เพียงแต่ว่าเมื่อเทียบกับโจวเสินจือ การสืบทอดวิถีกระบี่สายของ เยว่หนวี่ แต่ไหนแต่ไรมาก็รับแต่สตรีไม่รับบุรุษ แม้จะไม่มีข้อพิถีพิถัน ที่ว่าต้องสืบทอดสายเดียวเสมอไป แต่เมื่อเทียบกับการแตก กิ่งก้านสาขาของสายชวีเฉิงแล้ว ในด้านจ านวนคนก็ไม่อาจ เปรียบเทียบได้เลย
ผู้เหอคิดไปคิดมาก็รู ้สึกว่าสตรีผู้นี้ดูคุ้นตาอยู่หลายส่วน
เพียงแต่ว่าสตรีที่ผ่านตามามีค่อนข้างมาก จู่ๆ ก็พลันนึกไม่ออก
คิดไปคิดมา ในที่สุดก็คิดถึงภาพฝาผนังในพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมของบรรพจารย์เปิ ดภูเขาสานักบ้านตนว่ามีภาพหนึ่งที่มี ชีวิตชีวาสมจริง ดูเหมือนว่านั่นจะเป็ นภาพของสตรีสะพายกระบี่ ตรงหน้าผู้นี้?
เซวี่ยโจวใช ้เสียงในใจเอ่ยชื่นชม “ว้าว พี่สาวผีหญิงตนนี้ หน้าตา งดงามจริงๆ มีความงามเป็ นเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากเซียนกระบี่ ซ่งนะ”
หลังจากที่เจิ้งตั้นเผยกาย นางยืนอยู่กลางอากาศว่างเปล่า พูด ด้วยน้าเสียงใสเย็น “ข้าเพิ่งจะได้รับกระบี่บินส่งข่าวจากอาจารย์เจิ้ง สายแร่สายนี้เขาได้ใช ้คุณูปการของตัวเองแลกเปลี่ยนมาเป็ นของ ของตนจากศาลบุ๋นแผ่นดินกลางแล้ว เขาสั่งให้ข้าออกกระบี่ฟันมัน
เป็ นสามส่วน ส่วนหนึ่งในนั้นให้มอบให้กับสานักศึกษาไหลหยวนโดย ไม่เรียกร ้องค่าตอบแทน ให้ใช ้ชดเชยในด้านดินอ านวยให้กับฝูเหยา ทวีป”
“อีกส่วนหนึ่งให้เป็ นที่ตั้งรากฐานในการตั้งสานักของกู้ช่านที่ ภูเขาเฉวียนเจียว”
“ส่วนสุดท้ายให้ผู้ฝึกลมปราณในท้องถิ่นของฝูเหยาทวีปช่วงชิง กันไปเป็ นของตัวเอง ส่วนเรื่องที่ว่าพวกเขาจะใช ้วิธีการของบน ท าเนียบ ใช้การปัดแข้งปัดขา ร่ายวิชาอภินิหารแตกต่างกันไป เป็ น ปลาน้อยขับไล่กุ้งตัวเล็ก จากนั้นค่อยถูกปลาใหญ่ขับไล่อีกที หรือจะ ใช้วิธีการของผู้ฝึกตนอิสระ ฉีกหน้าแตกหัก ลงมือต่อสู้กันอย่างเอา เป็ นเอาตาย เจ้าส านักกู้ช่านและข้าต่างก็ไม่สนใจ และยิ่งไม่แสดง ความรับผิดชอบ หวังดีโปรยเงินกาใหญ่ทิ้งไว้บนพื้น ไม่มีเหตุผลให้ คิดเล็กคิดน้อยว่าคนที่เก็บเงินต้องอยู่ในกฎระเบียบหรือไร ้กฎระเบียบ เอาเป็ นว่าวกวนอ้อมค้อมไปมาล้วนหล่นลงในกระเป๋ าเงินของฝูเหยา ทวีปใบนี้ หากสานักศึกษาไหลหยวนและเจ้าขุนเขาเกามีความเห็น ต่างต่อเรื่องนี้ สามารถไปหาข้าที่หน้าประตูของนครจักรพรรดิขาวได้ แน่นอนว่าเนื้อหาหลังคาว่า “ส่วนเรื่องที่ว่า” ไม่ใช่คาพูดของอาจารย์ เจิ้ง แต่เป็ นข้าที่พูดเองโดยพลการ”
เกาเสวียนตู้ไม่คิดว่าการที่นครจักรพรรดิขาวและเจิ้งจวีจงสอด มือเข้าแทรกเรื่องนี้แล้วจะต้องปฏิบัติตัวไปตามสถานการณ์อะไร เขา ยังคงพูดด้วยท่าทางจริงจังว่า “ข้าจะพิสูจน์ความจริงของเรื่องนี้กับ
ศาลบุ๋นแผ่นดิกลางและส านักศึกษาไหลหยวน ขอแค่มั่นใจว่าไม่มี ข้อผิดพลาด หลังจากนั้นกู้ช่านจะสร ้างสานักขึ้นในอาณาเขตของ ภูเขาเฉวียนเจียว แล้วพวกเจ้าจะแบ่งสายแร่หินหยกนี้ออกเป็ นสาม ส่วนก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ”
เจิ้งตั้นกล่าว “อาจารย์เจิ้งมีคุณธรรมสูงส่ง ได้กาชับข้ามาไว้ใจด หมายว่าหากส านักศึกษาไหลหยวนไม่อาจหล่อหลอมสายแร่หยกที่ ถูกตัดแบ่งไปแล้วน าไปใช ้ชดเชยดินอ านวยให้กับฝูเหยาทวีปได้ ข้าก็ สามารถทาแทนให้ได้ ขอแค่พวกเจ้าคิดว่าเหมาะสม ข้าก็จะอยู่ที่นี่ เป็ นเวลาเดือนกว่า ให้ความร่วมมือกับส านักศึกษาไหลหยวน”
เกาเสวียนตู้พยักหน้าเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนให้เซียนกระบี่ ช่วยเหลือ”
เจิ้งตั้นอดไม่ไหวมองลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อคนนี้นานหน่อย บัณฑิต ในทุกวันนี้หนังหน้าหนากันไม่น้อยเลยหรือ?
เกาเสวียนตู้หันไปมองคนชุดเขียว เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ข้าไม่ใช่ เจ้าของถ้าเฟิงสุยแห่งนี้สักหน่อย ก่อนหน้านี้ที่ขับไล่คนออกไปจาก อาณาเขต เป็ นการกระทาที่จาใจ อันที่จริงข้ากับผู้อาวุโสเจิ้งต่างก็ เป็ นแขก ผู้อาวุโสเจิ้งอยากจะลงหลักปักฐานที่ไหนก็แค่ปรึกษากับ ส านักศึกษาไหลหยวนได้เลย ข้าไม่มีสิทธิ์จะมาเจ้ากี้เจ้าการ”
เจิ้งตั้นมองหนิงเหยาที่ “ด้านอายุขัยการฝึกตนคือผู้เยาว์ แต่ด้าน วิถีกระบี่กลับเป็ นผู้อาวุโส’ แล้วคลี่ยิ้มอย่างที่หาได้ยาก เอ่ยด้วย
น้าเสียงอ่อนโยนว่า “ช่วงท้ายจดหมายของอาจารย์เจิ้งได้เปลี่ยนเรื่อง พูดคุย ไม่ได้บอกชื่อแซ่กับข้าอย่างชัดเจน ในจดหมายแค่บอกว่า หากมีคนยินดีรับของขวัญส่วนหนึ่งเพื่อเป็ นของขวัญร่วมแสดงความ ยินดีที่นครบินทะยานหยั่งรากลงพื้น ถ้าอย่างนั้นการตัดสินใจทั้งหมด ก่อนหน้านี้ก็สามารถถือเป็ นโมฆะได้ ให้คนผู้นี้ย้ายสายแร่ไปที่ใต้ หล้าห้าสีได้เลย แล้วยังบอกให้ข้าใช ้กระบี่เปิดประตูและเฝ้ าประตูอยู่ ครู่หนึ่ง พยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถที่มี”
หนิงเหยากล่าว “ผู้อาวุโสช่วยขอบคุณอาจารย์เจิ้งแทนข้าสัก ค า”
นางลังเลเล็กน้อย แล้วถึงเอ่ยว่า “ข้าจะเอาหินหยกก้อนเล็กๆ ไป แค่ก้อนเดียว ถือว่ารับของขวัญร่วมแสดงความยินดีจากอาจารย์เจิ้ง แล้ว และครั้งหน้าที่มีการประชุมในศาลบรรพจารย์ของนครบิน ทะยาน ข้าก็จะบอกทุกคนให้รู ้ถึงเรื่องนี้และจดลงบันทึกเอาไว้”
เจิ้งตั้นได้ยินแล้วก็คลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม ความรู ้สึกดีๆ บางอย่าง มักไม่มีเหตุผลให้อธิบาย บางทีอาจเป็ นเพราะได้เจอคนที่คล้ายตัวเอง เจิ้งตั้นถึงได้รู ้สึกสนิทใจกับอีกฝ่ายมากเป็ นพิเศษ
อวี๋เยว่กับซิอถูจือวี้หันมามองสบตาแล้วยิ้มให้กัน หนิงเหยาไม่ได้ เป็ นคนเข้ากับคนอื่นได้ยาก เดินอยู่แค่เส้นทางของตัวเองอย่างที่เล่า ลือกันเลยนี่นา
เสวียนเซินยิ้มบางๆ “หากใต้เท้าอิ่นกวานลงมือ จะต้องตัดแบ่งหิน หยกก้อนใหญ่ เอามาสร ้างเป็ นเก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วเอาไปวางไว้ในศาล บรรพจารย์ของนครบินทะยานอย่างผึ่งผายแน่นอน….เมื่อเป็ นเช่นนี้ ก าลังไฟก็จะแรงเกินไปหน่อย ยังคงไม่เหมาะสม ความน่าจะเป็ นคือ น่าจะยังเอาไปวางไว้ในคฤหาสน์หลบร ้อนมากกว่า เมื่อทาเช่นนี้ก็ เท่ากับว่าอาจารย์เจิ้งคือเค่อชิงที่ไม่ได้รับการบันทึกชื่อของสายอิ่นก วาน วันหน้าเดินทางผ่านใต้หล้าห้าสี ไม่ว่าอย่างไรก็น่าจะควรไปเป็ น แขกสักรอบ”
หลังจากนั้นเจิ้งตั้นก็เอ่ยขอตัวลา หาเรือนเงียบสงบที่ตั้งอยู่ใกล้ ริมน้าของถ้าเฟิงสุ่ยได้ก็เข้าพักที่นั่น รอฟังข่าวจากทางสานักศึกษา ไหลหยวน
คนที่นางผูกพันธะสัญญาด้วยคือเกาอี้ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตหยก ดิบ ตอนนี้ทั้งสองฝ่ ายยกเลิกสัญญาต่อกันแล้ว แต่ว่าครั้งนี้ก็ยัง เดินทางข้ามทวีปมาด้วยกัน เจิ้งตั้นยังมีเรื่องจุกจิกยิบย่อยอีก บางอย่างที่ต้องจัดการ
ก่อนหน้านี้เกาอี้ไล่ตามไปจนถึงกาแพงเมืองปราณกระบี่ ไปหา เรื่องเหวยอวี้เตี้ยนแห่งพรรคกระบี่ซ่างซื่อ อันที่จริงเป็ นแค่เหตุผล ภายนอกเท่านั้น ยังมีสาเหตุที่ลึกล้ายิ่งกว่านั้นเจิ้งตั้นรับปากกับเขาว่า ขอแค่ได้รับการยอมรับจากสายกระบี่หนึ่งถึงสองเส้นจากกาแพงเมือง ปราณกระบี่ สามารถสืบทอดสายกระบี่ที่เซียนกระบี่ในท้องถิ่นของ ก าแพงเมืองปราณกระบี่ทิ้งไว้ได้ เจิ้งตั้นก็สามารถช่วยเขาไปช่วงชิง
“มหามรรคา ความนัยนอกเหนือจากคาพูดประโยคนี้ของนาง เกาอี้ ไม่ใช่คนโง่ เซียนกระบี่ขอบเขตหยกดิบที่มีอายุแค่สองเจี่ยจื่อ (หนึ่ง เจี่ยจื่อคือหกสิบปี สองเจี่ยจื่อจึงเท่ากับหนึ่งร ้อยยี่สิบปี) หนึ่งในเจ้า สานักที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร ์ของหลิวเสียทวีป สมองต้องดี มากแน่นอน เขารู ้ว่าความคิดของนางคือคิดจะสนับสนุนเขาให้เป็ น บุคคลอันดับหนึ่งบนภูเขาของหลิวเสียทวีป เข้ามาแทนที่จิงเฮาแห่ง ภูเขาชิงกง!
เกาอี้ถอนหายใจ ถามอย่างระมัดระวังว่า “เจ้าแค่รับค าเชิญเป็ น หุนเจ่อของนครจักรพรรดิขาว ไม่ได้มีสถานะบนท าเนียบ ไม่อยากจะ ถูกบันทึกชื่ออยู่ในสานักของข้า มีภาพเหมือนแขวนเคียงคู่บรรพ จารย์เปิดขุนเขาอยู่ในศาลบรรพจารย์จริงๆ หรือ?”
มองไปทั่วประวัติศาสตร ์ของไพศาล มีบรรพจารย์เปิดขุนเขาของ จวนเซียนอักษรจงแห่งใดบ้างที่ไม่มีเรื่องราวตระการตาทั้งยังน่า อัศจรรย์ใจ มีใครบ้างที่ไม่เคยเจอยอดฝีมือที่รากฐานไม่แน่ชัด?
ภูเขาชิงกงของจิงเฮามี พรรคกระบี่ช่างชื่อก็ย่อมต้องมี
เจิ้งตั้นเอ่ยด้วยสีหน้าเฉยเมย “ใต้หล้านี้ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวัน เลิกรา เมื่อวาสนานาพาก็ได้มาพบเจอกัน เมื่อวาสนาหมดสิ้นก็ต้อง แยกย้าย นี่คือสัจธรรมแห่งสวรรค์ จะดีจะชั่วเจ้าเกาอี้ก็เป็ นขอบเขต หยกดิบที่เปิดสานักก่อตั้งพรรค ไม่จาเป็ นต้องทาทีเสแสร ้งเหมือน สตรีทั่วไป”
“แม้จะบอกว่าสองฝ่ ายคลายพันธะสัญญากันชั่วคราว ไม่ได้รอ จนเห็นเจ้ายกเรือนบินทะยานยามทิวา แต่ผลประโยชน์ที่ควรให้เจ้าก็ ให้เจ้าไปหมดแล้วไม่มีขาด อันที่จริงเจ้าเบิกผลประโยชน์ของใน
อนาคตมาใช ้ก่อนล่วงหน้าก็ยังไม่มีภัยแฝงใดๆ ได้เปรียบไปแล้วก็ อย่าแสร ้งท าเป็ นไขสือ”
“ซากปรักถ้าสวรรค์โบราณที่ก่อกาเนิดขึ้นมาตามโชคชะตาของ หลิวเสียทวีปแห่งนั้น จิงเฮาและสู่หนันยวนที่คิดว่าต้องครอบครองให้ ได้ต่างก็ถอยออกไปอย่างรู้กาลเทศะแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจิงเฮาที่ ก่อนหน้านี้ทุ่มเทกาลัง วางแผนไปมากมาย เท่ากับว่าทุกสิ่งที่ทามา ล้วนสูญเปล่า เจ้าเป็ นแค่ขอบเขตหยกดิบเล็กๆ คนหนึ่ง สามารถช่วง ชิงสถานที่แห่งนี้มาจากมือของบินทะยานสองคนได้ ยังมีอะไรให้ต้อง ไม่พอใจอีก หากจะพูดว่าพื้นที่มงคลยังมีความเป็ นไปได้ที่หากดูแล จัดการได้ไม่ดีพอก็จะกลายเป็ นซี่โครงไก่ แต่ถ้าสวรรค์ประเภทนี้กลับ สามารถเอามาแล้วก็ใช ้งานได้เลย จับคู่ออกเดินทางด้วยกันในครั้งนี้ ข้าจงใจเผยตัวอยู่หลายครั้ง ส่งกระบี่ใส่คนอื่นสองครั้งก็เพื่อให้พวก คนที่จิตใจชั่วร ้ายดุจภูตผีไม่กล้าลงมือต่อเจ้าง่ายๆ แต่ตัวเจ้าเองก็ ต้องรู ้ดีอยู่แก่ใจว่าเมื่อเรื่องครั้งนี้สิ้นสุดลง รอให้ข้าไปรับหน้าที่เป็ น หุนเจ่อให้กับอาจารย์เจิ้งที่นครจักรพรรดิขาว เจ้าและข้าก็ถือว่าหาย กันแล้ว ในอนาคตหากมีอุปสรรคที่ข้ามผ่านไปไม่ได้ เจ้าก็สามารถ ไปโขกหัวที่นครจักรพรรดิขาวดูได้ ดูสิว่าข้าจะให้ความสนใจเจ้า หรือไม่”
สู่หนันยวนเจ้าแห่งถ้าสวรรค์เทียนอวี๋เพิ่งจะเลื่อนเป็ นขอบเขตบิน ทะยานได้ไม่นานเมื่อเป็ นเช่นนี้ หลิวเสียทวีปก็มีขอบเขตบินทะยาน สองคนนั่งบัญชาการณ์ภูเขาสายน้าแล้ว
เรื่องที่ทาให้จิงเฮาและสู่หนันยวนตัดใจ ยินดีเป็ นฝ่ ายละทิ้งชาก ปรักถ้าสวรรค์แห่งนี้ไปด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะเจิ้งตั้นเป็ นขอบเขตบิน ทะยานเหมือนกันกับพวกเขา ไม่ใช่เพราะเวทกระบี่และการสืบทอด จากส านักของนาง แต่เป็ นเพราะเจิ้งตั้นเป็ นฝ่ ายแพร่งพรายความลับ สวรรค์ บอกว่านางกาลังจะไปรับหน้าที่เป็ นคนเฝ้ าประตูที่นคร จักรพรรดิขาวซึ่งปิดภูเขาไปแล้ว
หาไม่แล้วระหว่างผู้ฝึ กตนขอบเขตบินทะยานด้วยกัน หากฉีก หน้าแตกหักกันขึ้นมา วิธีการที่ใช ้ทั้งในทางลับและทางแจ้งล้วนมี มากมาย นอกจากเวทกระบี่แล้ว เจิ้งตั้นก็คิดว่าตัวเองไม่อาจสู้งูเจ้าถิ่น สองตัวที่หยั่งรากลึกอยู่ในหลิวเสียทวีปมานานได้
ดังนั้นคนที่ทาให้พวกเขาหวาดกลัวอย่างแท้จริงจึงมีเพียงเจิ้งจวี จงเท่านั้น
เกาอี้เอ่ยอย่างอ่อนใจ “รู ้แล้วน่า แค่จากลากันก็กลายเป็ นคน แปลกหน้าเลยนะ”
เพราะถึงอย่างไรสองฝ่ ายก็ผูกพันธะสัญญา มีชีวิตพึ่งพากันและ กันมานานหลายปีเท่ากับว่าเจิ้งตั้นได้มองเกาอี้เดินทีละก้าวจากเด็ก หนุ่มจนมาถึงทุกวันนี้กับตาตัวเอง นางจึงยินดีจะพูดกาชับสั่งความ เขามากหน่อย “ข้าได้พาเจ้าไปพบกับติงฝ่ าอี้ ทาความเข้าใจถึง บุพเพสันนิวาสระหว่างเจ้ากับเหวยอวี้เตี้ยนแล้ว ติงฝ่ าอี้ก็พูดเองด้วย ว่าเจ้าก็คือเซียนกระบี่คนนั้นที่สละร่างมาเกิดใหม่ “เสี้ยวผิน” กระบี่ บินแห่งชะตาชีวิตของเหวยอวี้เตี้ยนถือเป็ นของตกทอดเมื่อชาติก่อน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!