เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1109

เฉินผิงอันให้หมี่ลี่น้อยเคาะประตู ในบ้านมีคนเดินเร็วๆ มาเปิด ประตู คือนักพรตหญิงสวมชุดเต๋าสีม่วงคนหนึ่ง ดูเหมือนนางจะเป็ น ลูกศิษย์ของลูกศิษย์ผู้สืบทอดคนหนึ่งของเซวียเทียนจวิน เมื่อเป็ น เช่นนี้ ในบรรดานักพรตห้าสานักที่มาเยือนภูเขาลั่วพั่วในครั้งนี้ นาง จึงเป็ นคนที่มีลาดับอาวุโสต่าที่สุด

ดูท่ากฎในส านักของต าหนักเฟยเซียนจะไม่เบาเลยจริงๆ

เห็นหนึ่งคนโตหนึ่งเด็กที่อยู่นอกประตู จูจื่อโส่วก็อึ้งแล้วอึ้งอีก

อึ้งแรกเพราะในที่สุดก็ได้เจอกับเจ้าขุนเขาเฉินที่ชื่อเสียงประหนึ่ง สายฟ้ าฟาดอยู่ข้างหู อึ้งสองก็เพราะแม่นางน้อยชุดดาที่ขี่อยู่บนคอ ของเจ้าขุนเขาเฉิน

คนที่อยู่ในห้องโถงของเรือนหลังนี้มองไปเห็นทัศนียภาพนอก ประตูก็มีนักพรตหลายคนขมวดคิ้วน้อยๆ เพียงแต่ไม่นานก็คลายสี หน้าลงท าหน้าเรียบเฉย

ในเมื่อมาเป็ นแขกที่ภูเขาลั่วพั่ว เจ้าบ้านท าตัวตามสบาย ไม่ยึด ติดกับกฎระเบียบ พวกเขาที่เป็ นแขกก็ไม่ควรจะไปเจ้ากี้เจ้าการอะไร

จูจื่อโส่วรีบคารวะตามขนบลัทธิเต๋า แล้วก็ไม่มีเวลามาสังเกตว่า เจ้าขุนเขาเฉินคารวะกลับคืนหรือไม่ นางรีบเบี่ยงตัวก้มหน้าหลีกทาง ให้อีกฝ่าย

เฉินผิงอันเดินข้ามธรณีประตูมา หมี่ลี่น้อยหน้าแดงก่าอยู่นาน แล้ว ตบหัวของเจ้าขุนเขาคนดีเบาๆ เฉินผิงอันกลับยิ้มเอ่ยว่าไม่ต้อง รีบร ้อน

เฉินผิงอันชะลอฝีเท้าลงคล้ายตั้งใจคล้ายไม่เจตนา เห็นว่าจูจื่อ โส่วไม่มีวี่แววว่าจะเดินตามมา เฉินผิงอันก็เดินหน้าต่อ เดินไปได้สิบ กว่าก้าว นักพรตหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังถึงได้ขยับเท้า

ไปถึงนอกห้องโถง เฉินผิงอันถึงได้วางหมี่ลี่น้อยลง จูจื่อโส่วลังเล เล็กน้อย ก่อนจะเลือกรออยู่ข้างนอก คิดไม่ถึงว่าบุรุษชุดเขียวจะหัน หน้ามามอง ยื่นฝ่ ามือบอกเป็ นนัยว่าสหายเดินไปก่อน จูจื่อโส่วถึงได้ เดินก้าวเร็วๆ ข้ามธรณีประตูเข้าไปอย่างทั้งเขินอายทั้งตระหนกลน กลับไปถึงตาแหน่งที่อยู่ติดประตูที่สุดของตัวเองแล้วก็ยืนนิ่ง เฉินผิง อันกุมหมัดยิ้มเอ่ย “เฉินผิงอันแห่งภูเขาลั่วพั่วคารวะเกาเจินลัทธิเต๋า ทุกท่าน”

ก่อนหน้านี้ตอนที่จูจื่อโส่วไปเปิดประตูก็มีนักพรตเกือบครึ่งลุก ขึ้นยืนจากเก้าอี้กันแล้ว รอกระทั่งเฉินผิงอันก้าวข้ามธรณีประตูเข้า มา เดินสวนไหล่ผ่านจูจื่อโส่วไปก็มีนักพรตพากันลุกขึ้นยืนอีก กระ ทั่งเฉินผิงอันเดินมาถึงหน้าประตูห้องโถงก็เหลือแค่นักพรตเด็กหนุ่ม คนหนึ่งที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ เป็ นตอนที่เฉินผิงอันบอกกล่าวชื่อแช่

ของตัวเอง คนผู้นี้ถึงได้ลุกขึ้นยืนช ้าๆ แต่กระนั้นก็ยังคงหันมาคารวะ ลวกๆ เชื่องช ้ากว่าทุกคนไปจังหวะหนึ่ง

ห้องโถงกว้างขวางมากพอ วางเก้าอี้สิบกว่าตัวก็ยังมีพื้นที่ เหลือเฟื อ เก้าอี้สองฝั่งล้วนยังว่างเปล่า แน่นอนว่าเตรียมไว้ให้กับ เจ้าของที่แท้จริงของภูเขาลูกนี้

เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ไม่ต้องเกรงใจ พวกเรานั่งลงคุยกัน”

ยกชายชุดกว้าตัวยาวสีเขียวขึ้นเผยให้เห็นรองเท้าผ้าบนเท้าคู่ นั้นเล็กน้อย เฉินผิงอันนั่งลงช ้าๆ นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเซวียจื๋อสู้ย หมี่ ลี่น้อยนั่งอยู่ตรงข้ามกับนักพรตเด็กหนุ่มคนนั้น

เฉินผิงอันยื่นมือมาตบไหล่ของหมี่ลี่น้อยที่อยู่ข้างกายตนเบาๆ ยิ้มเอ่ยแนะนาว่า “นางคือผู้ถวายงานพิทักษ์ภูเขาของภูเขาลั่วพั่ว พวกเรา โจวหมี่ลี่ ตอนนี้ยังไม่มีฉายา ดังนั้นคราวหน้าที่ข้าไปศาลบุ๋น แผ่นดินกลางจะต้องขอให้จิงเซิงซีผิงช่วยเลือกฉายาที่ดีหน่อยให้กับ นาง”

หมี่ลิ่น้อยมือหนึ่งดึงเชือกกระเป๋ าผ้าฝ้ าย อีกมือหนึ่งเกาแก้มเบาๆ รู ้สึกล าบากใจล าบากใจจริงๆ ความกระอักกระอ่วนของนางใหญ่เท่า โต๊ะเลยนะ

เซวียจื๋อสุ้ยผงกศีรษะให้กับผู้ถวายงานพิทักษ์ภูเขา เอ่ยประโยค ตามมารยาทว่าผินเต้าขออวยพรล่วงหน้าให้ผู้ถวายงานโจวได้รับ

ฉายาที่ไพเราะมา ณ ที่นี่ จากนั้นเชวียเทียนจวินก็แนะนานักพรตที่ อยู่ฝั่งของตัวเอง

นักพรตหลายคนพลันกระจ่างแจ้งทันใด ในใจคิดว่ามิน่าเล่าหมื่อ กี้กับเจียงซ่างเจินถึงได้รักและเอ็นดูแม่นางน้อยขนาดนั้น ที่แท้นางก็ คือผู้ถวายงานพิทักษ์ภูเขาที่อาพรางตัวอย่างลึกล้านั่นเอง

ยิ่งเป็ นสานักใหญ่จวนเซียนใหญ่ ต าแหน่งของผู้ถวายงาน พิทักษ์ภูเขาก็ยิ่งโดดเด่นสถานะยิ่งมีเกียรติ เหมือนอย่างในจวนเซียน ซือของภูเขามังกรพยัคฆ์ก็มีจิ้งจอกฟ้ าสิบหางฉายาว่าเลี่ยนเจินอยู่ ตนหนึ่งไม่ใช่หรือ?

ภูเขาเถาฝูที่เป็ นปฐมสานักดั้งเดิม ครั้งนี้มีนักพรตมาทั้งหมดสี่ คน ผู้มีพรสวรรค์ด้านการฝึ กตนคนหนึ่งที่มาจากยอดเขาเฮ้อเป้ ย นามเซียงถง มีรูปโฉมเป็ นเด็กหนุ่ม หยางเสวียนเป่ าอาจารย์ของอีก ฝ่ าย ฐานะของนางพิเศษ อดีตชาติเคยเป็ นลูกศิษย์เปิดขุนเขาของ อวี๋เสวียน สละร่างกลับมาเกิดใหม่ ถูกอวี๋เสวียนตามหาแล้วพากลับ ภูเขามาด้วยตัวเอง แล้วรับเป็ นลูกศิษย์ผู้สืบทอดอีกครั้ง เป็ นเหตุให้ สองชาติของหยางเสวียนเป่าก็ล้วนเป็ นเจ้าของยอดเขาเฮ้อเป้ ย และห ยางเสวียนเป่าที่ตั้งใจฝึกตนมาสองพันกว่าปีก็รับเซียงถงเป็ นลูกศิษย์ ผู้สืบทอดเพียงคนเดียว ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงเคยติดตามอาจารย์ไปฝึก ตนอยู่ในถ้าสวรรค์อวิ๋นเมิ่งเป็ นกรณียกเว้นอยู่หลายครั้ง หยางเสวียน เป่าถึงขั้นขอให้อาจารย์มาเยือนยอดเขาเฮ้อเป้ ยอยู่หลายครั้งเพื่อให้ ช่วยถ่ายทอดวิชาสายยันต์ให้กับเซียงถงด้วยตัวเอง

ดังนั้นอยู่ที่ภูเขาเถาฝูแห่งนี้ เซียงถงจึงขึ้นชื่อว่ามีลาดับอาวุโสสูง พรสวรรค์สูง สายตาก็สูง

นอกจากนี้ภูเขาใกล้เคียงสามลูกที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของ ภูเขาเถาฝู ยอดเขาอีโฮ่วยอดเขาเอ้อโฮ่ว ยอดเขาซานโฮ่ว มองดู เหมือนตั้งชื่ออย่างไม่ใส่ใจ แต่กลับมีความหมายไม่เล็ก ครั้งนี้แต่ละ ยอดเขามีคนมาหนึ่งคน เหลียงเฉากวาน เหวินเสีย เจี่ยซาน หนึ่ง นักพรต สองนักพรตหญิง อายุขัยการฝึกตนต่างก็ไม่มาก อายุน้อยๆ ก็เป็ นตัวเลือกของเจ้ายอดเขาแล้ว

ภูเขาอวี๋ฮว่าที่เป็ นสานักเบื้องบนมีอีกชื่อว่า “ภูเขาลู่ซาน สาย หลักสายนี้มีนักพรตหนุ่มมาคนเดียว เขามีชื่อว่า “นักพรตติง” มา จากพื้นที่มงคลไท่เกิง มีวิชาความรู ้หลากหลาย ได้รับการยอมรับว่า เป็ นผู้มีความสามารถครอบคลุมของบนภูเขา แค่เรียนรู ้ก็เป็ น แค่ เรียนเป็ นก็เชี่ยวชาญ

ตาหนักเฟยเซียนสานักเบื้องล่าง เจ้าตาหนักชื่อว่าเซวียจื๋อสู้ย ฉายา “จื๋อเย่” เทียนจวินลัทธิเต๋าท่านนี้คือหนึ่งในหกลูกศิษย์ผู้สืบ ทอดของอวี๋เสวียน ดังนั้นครั้งนี้ที่ออกเดินทางมาเขาจึงมีล าดับอาวุโส และสถานะสูงที่สุด มีหน้าที่ปกป้ องมรรคา เซวียจื๋อสู้ยพาคนมาด้วย สองคน ลูกศิษย์ของลูกศิษย์อย่างหลู่ปี้อวี๋ และจูจื่อโส่วลูกศิษย์ของ ศิษย์น้องหญิงคนหนึ่งของหลู่ปี้วี๋

พรรคโต้วหราน หวังถิงจือนักพรตผู้คุมกฎพาลูกศิษย์ผู้สืบทอด สองคนของเหมยเจินผู้เป็ นศิษย์พี่เจ้าสานักอย่างเถียนกงกับป๋ ายเฟิ่ง มาด้วยกัน

อารามจิงเหว่ยมีนักพรตมาแค่คนเดียว หลี่มูโจว เขาคือศิษย์เอก ของนักพรตโก้ว เป็ นศิษย์พี่ศิษย์น้องกับจ้าวเหวินหมิ่นอดีตเจ้า อาราม

ตอนที่เซวียจื๋อสุ้ยแนะน าระบบสืบทอดแต่ละสายและขอบเขต สถานะของพวกเขา มีบางคนก็ลุกขึ้นยืน บางคนก็พยักหน้า บางคน ยิ้มบางๆ แล้วก็มีคนที่หลับตาทาสมาธิ

อันที่จริยังมีนักพรตรุ่นเยาว์อีกสองคน เพียงแต่ว่าเวลานี้ไม่ได้อยู่ บนภูเขา ข่งหยวนกับหวังกวา พวกเขาจับกลุ่มคู่ไปที่เมืองเล็กตั้งแต่ เช ้าตรู่แล้ว

เซวียจื๋อสู้ยใช ้ยันต์หนึ่งแผ่นแจ้งให้พวกเขารู ้ว่าเจ้าขุนเขาเฉินมา เยือนถึงเรือนแล้ว ทว่านักพรตสองคนนั้นกลับไม่สนใจ

เซวียจื๋อสู้ยก็ไม่ได้บังคับให้พวกเขารีบกลับมาที่ยอดเขาจี๋หลิง ข่งยวนกับหวังกวามาจากพรรคใต้อาณัติของภูเขาอวี๋ฮว่ากับพรรค โต้วหรัน

และอาราม ตาหนัก พรรคจวนเซียนที่อยู่ใต้อาณัติประเภทนี้ก็มี ทั้งหมดยี่สิบกว่าแห่งเป็ นสถานที่มังกรซ่อนพยัคฆ์หมอบ เทพเซียน

พสุธามีอยู่มากมาย นี่แสดงให้เห็นว่าสายของฝูลู่อวี๋เสวียนเป็ นบุคคล ที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงใด แตกกิ่งก้านสาขารกครื้มมากมายถึงเพียงไหน

อันที่จริงเฉินผิงอันเคยเปิดอ่านตาราบางเล่มของขุนนางผู้เรียบ เรียงตาราบางคนมานานแล้ว แต่กระนั้นก็ยังฟังคาแนะนาจากเซวีย เทียนจวินอย่างใจเย็น

รอกระทั่งเซวียจื๋อสู้ยแนะนาจบก็ยิ้มมองไปยังเจ้าขุนเขาเฉินที่อยู่ ฝั่งตรงข้าม

นี่ต่างหากจึงจะเป็ นวิธีการคบค้าสมาคมในความหมายทั่วไป ระหว่างส านักบนภูเขา กับผู้ฝึกตนท าเนียบของไพศาล

เฉินผิงอันยิ้มบางๆ เปิดปากพูดคุยต่อทันที “พรรคของพวกท่าน ทั้งหลายเป็ นสานักใหญ่ เป็ นตระกูลเซียนที่หลายใต้หล้าต่างก็เคยได้ ยินชื่อเสียง ภูเขาลัวพัวของพวกเราเป็ นเพียงพรรคเล็กๆ ที่เพิ่งจะมี เค้าความหวังขึ้นมา ครั้งนี้ผู้อาวุโสอวี๋ให้ทุกท่านมาหาประสบการณ์ ที่นี้ สร ้างเกียรติยศให้กับพวกเรา ข้าที่เป็ นผู้เยาว์รู ้สึกเกรงกลัวและยา เกรง ทั้งกลัวว่าจะละเลยต่อเกาเจินลัทธิเต๋าทุกท่าน ทั้งยังกลัวว่าใช ้ มารยาทพิธีการมากเกินไปกลับกลายเป็ นว่าจะไม่ดี หากไม่เป็ น เพราะปิดด่านเพิ่งออกจากด่านมา ไม่ว่าอย่างไรก็ควรจะไปรับพวก ท่านที่ท่าเรือหนิวเจี่ยวแล้วจัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกท่านสักหน่อย”

อาจารย์ยังดี แค่รับฟังด้วยรอยยิ้มเท่านั้น แล้วนับประสาอะไรกับ ที่อีกฝ่ายก็ไม่ถือว่าพูดปด เพราะมีเรื่องเช่นนั้นอยู่จริง

ทว่าตอนนั้นอาจารย์อาเย่กลับลุกขึ้นแล้วออกจากงานเลี้ยงมา ทันที ไม่ไว้หน้าเซียนเหรินผู้นั้นแม้แต่น้อย

ปัญหานั้นอยู่ที่ว่าแม้กระทั่งอาจารย์เย่ เย่ต้นที่ไม่ชอบยิ้มแย้ม พูดคุย ถ่ายทอดวิชาอย่างเข้มงวดผู้นี้อยู่ในอันดับที่สอง เป็ นรองแค่ห ยางเสวียนเป่าแห่งยอดเขาเฮ้อเป้ ย แม้กระทั่งนางก็ยังทาตัวประหลาด

ประโยค “ท่านเย่ผู้เร ้นตนผู้สูงสง่า (เย่ฉู่ชื่อ) ใสกระจ่างดุจแพร ขาวบริสุทธิ์” ก็คือพูดถึงอาจารย์อาเย่ของนางผู้นี้ที่จนถึงทุกวันนี้ก็ยัง ไม่มีคู่บาเพ็ญตน ถึงขั้นที่ว่าเคยปฏิเสธบุรุษที่เป็ นห้าขอบเขตบนไป หลายคน

เย่ตั้นหลอมยันต์ล้าค่าแผ่นหนึ่งที่อาจารย์ปู่ มอบให้ด้วยตัวเอง บอกว่าเป็ นของตกทอดของยุคบรรพกาล มรรคกถาสูงส่งขนาด อาจารย์ปู่ อวี๋เสียนก็ยังได้แค่หลอมมันให้ถึงระดับที่สูงกว่าแค่ขั้นเดียว เล่าลือกันว่าหากเรียกออกมาใช ้ยันต์พุ่งเหมือนมังกร มีคากล่าวที่ว่า “แพรเขียวสามหมื่นฉื่อ”

อาจารย์อาเย่กาชับนางว่าเมื่อมาถึงภูเขาลั่วพั่วแล้วให้นางสังเกต ดูว่าเขาเป็ นคนอย่างไร

พอไปถึงยอดเขาเอ้อโฮ่ว จ าไว้ว่าต้องเอาไปบอกนางด้วย

บนยอดเขาเอ้อโฮ่ว ขอแค่เย่ต้นยินดีพูด ค าพูดของนางก็ใช้ ได้ผลยิ่งกว่าเจ้าแห่งยอดเขาเสียอีก แน่นอนว่าเหวินเสียไม่กล้าไม่

เห็นเป็ นสาคัญ ดังนั้นขึ้นเขามาครั้งนี้นางจึงวาดหวังที่จะพบหน้าเฉิน ผิงอันยิ่งกว่าใคร

ท่ามกลางป่าไผ่หนาครึ้มด้านหลังภูเขาของยอดเขาเอ้อโฮ่วแห่ง นั้น หันหน้าเข้าหาภูเขาเขียวเหมือนหันหน้าเข้าหาก าแพง สาวงาม นั่งพิงต้นไผ่อยู่เพียงลาพัง

นักพรตหญิงเก็บตัวสันโดษ หนังสือเก่ากับแสงตะเกียงเลือนราง เงาหน้าต่างพลิ้วไหวในยามราตรี สายลมพัดผ่านป่าไผ่เหมือนเสียงผี ร ้องคร่าครวญ ทั้งๆ ที่เป็ นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่ง เพียงแค่เพราะเจ้าของมีนิสัยเย็นชาเกินไป มักจะปิดประตูไม่ต้อนรับ แขก จึงท าให้ดูอึมครึมเหมือนเรือนผี

ตอนที่อาจารย์อาเย่เป็ นคอขวดขอบเขตก่อกาเนิดเคยไปเยือน ก าแพงเมืองปราณกระบี่ เหวินเสียรู ้เรื่องนี้ เคยลงสนามรบ ถูกเผ่า ปี ศาจแห่งเปลี่ยวร ้างลอบโจมตี ด้วยเหตุนี้อาจารย์อาเย่จึงได้รับ บาดเจ็บสาหัส เรื่องนี้นางก็รู ้

เพียงแต่ว่านั่นเป็ นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นหลายร ้อยปีก่อนแล้ว ตาม หลักแล้วก็ไม่ควรจะมีการคบค้าสมาคมใดๆ กับเฉินผิงอันที่บังเอิญ โชคดีได้รับหน้าที่เป็ นอื่นกวานคนสุดท้ายของก าแพงเมืองปราณ กระบี่ถึงจะถูก

ในเมื่อไม่เคยเจอหน้ากัน แล้วไยต้องให้ความสาคัญถึงเพียงนี้?

เหวินเสียถอนหายใจอยู่ในใจ คงเป็ นเพราะไม่เคยเจอมาก่อน อาจารย์อาเย่ที่รักความสงบถึงได้รู ้สึกสงสัยใคร่รู ้ในตัวเฉินผิงอัน กระมัง

เหวินเสียเดาว่าสิ่งที่อาจารย์อาเย่ให้ความสนใจอย่างแท้จริง บาง ทีอาจจะไม่ใช่ตัวของเฉินผิงอันคนนี้ แต่เป็ นชื่อของกาแพงเมือง ปราณกระบี่ เป็ นยศอิ่นกวาน?

หากเป็ นเช่นนี้จริงก็พอจะเข้าใจการกระทาที่ผิดปกติของ อาจารย์อาเย่ได้แล้ว

เถียนกงสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ มองดูเหมือน ‘สายตามอง ตรงไปข้างหน้า” ฟังค าพูดไร ้สาระระหว่างเจ้าขุนเขาเฉินกับเซวีย เทียนจวินอย่างสงบ แต่แท้จริงแล้วนักพรตใจลอยไปไกลเป็ นหมื่นลี้ นานแล้ว สองมือที่ซ่อนอยู่ในชายแขนเสื้อทามุทราไม่หยุด แอบฝึก วิชาของลัทธิเต๋าอย่างไม่กระโตกกระตาก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!