ?”
หลิวเสี้ยนหยางยื่นมือไปคว้าแขนของกู้ช่าน “นอกจากเจ้านคร เจิ้งแล้วก็ไม่มีเส้นทางอื่นอีกหรือ?”
กู้ช่านยกแขนขึ้น “ไปไกลๆ เลย”
หลิวเสี้ยนหยางยิ้มพูดหน้าทะเล่น “เฉินผิงอันได้รับบาดเจ็บ เจ้า สงสารเขาเลยเอาความโกรธมาพานลงกับข้า แบบนี้จะถือเป็ นวีรบุรุษ เป็ นลูกผู้ชายได้อย่างไร”
เฉินผิงอันถามอย่างสงสัย “วัตถุที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารอย่าง เรือหลิวเสียนี้ เจ้าก็สามารถหลอมมันได้ด้วยหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!