“ในเมื่อเขาอยากจะปิดแผ่นฟ้ าข้ามมหาสมุทร จาเป็ นต้องยืมมืด ฆ่าคน ยืมมืดฆ่าคนก็ต้องใช ้มีดที่ดี ในฝูเหยาทวีปมีปี ศาจใหญ่ ขอบเขตบินทะยานตนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ซึ่งจาเป็ นต้องพาตัวเข้าสู่ สถานการณ์ มาเยือนพื้นที่เล็กเท่าฝ่ามืออย่างภูเขาเฉวียนเจียวแห่งนี้ ด้วยตัวเอง หากสะดุดตาเกินไปก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะหนีพ้นการ ตรวจสอบของศาลบุ๋น รวมไปถึงเวทอ าพรางตาและการอนุมานจาก ส านักหยินหยาง เซียนเหรินในท้องถิ่นคนหนึ่งที่ขี้ขลาดไม่กล้าลง สนามรบเพราะกลัวตายจึงเหมาะสมพอดี”
“ก่อนจะเจอเจ้า ข้าเคยมีการตั้งสมมติฐานไว้หลายสิบชนิด ทว่า ไม่ว่าจะอนุมานและค านวณบนกระดานหมากอย่างไร ต่อให้บวกลู่จือ เชี่ยโก่วและพวกหลิ่วชวี่เข้าไป ต่างคนต่างส่งข่าวมาที่ภูเขาถลั่วพั่ว อย่างลับๆ ก็ยังไม่รู้สึกว่าเจ้าจะสามารถท าอะไรได้ส าเร็จ แต่นาทีที่ข้า ได้เห็นเจ้าก็คิดจนเข้าใจกระจ่างได้ทันที”
“เพราะเจ้าต้องใช ้การสละร่างมาหลุดพ้นจากหายนะ ขณะที่เจ้า รอดพ้นจากเคราะห์กรรมเลื่อนเป็ นขอบเขตบินทะยาน ก็คือช่วงเวลา ที่จะไปกระตุ้นค่ายกลของสายแร่ให้เปิดออก การท าลายตัวเองอย่าง ไม่เสียดายของผู้ฝึกลมปราณขอบเขตบินทะยานคนหนึ่งที่เสียสติก็ ได้ทาให้ภูเขาสายน้าของครึ่งทวีปพังภินท์ไปนับแต่นั้น”
พวกเฉากุ่นยังดี เคยอยู่ในคฤหาสน์หลบร ้อนจึงเคยเห็นโลก กว้างมาก่อน
ทว่าผู้ฝึกกระบี่เซียนดินคนอื่นๆ ในห้องที่ไม่เคยไปเยือนกาแพง เมืองปราณกระบี่ ได้ยินอิ่นกวานหนุ่มพูดร่ายยาวด้วยน้าเสียงผ่อน คลายสบายอารมณ์ พวกเขาก็รู ้สึกเสียวสันหลังวาบกันไปนานแล้ว
หวังเจียยิ้มเงื่อนเอ่ยว่า “คิดอยากจะเพิ่มโทษทัณฑ์ ไยต้องกังวล ว่าจะหาข้ออ้างไม่ได้?”
เฉินผิงอันหัวเราะหยัน “รู ้ว่าเจ้าเป็ นคนฉลาด ไม่ว่าจะเป็ นคน ฉลาดทั่วไปที่หลอกคนโง่ได้ หรือเป็ นคนฉลาดล้ามีความรู ้สูงส่ง สามารถหลอกคนฉลาดทุกคนได้ แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดนั้นอยู่ ตรงไหน? อยู่ที่เรื่องทุกเรื่องที่พวกเราทาล้วนมีสิ่งที่แสวงหา มิอาจ ปล่อยให้สูญเปล่าได้”
หวังเจี่ยถอนหายใจ “เฉินผิงอัน เจ้าพูดหลักการเหตุผลให้ทะลุ ฟ้ าไปเลย…ข้ากลัวเจ้าแล้ว! ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ข้าก็ต้อง ชี้แจงข้อหนึ่งให้เจ้าฟังอย่างชัดเจน ไม่มีแผนการวุ่นวายอะไรพวกนี้ หรอกนะ ข้ายอมรับว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ฝึ กกระบี่อะไรจริงๆ แล้วก็เป็ น อย่างที่เจ้าคาดการณ์ไว้ นั่นคือข้าต้องใช ้กาลังภายนอกมาสละร่าง เพื่อข้ามผ่านทัณฑ์แห่งหายนะเคราะห์กรรมที่สานักต้องล่มสลาย ทัณฑ์สุดท้ายในเคราะห์กรรมของการสละร่างสามครั้ง ซึ่งถูกลิขิตไว้ ในชะตาชีวิตของข้า การมาถึงของเซี่ยชงฮวาและซ่งพิ่นท าให้ข้ารู ้สึก ยินดีอย่างไม่คาดฝันจริงๆ ข้าถึงขั้นจงใจเรียกฮ่องเต้แห่งราชสานัก
จินผูมา ต่อให้ไม่ถูกผู้ถวายงานคนนั้นของภูเขาลั่วพั่วฟัน ข้าก็ย่อมมี วิธีที่จะสร ้างความขัดแย้งกับพวกเฉากุ่นอยู่ดี”
มารดามันเถอะ อาศัยแค่คาพูดที่ขยับลิ้นพูดได้อย่างคล่องแคล่ว พวกนี้ของเฉินผิงอันเกรงว่าต่อให้ตนไม่ถูกหนิงเหยาฟันตายด้วย กระบี่เดียว หรือไม่ก็ถูกพวกเซี่ยซงฮวาฟาดกระบี่มั่วชั่วฟันตาย
พรุ่งนี้ก็ต้องไปกินข้าวคุกอยู่ที่สวนกงเต๋ออยู่ดี!
จาต้องยอมรับว่าหากตนไม่ใช่ตน แต่เปลี่ยนไปเป็ นคนอื่นที่รับ ฟังอยู่นอกสถานการณ์ก็คงเชื่อไปแล้วหลายส่วน
เจ้าเฉินผิงอันผู้นี้จิตใจสกปรกเสียจริง!
มิน่าเล่าถึงเป็ นอิ่นกวานคนสุดท้ายของกาแพงเมืองปราณกระบี่ ได้ เป็ นตนที่ดูแคลนอีกฝ่ายมากเกินไป
หวังเจี่ยกลัวแล้วจริงๆ หากเขายังไม่แสดงความจริงใจอีก ก็ เป็ นไปได้ถึงเก้าในสิบส่วนว่าวันนี้มิอาจข้ามผ่านด่านเคราะห์กรรม แล้วยังต้องกายดับมรรคาสลายไปด้วย
เขาสังเกตเห็นว่าเฉินผิงอันใช ้สายตาเวทนามองมายังตน
จากนั้นเฉินผิงอันก็ถามคาถามประหลาด “หวังเจี๋ยหยกดิบ บาง ทีอาจรู ้ว่าตัวเองคือตัวเอง แต่หวังเจี่ยเซียนเหรินจะรู ้ได้จริงหรือ?”
ในใจของหวังเจี่ยตะลึงพรึงเพริดสุดขีด คล้ายกับเพิ่งรู ้ตัวอย่าง เชื่องช ้า เดาได้ถึงสถานการณ์ที่น่ากลัวที่สุด สายตาของเขาเต็มไป
ด้วยแวววิงวอน คล้ายกับก าลังเอ่ยประโยคหนึ่งว่า อินกวานช่วยข้า ด้วย!
อันที่จริงเฉินผิงอันได้เรียกกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตนกในกรง ออกมานานแล้ว ทุกก้าวที่เขาเดินจากหน้าประตูใหญ่จนกระทั่งข้าม ผ่านธรณีประตูเข้ามา แม้กระทั่งตอนที่เอื้อมมือไปแตะพนักเก้าอี้ ทุก การตีลงเบาๆ ล้วนเป็ นการโคจรวัตถุแห่งชะตาชีวิตห้าธาตุทั้งสิ้น
ผู้ฝึกตนทาเนียบและผู้ฝึกตนอิสระแห่งป่ าเขาที่ประหนึ่งปลาและ มังกรปะปนกันอยู่ในภูเขาเฉวียนเจียว มนุษย์ธรรมดาที่มาเสี่ยงดวง ทาการค้าเล็กๆ น้อยๆ ที่นี่ ฝ่ ายแรกถูกโยนออกไปนอกภูเขาทั้งหมด ฝ่ ายหลังล้วนถูกย้ายออกไปจากที่นี่ คนทั้งสองกลุ่มอยู่ในอาณาเขต แห่งหนึ่งที่ห่างไกลจากภูเขาเฉวียนเจียวมาก หรือควรจะพูดว่าถูกจับ โยนเหมือนโยนเกี๊ยวลงน้า พลิ้วกายลงบนพื้น สับเปลี่ยนตาแหน่งที่ ยืน
ระหว่างนั้นก็มีเซียนดินที่ร่ายวิชาอภินิหารบางอย่าง ไม่ยอมย้าย สถานที่ รอกระทั่งกระบี่บินเล่มหนึ่งชี้มาตรงหว่างคิ้วพวกเขา พวกเขา ก็รู ้แล้วว่าควรท าตัวอย่างไร
ไม่กล้ารบกวนให้เซียนกระบี่ส่งออกนอกอาณาเขตอย่างมี มารยาท ตัวพวกเขาก็รีบเผ่นหนีกันไปเองก่อนแล้ว เพราะถึงอย่างไร ในทะเลสาบหัวใจของแต่ละคนก็มีค าพูดดุดันและค าเตือนหลาย ประโยคที่เซียนกระบี่คนนั้นบอกเอาไว้ “กล้ามาแย่งเงินแย่งพื้นที่กับ ข้าผู้อาวุโส แต่ละคนเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วหรือ? การร่ายวิชาคาถา
ระหว่างขอบเขตบินทะยานพวกเจ้าก็สามารถมาจับปลาในน้าขุ่นได้ ด้วยหรือ?!”
“พวกเจ้าไปรวมตัวกันที่ภูเขาลูกนั้น อย่าลืมพามนุษย์ธรรมดา ทะยานลมลอยตัวอยู่กลางอากาศไปด้วยกัน มีเรือยันต์ก็ใช้เรือยันต์ จาไว้ว่าห้ามให้สองเท้าสัมผัสพื้น หนีไปได้ไกลเท่าไหร่ก็ให้ไกล เท่านั้น ใครกล้าทิ้งมนุษย์ธรรมดาเอาไว้ ข้าจะไปสังหารเขียนดินผู้ นั้นเอง ถือเป็ นการชดใช ้ชีวิตให้คนที่ต้องตายไป จานวนคนที่เป็ น เซียนดินโอสถทองและก่อกาเนิดไม่พอก็เอาห้าขอบเขตกลางที่ต่า กว่าเซียนดินมาประสมประเสให้ครบจ านวน”
พวกเฉากุ่นและพวกเซี่ยซงฮวา ผู้ฝึกกระบี่ทุกคนที่อยู่ในเรือน และนอกเรือนต่างก็ออกมาจากอาณาเขตของภูเขาเฉวียนเจียวใน เสี้ยววินาที
พวกเขาช่วยกันพาผู้ฝึกลมปราณและมนุษย์ธรรมดาให้ออกห่าง ไปจากภูเขาเฉวียนเจียวให้ได้มากที่สุด
ในห้องโถงใหญ่จึงเหลือแค่เฉินผิงอัน หนิงเหยาและสหายซวีจวิน ที่เป็ นคอขวดเซียนเหรินคนนั้น
เฉินผิงอันกล่าว “พูดให้ถูกก็คือ เจ้าต้องสละศพก่อนแล้วค่อยมา เป็ นนักรบพลีชีพ”
“ท่ามกลางแผนการอันตรายครั้งนี้ ยังมีขั้นตอนที่เป็ นกุญแจ สาคัญซึ่งไม่อาจขาดได้อยู่ขั้นหนึ่ง ต้องมีปีศาจใหญ่ที่สามารถเดา
การตั้งใจที่ “ไร ้เจตนา” ของโจวมี่ออก แล้วร่วมมือกับเขาได้อย่าง ยอดเยี่ยม”
“ตั้งแต่ข้าเข้าประตูมาก็บอกแล้วว่าล้วนมีแต่คนฉลาด ก็ไม่ต้อง ปิดบังหลบซ่อนกันอีกแล้ว จะลาบากแบบนั้นไปทาไม?”
“ใช่ไหม กวานเซี่ยงแห่งกระโจมเงี่ยจื่อที่เชี่ยวชาญการหลอม วัตถุ? หรือว่าจะเป็ นพี่โช่วเฉินที่มีชื่อทัดเทียมกับข้า?”
“พวกเจ้าสองคนส่งสายตาให้กันจนมาสมคบคิดกันได้อย่างไร ไม่สู้ผูกสมัครเป็ นคู่บ าเพ็ญเพียรกันดีกว่านะ วางใจเถอะ เงินใส่ของ แดง คราวหน้าที่ข้าไปเป็ นแขกที่เปลี่ยวร ้างอีกครั้ง จะต้องเอาไป ชดเชยให้แน่”
ริมฝีปากของหวังเจี่ยขยับน้อยๆ อย่างที่มิอาจควบคุม ก่อนที่จะมี เสียงดังกังวานของผู้เฒ่าคนหนึ่งดังมา “ไม่เสียแรงที่เป็ นใต้โซ่วเฉิน เหนืออิ่นกวาน ข้ากับเซียนกระบี่โช่วเฉินตั้งใจวางแผนอย่างรอบคอบ รัดกุมขนาดนี้ก็ยังมิอาจทาร ้ายอิ่นกวานได้แม้แต่เศษเสี้ยว คนที่ทา ให้อิ่นกวานขอบเขตถดถอยได้ก็มีแค่อิ่นกวานจริงๆ เสียด้วย”
ในปากของหวังเจี่ยมีเสียงทุ้มนุ่มอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “เป็ น อย่างไร? ข้าบอกไว้แต่แรกแล้วว่าไม่ควรละโมบอยากได้ทุกอย่างแบบ นี้ ได้กาไรแค่เล็กน้อยก็ควรเอาแค่เล็กน้อย”
หนิงเหยากล่าว “นี่ถือเป็ นเหตุผลอะไรด้วยหรือ?”
เฉินผิงอันเดินไปถึงหน้าประตูห้องโถง ก้าวข้ามธรณีประตูไปนั่ง ลงบนขั้นบันไดด้านนอก หยิบเอาน้าเต้าเลี้ยงกระบี่สีแดงลูกนั้น ออกมา แกว่งกาเหล้า ถามกลั้วเสียงหัวเราะเบาๆ “ข้าอยากรู้มากว่า สามารถออมแรงไว้ได้อย่างไร?”
หนิงเหยานั่งลงด้านข้าง “เจ้าเชี่ยวชาญการเดาใจคนอื่นมาก
ไม่ใช่หรือ ดูเหมือนจะยังมีค าพูดติดปากด้วยว่า ‘เจ้าเดาดูสิ?” เฉินผิงอันเงยหน้าดื่มเหล้าหนึ่งอีก ใช ้หลังมือเช็ดปาก ยิ้มตาหยี
เอ่ยว่า “มีเจ้าอยู่ข้างกาย ข้าคร้านจะใช้สมอง” หนิงเหยากล่าว “ยังจาได้หรือไม่ว่าเมื่อข้าเลื่อนเป็ นขอบเขตสิบสี่
ได้มาที่นี่ มาพบร่างแยกร่างแรกของเจ้า นั่นหมายความว่าอะไร?” เฉินผิงอันตอบ “นามแฝงคือเฉินจิ้ว อยู่ที่ภูเขาไฉอวี้พรรคกิ่งไผ่
ที่ห่างจากภูเขาตะวันเที่ยงแค่ไม่กี่ก้าว คือความหยิ่งผยองในโลภ
โกรธ หลง หยิ่งผยอง สงสัย” หนิงเหยาเลิกคิ้ว ถึงกับไม่ใช่ความโกรธหรือนี่?! นางยังนึกว่าเป็ นวิธีอย่างหนึ่งที่ใช ้ระงับโทสะเสียอีก ดังนั้นหนิงเหยาที่มาปรากฏตัวที่นี่ถึงได้ยอมหยุดมือ ในเมื่อเดาผิดแล้ว กลายเป็ นว่าตนจับผลัดจับผลู หนิงเหยาก็จะ
คิดเสียว่าไม่มีเรื่องนี้ก็แล้วกัน หางตาของเฉินผิงอันเหลือบไปเห็นสีหน้าน่ารักน่าเอ็นดูของสตรี
ที่รัก เขาเก็บทุกอย่างไว้ในสายตา นางเดาผิดแล้ว แต่ก็ถูกต้องแล้ว แกว่งกาเหล้าเบาๆ เฉินผิงอันมักจะรู้สึกว่าบนกาเหล้าทุกใบของโลกมนุษย์คล้ายจะ
เขียนคาศัพท์สองคาที่ขัดแย้งกันเองเอาไว้
ดื่มอย่างเต็มคราบ
เลิกเหล้า
เฉินผิงอันเงยหน้ากระดกดื่มเหล้าอีกใหญ่ ดูเหมือนว่าหากคิดจะ เลิกเหล้าก็ง่ายมากเหมือนกัน แค่ดื่มเหล้าในกาให้หมดก็พอ
ปลายฤดูใบไม้ผลิในโลกมนุษย์ ต้นหญ้าเติบโตสกุณาโบยบิน
เมื่อครู่นี้มีคนผู้หนึ่งคาดหวังให้เซียนกระบี่ชุดเขียวทาเรื่องเรื่อง หนึ่ง
“ขอเชิญอิ่นกวาน พิฆาตเปลี่ยวร ้าง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!