เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1103

นางยิ้มตาหยีถามว่า “แม้ว่าจะคิดคานวณกันแบบนี้ และหลักการ เหตุผลก็เป็ นเช่นนี้ แต่คุณชายมีใจเห็นแก่ตัวหรือไม่ล่ะ?”

กู้ช่านพยักหน้า “มี”

นางพูดด้วยน้าเสียงประหลาดใจ “พร ้อมจะฟังอย่างละเอียด”

กู้ช่านยิ้มเอ่ย “ดูเหมืนว่าฝูเหยาทวีปจะขาดบุคคลอย่างเฉินผิง อันที่มีต่อแจกันสมบัติทวีปไป”

กู้หลิงเยี่ยนแสร ้งทาเป็ นกระจ่างแจ้ง สองแก้มของนางแดงเรื่อ เหมือนเด็กสาวบริสุทธิ์เอ่ยอย่างเขินอายว่า “คุณชาย ข้ามีความ ปรารถนาเล็กๆ อย่างหนึ่ง หากสามารถเลื่อนเป็ นขอบเขตบินทะยาน ได้ ท่านจะช่วยท าให้ข้าสมหวังได้หรือไม่?”

กู้ช่านยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ขอแค่เจ้าเลื่อนเป็ นขอบเขตบินทะยาน ข้าจะนอนนิ่งไม่ขยับ ให้เจ้าขี่ได้ตามใจชอบ จะควบขี่โลดแล่น อย่างไรก็ตามแต่ใจ”

นางพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “พูดแล้วนะ ห้ามผิดค าพูดล่ะ”

กู้ช่านพยักหน้า “เจ้าก็จ าไว้ว่าเรียนรู ้ศาสตร ์ในการประกอบกาม กิจในห้องนอนของลัทธิเต๋าให้มากหน่อย

นี่ทาให้นางรู ้สึกทดท้ออยู่บ้าง

เก้าทวีปของไพศาล ทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางมียอดฝีมืออยู่ มากเกินไป จึงไม่มีใครกล้าพูดว่าตัวเองคือผู้น าเซียนซือบนภูเขาของ ในทวีป

ต่อให้ฝูลู่อวี๋เสวียนจะเลื่อนเป็ นขอบเขตสิบสี่ก็ยังคงเป็ นเช่นนี้ ถึง ขั้นที่ว่าป๋ ายเหยที่ในอดีตคือผู้ที่ภาคภูมิใจที่สุดในโลกมนุษย์เขาก็ยัง

ไม่คิดว่าตัวเองเป็ นผู้น าเช่นกัน

ทว่าแปดทวีปที่เหลือกลับมีเรื่องให้พูดเยอะแล้ว ยกตัวอย่างเช่นฮว่อหลงเจินเหรินของยอดเขาพาตี้ ก็คือหัวโจก

ของสองสายขาวด าแห่งอุตรกุรุทวีปที่ผู้คนให้การยอมรับ หลิวจอี้เป่าแห่งธวัลทวีปเข้ามาแทนที่เหวยเซ่ออดีต “เจ้าของเจ็ด

สิบสองยอดเขา

ทักษินาตยทวีปเคยมีเฉินฉุนอันผู้รอบรู ้ที่บนบ่าแบกตะวันจันทรา เพียงแต่ว่าตอนนี้กลายมาเป็ นฉีถิงจี้แห่งสานักกระบี่หลงเซี่ยงแทน

ใบถงทวีป เมื่อก่อนมีตู้เม่าขอบเขตบินทะยานของสานักใบถง ทุกวันนี้เหวยอิ๋งเซียนกระบี่ใหญ่แห่งสานักกุยหยกพอจะถูไถไปได้ แต่ อันที่จริงกลับไม่ได้รับการยอมรับจากผู้คนได้อย่างแท้จริง

จิงเฮาชิงกงไท่เป่ า สถานะผู้น าบนภูเขาของหลิวเสียทวีป ภายนอกก็ถือว่าเป็ นแค่ตาแหน่งว่างเปล่าเท่านั้น เพราะเจ้าของที่ แท้จริงของภูเขาชิงกงก็คือเฉินชิงหลิว

ฝูเหยาทวีปกับเกราะทองทวีปก็ยิ่งไม่มีผู้นาแห่งทวีปให้กล่าวถึง

แจกันสมบัติทวีป หลวี่เหยียนที่มีฉายาว่าฉงหยางอยู่ไม่เป็ นที่เป็ น ทาง ทุกวันนี้ชื่อเสียงก็ยังไม่โดดเด่น เป็ นเหตุให้ไม่อาจประคับประคอง สถานการณ์ได้ ถือเป็ นเนื้อแท้ภายในหาใช่หน้าตาภายนอก

หากไม่พูดถึงตบะ พูดถึงแค่หน้าตา คนบางคนที่ใช ้สถานะอื่น กวานคนสุดท้ายของกาแพงเมืองปราณกระบี่มารับตาแหน่งราชครู คนใหม่ของต้าหลีก็น่าจะพอถูไถได้อยู่กระมัง?

กู้ช่านเอาสองมือสอดไว้ในชายแขนเสื้อ เอ่ยว่า “อยู่ที่นคร จักรพรรดิขาวเรียนรู ้มรรคกถา อยู่ในฝูเหยาทวีปเป็ นอันดับหนึ่ง”

นางกะพริบตาปริบๆ พูดด้วยน้าเสียงนุ่มนวล “คุณชาย ดู เหมือนว่าจะยังไม่บ้าคลั่งมากพอนะ เป็ นแค่บุคคลอันดับหนึ่งของฝู เหยาทวีปเอง”

กู้ช่านกระตุกมุมปาก รอยยิ้มบนใบหน้ากาเริบเสิบสานสุดขีด “ในอนาคตวันใดวันหนึ่งจื่ออู่เมิ่งที่มีฉายาว่าชุนเซียว นางจะรู ้สึกว่าปี นั้นที่ตัดสินใจเป็ นสาวใช ้ยอมก้มหัวอ่อนข้อให้กับกู้ช่านคือเกียรติยศ อันใหญ่หลวง และยิ่งเป็ นการเลือกที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตนี้ของเจ้า ไม่ มีหนึ่งใน”

นางยื่นมือมาตบหน้าอกที่สูงตระหง่านซึ่งภายในเปี่ยมไปด้วย มโนธรรมอันดี “คุณชายพูดจากใจจริงนะ ข้ารู ้สึกว่านี่ไม่ถือเป็ น วีรกรรมยิ่งใหญ่อะไร อยู่ไกลเกินกว่าจะเรียกว่าบ้าดีเดือดมากนัก”

สิบนิ้วที่อยู่ในชายแขนเสื้อของกู้ช่านสอดประสานกัน เอ่ยเสียง ทุ้มหนักว่า “วันหน้าไม่ว่าเฉินผิงอันจะเดินไปได้ไกลแค่ไหนบนมหา มรรคา ข้าก็จะเดินเคียงบ่าไปกับเขา ไม่ว่าในอนาคตยอดเขาที่เขา ยืนอยู่จะสูงแค่ไหน กู้ช่านก็ยังจะยืนเคียงบ่าอยู่กับเขา”

กู้หลิงเยี่ยนยิ้มจนดวงตาที่น่าหลงใหลคู่นั้นหยีลง “คุณชายมั่นใจ หรือไม่ว่าสักวันหนึ่งในอนาคตที่ไม่ถือว่านานเกินไปนัก จะเลื่อนเป็ น ขอบเขตสิบสี่ได้?”

บุรุษที่สวมชุดลัทธิขงจื๊อหัวเราะเสียงแผ่วต่า “ตั้งตารอดูได้เลย”

บนยอดเขาแห่งหนึ่งของเปลี่ยวร ้าง ผู้เฒ่าคนหนึ่งที่สวมกวานไม้ ไผ่สานบนศีรษะเงยหน้ามองฟ้ า อ้าปากกว้าง ไม่มีเสียงใดดังลอด ออกมา เพียงแค่ทุบหน้าอกตัวเองเบาๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า

ราวกับว่าหากไม่ทาเช่นนี้ก็จะหายใจไม่ออก

ผู้เฒ่าปิติยินดีสุดขีด น้าตาไหลอาบใบหน้าเหี่ยวย่น สัมผัสถึง โชคชะตาอันเข้มข้นที่ชัดตลบอยู่ระหว่างฟ้ าดินเงียบๆ “สิบสี่ นี่ก็คือ สิบสี่”

สวรรค์ไม่ไร ้ทางให้คนเดิน หนึ่งหมื่นปีเต็มแล้ว ในที่สุดก็เลื่อนสู่ ขอบเขตนี้ได้แล้ว

ก่อนหน้านี้เฉินชิงหลิวไปเยี่ยมเยือนนครจักรพรรดิขาว เขากับ ลูกศิษย์คนดีเจิ้งจวีจงพูดคุยความในใจกันไปหลายประโยค

เรื่องหนึ่งเกี่ยวพันกับว่าปีศาจใหญ่ตนใดของเปลี่ยวร ้างมีโอกาส ที่จะก้าวข้ามก้าวนั้นออกไป เลื่อนเป็ นขอบเขตสิบสี่นาไปก่อนใคร มากที่สุด

ตามการประมาณการณ์ของเจิ้งจวีจง คาตอบที่เขาให้มาสร ้าง ความประหลาดใจอย่างมาก อันดับก่อนหลังก็คือหวังโหยวอู้ฉายา

“ซานจวิน” หลีโก้ว ป๋ ายจิ่งและอู๋หมิงซื่อ

แล้วก็เป็ นอย่างที่เจิ้งจวีจงคาดการณ์เอาไว้ ปีศาจใหญ่คนแรก ของใต้หล้าเปลี่ยวร ้างที่ผสานมรรคาได้สาเร็จก็คือหวังโหยวอู้ที่ไม่ถูก คนอื่นเห็นดีในตัวมากที่สุดคนนี้

หวังโหยวอู้ไม่มีเวลามาเช็ดน้าตา ลุกขึ้นยืนช ้าๆ กุมหมัดชูขึ้นสูง เอ่ยเสียงดังกังวานว่า “โจวมี่ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้!”

ใต้หล้าไพศาล ในศาลบรรพจารย์สกุลหลิวธวัลทวีป เพดานเปิด อ้าที่น้าจากสี่ทิศไหลมารวมในห้องโถงเดียวกัน เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หลิวยื่นมือออกไปรองรับน้าฝน การยืนของเขาครั้งนี้ยืนมานานหลาย วันแล้ว

พ่อค้าหาเงินเป็ นเรื่องสมเหตุสมผลตามหลักฟ้ าดิน

และเส้นทางการผสานมรรคาของหลิวจวี้เป่าก็สามารถแบ่งออก ได้สองสาย สายหนึ่งในนั้นค่อนข้างตื้นเขิน นั่นก็คือการใช ้เงิน

ผสานมรรคาเลื่อนเป็ นขอบเขตสิบสี่ได้สาเร็จ

ในที่สุดการที่จะช่วงชิงอักษร “อุตร” จากมือของอุตรกุรุทวีปมา ให้ธวัลทวีปก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีทางเป็ นไปได้อีกต่อไป

ใต้หล้ามืดสลัว เจ้าสานักสองสานักอย่างภูเขาเหลี่ยงจิงและ สานักต้าเฉา สวีเจวี่ยนคนรักของเจาเกออ่านต ารา “สวีอู๋กุ่ย” ของเจ้า ลัทธิลู่แห่งป๋ ายอวี้จิงซ้าไปซ้ามา

รอกระทั่งสวีเจวี้ยนหันไปมองนอกหน้าต่าง ฟ้ าเริ่มสว่างแล้ว เมื่อ เขาวางต าราลง อยู่ดีๆ สวีเจจี้ยนก็กลายเป็ นขอบเขตสิบสี่แล้ว

ดังนั้นฟ้ าดินจึงมีผีขอบเขตสิบสี่ตนแรกปรากฏขึ้นมา

สวีเจวี้ยนไม่รู ้ว่าจะหัวเราะหรือร ้องไห้กับเรื่องนี้ดี

สตรีกวาดตามองไปรอบด้าน เห็นเทพอภิบาลเมืองโจวที่ถืออาวุธ เทพอยู่ในมือ นางก็ตรงดิ่งไปยังพื้นที่ประกอบพิธีกรรมที่ผีขอบเขต บินทะยานขั้นสมบูรณ์แบบทิ้งไว้ทันที

อาณาเขตของนครเฟิงตูกว้างใหญ่ไร ้ที่สิ้นสุด ไม่เหมือนกับโลก สว่าง ไม่ได้มีแค่ภูเขาสายน้ากั้นขวางอย่างเรียบง่ายเท่านั้น ทุกมุมมืด

ยังซุกซ่อนน้าวนแห่งกาลเวลาเอาไว้

หนิงเหยาไม่ได้พูดคุยกับเทพอภิบาลเมืองโจวและพญายมจาก ตาหนักทั้งหลาย เพียงแค่ยื่นนิ้วข้างหนึ่งออกมากรีดไปตรงหว่างคิ้ว เลือดสดไหลออกมา ประหนึ่งเปิดดวงตาสวรรค์

และนางก็ยิ่งไม่ทิ้งถ้อยคาอาฆาตดุร ้ายไว้ให้กับผีตัวสารอง ขอบเขตสิบสี่ตนนั้น เพียงแค่เงือกระบี่ฟันออกไป สิบทิศในฟ้ าดินก็มี แสงกระบี่สีทองปูเต็มแน่นขนัด ประหนึ่งบุปผาที่เบ่งบานอยู่บนต้นไม้

สองฝ่ ายที่อยู่ดีๆ ก็ผูกปมแค้นกันไม่ได้อยู่ห่างกันแค่พันหมื่นลี้ เท่านั้น ทว่าแสงกระบี่พร่างพราวเส้นนั้นกลับพุ่งทะลุพื้นที่ที่มีน้าวน แห่งกาลเวลาอยู่นับไม่ถ้วน แสงกระบี่ประหนึ่งเงาตามติดท าให้ผีตน นั้นไร ้ที่ให้หลบหนี

เป็ นผีไปแล้ว แต่เจ้าก็ยังรนหาที่ตาย ถ้าอย่างนั้นก็จะให้เจ้าตาย อีกครั้ง

เพียงแต่กระบี่นี้ที่ฟันลงไปบนหัวของผีตนนั้น แยกไม่ออกว่าเป็ น เวทกระบี่ ปณิธานกระบี่ คาถากระบี่หรือวิถีกระบี่ ทว่าทั้งร่างจริงและ จิตวิญญาณของผีตนนั้นกลับถูกแสงกระบี่ระเบิดให้แหลกสลาย

หนิงเหยาสีหน้าเย็นชา เพียงแค่ยื่นมือไปเช็ดคราบเลือดบนหว่าง คิ้วอย่างไม่ใส่ใจ แสงกระบี่ลากให้เกิดเส้นยาวสีทองเหมือนลาคลอง สายยาว ก่อนที่กระบี่เล่มยาวจะสอดกลับฝักเสียงดังเครั้ง

จงขุยที่สวมชุดคลุมอาคมสีแดงสดเพิ่งจะมาถึงที่นี่ ยืนอยู่ข้าง กายพวกเทพอภิบาลเมืองโจว หัวเราะร่าแสร ้งท าเป็ นสงบเยือกเย็น “นางคือคนรักของเฉินผิงอัน”

เรื่องนี้ไม่ว่าใครก็รู ้ ไหนเลยจะต้องให้เจ้าจงขุยทาเรื่องที่เกิน ความจ าเป็ นด้วยการอธิบายให้พวกข้าฟังว่านางเป็ นใคร

หนิงเหยาแสร ้งท าเป็ นไม่ได้ยินค าพูดของจงขุย กุมหมัดเอ่ยขอ อภัยไปทางด้านนั้น “จะพยายามไม่ให้มีครั้งหน้าอีก”

รอกระทั่งหนิงเหยาจากไป หวนกลับไปยังไพศาลอีกครั้งแล้ว จงขุยถึงได้พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “หนิงเหยาคือภรรยาของน้องชาย ข้า เทียบเชิญงานแต่งของพวกเขา ข้าได้รับมาแล้ว พวกท่านคง ไม่ได้รับสินะ”

เทพอภิบาลเมืองโจวหลุดข าอย่างอดไม่อยู่ ถามว่า “ท าไมข้าถึง ไม่เคยได้ยินซิ่วไฉเฒ่าพูดถึงเรื่องนี้เลย?”

แม่ทัพฟ่านพยักหน้า “หนอนหนังสือน้อยเผยเฉียนที่เป็ นลูกศิษย์ เปิดขุนเขาของเฉินผิงอัน นางยังไม่รู ้เรื่องนี้เลย น้องจงขุย เจ้านี่ใช ้ได้ เลยนะ”

จงขุยไม่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเลยแม้แต่น้อย สองมือจับประคอง อยู่ที่เข็มขัด เอาแต่ยิ้มพูดเรื่องของตัวเองไปว่า “พวกท่านไม่รู ้อะไร สินะ มิตรภาพระหว่างข้ากับเฉินผิงอัน อยู่ในงานเลี้ยงแต่งงานของ พวกเขาสองคน หนิงเหยาดื่มสุราคารวะข้าไม่ใช่แค่จอกเดียวเท่านั้น สองจอกยังรังเกียจว่าน้อยไป สามจอกไม่ถือว่ามาก”

เทพอภิบาลเมืองโจวถาม “ค าก็เฉินผิงอัน สองค าก็หนิงเหยา เจ้า คิดว่าพวกเขาจะไม่ได้ยินจริงๆ หรือ?”

จงขุยหุบปากจับทันใด

ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในภูเขาใหญ่แสนดี้ เฒ่าตาบอดพูดกับกาน ถังว่าในบรรดาผู้ฝึ กตนขอบเขตสิบสี่คนใหม่ในอนาคต มีแต่น้า มากกว่าเนื้อ ทว่าหนิงเหยากลับเป็ นข้อยกเว้น

ตอนนั้นอันที่จริงกานถังกึ่งเชื่อกึ่งกังขา รู ้สึกว่าเฒ่าตาบอด ล าเอียงเข้าข้างหนิงเหยาถึงได้เอ่ยค าพูดคล้อยตามไปตามมารยาท

ทว่าหากผู้ถวายงานทั่วไปของภูเขาลั่วพั่วท่านนี้ได้มาเห็นภาพนี้ กับตาตัวเองก็คงรู ้ได้ว่าคาพูดประโยคนั้นของเฒ่าตาบอดไม่มีน้าปน เลยสักนิด

ผู้คนบนโลกมนุษย์พากันเลื่อนเป็ นขอบเขตสิบสี่

หนิงเหยาสามารถสังหารบินทะยานได้อย่างง่ายดาย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!