เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1120

บทที่ 1120.1 ชื่อบนกระดานทองคำ
เซี่ยโก่วถามหยั่งเชิง ”ให้ข้าไปเชิญเจ้าขุนเขามาไหม?”

เจ้าอารามผู้เฒ่าเอ่ย “ผินเต้าไม่ได้หน้าใหญ่ขนาดนั้น”

เซี่ยโก่วบ่น “ล้วนเป็นคนบ้านเดียวกัน พูดจาใส่อารมณ์ทำไม ไม่ควรเลยนะ”

อยู่ที่ภูเขาลั่วพั่ว เซี่ยโก่วเรียนรู้วิธีการพูดมากมายมาจากหมี่ลี่น้อย

เจ้าอารามผู้เฒ่าเอ่ย “การปิดด่านคือเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”

เซี่ยโก่วถึงวางใจลงได้

ในยุคบรรพกาล นักพรตที่ ”ออกจากถ้ำไร้ศัตรูเทียมทาน จุดที่ยอมละเว้นคนอื่นได้ไม่เคยละเว้นใคร” ผู้นี้ นอกจากจะชอบหมักเหล้าซึ่งเป็นเรื่องที่นักพรตทั้งโลกรู้แล้ว

นอกจากนี้มรรคกถาของเจ้าแห่งถ้ำปี้เซียวยิ่งสูงแค่ไหน กลอุบายก็ยิ่งมากเท่านั้น ยิ่งเจ้าคิดเจ้าแค้นมากเท่านั้น

นี่ก็ยิ่งเป็นดังเสียงฟ้าผ่าที่ดังข้างหู ชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกล!

แต่เสี่ยวโม่กลับไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ เขาเคยกระซิบข้างหูเซี่ยโก่วผู้เป็นคนรักบอกว่าสหายปี้เซียวผู้นี้ก็คือนักพรตที่ใจกว้างซึ่งหาได้ยากยิ่งบนโลก

แน่นอนว่าหัวและท้ายประโยคนี้คือความจริง จริงแท้แน่นอน มีแค่เนื้อหาตรงกลางเท่านั้นที่เซี่ยโก่วเพิ่มเข้าไปเอง

แล้วบอกให้ขุนนางผู้เรียบเรียงตำราจำเป็นต้องจดบันทึกลงไป แล้วยังต้องขีดเส้นใต้กำกับไปด้วย!

เจ้าอารามผู้เฒ่ากล่าว ”ขั้นตอนอย่างละเอียดของการถามกระบี่สองครั้ง วันหน้าพวกเจ้าสามารถถามเอาจากเสี่ยวโม่ได้”

เซี่ยโก่วถามหยั่งเชิง “ละเอียดแค่ไหนล่ะ?”

เจ้าอารามผู้เฒ่ายิ้มเอ่ย “วัตถุดิบฟ้า เห็นด้วยตาก็ประจักษ์ถึงมรรคา ไม่ใช่ว่ามีแค่เจ้าทำได้ เสี่ยวโม่เองก็ไม่ด้อยเหมือนกัน”

เซี่ยโก่วพยักหน้า ยื่นมือมา กระดิกนิ้ว

เจ้าอารามผู้เฒ่าหลุดหัวเราะพรืด ”ให้แขกเอาเหล้ามาให้ดื่ม นี่ก็คือวิถีแห่งการรับรองแขกของภูเขาลั่วพั่วหรือ?”

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะพูดจาหรือทำอะไร เซี่ยโก่วหัวไวมาก อยู่ที่ภูเขาลั่วพั่วก็ได้เรียนรู้เคล็ดลับในการอยู่ร่วมสังคมกับคนอื่นมามากมาย

นางจึงเอ่ยว่า “หากไม่พูดถึงตำแหน่งของผู้ถวายงานอันดับรอง ตอนนี้ก็มองข้าเป็นป่ายจิงเถอะ”

เจ้าอารามผู้เฒ่าไม่สะทกสะท้าน

เซี่ยโก่วจนใจ สหายปี้เซียวไม่เห็นตนเป็นภรรยาน้องชายบ้างเลย

อาจารย์ผู้เฒ่าจูพูดได้ดียิ่งนัก อยู่ในภูเขาต้องการอายุขัยอันยาวนาน อ่านตำราบุปผาจันทราสุราเลิศรสมักจะมาเคียงคู่กัน

เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวหยิบเหล้าสองกาออกมาจากชายแขนเสื้อ ช่วยแกะผนึกดินให้ แล้วโยนไปให้เจ้าแห่งถ้ำปี้เซียว

เจ้าอารามผู้เฒ่าก็เอาจอกเทพีบุปผาออกมาสองใบ ผลักไปให้สหายป่ายจิงหนึ่งใบ

เซี่ยโก่วรินเหล้าเต็มจอกเทพีบุปผา เอ่ยเตือนว่า “บอกไว้ก่อนนะว่า หากต่อจากนี้มีตรงไหนที่ข้าพูดไม่ถูก ข้าทำเองก็ต้องรับผิดชอบเอง ให้มาลงที่ข้า

เจ้าขุนเขาของพวกเรากำลังปิดด่าน เจ้าห้ามบุกเข้าไปก่อกวนเด็ดขาด”

เจ้าอารามผู้เฒ่ากล่าว ”พฤติกรรมยามดื่มเหล้าของเจ้าเป็นอย่างไร ผินเต้ารู้ชัดเจนดี”

ดังนั้นเขาถึงได้ไม่กล้าเอาเหล้าออกมาเลี้ยงนางอย่างไรเล่า

เซี่ยโก่วเหนียมอาย พลังอำนาจอ่อนลงหลายส่วน พึมพำเสียงเบาว่า “สุราปลุกความกล้าของคน”

เจ้าอารามผู้เฒ่าผงกปลายคางไปยังทิศทางหนึ่ง ”หากเจ้ายังถือว่าเป็นคนขี้ขลาดแล้วนั่นจะถือว่าเป็นอะไร?”

เซี่ยโก่วรำคาญยิ่งนัก ไม่จบไม่สิ้นเสียที ชอบตำหนิเจ้าขุนเขาของพวกเราทางอ้อมเสมอ….

เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวตบโต๊ะ ชูจอกเหล้าขึ้น “มา สหายปี้เซียว ไม่ได้เจอกันหมื่นปี แต่ก็ยังมีชีวิตกระโดดโลดเต้นอยู่ได้ ดีมาก ดีเหลือเกิน

อย่ามัวพูดเหลวไหลอยู่เลย ยกจอกขึ้นมา!”

เจ้าอารามผู้เฒ่ายกจอกเหล้าขึ้น กระดกดื่มหมดรวดเดียวไปพร้อมกับป่ายจิง

เมื่อผ่านการเดินทางไปเยือนเรือราตรีมารอบหนึ่ง เฉินผิงอันก็จินตนาการอย่างใจกล้ามาโดยตลอด วางแผนนับร้อยนับพัน

แสวงหาการพิสูจน์อย่างระมัดระวัง ใช้อู๋ซวงเจี้ยงขอบเขตสิบสี่เป็นศัตรูในจินตนาการ

ก่อนหน้านั้นศัตรูในจินตนาการคือเผยหมินแห่งเวทกระบี่ ครั้งนั้นอยู่นอกวัดเทียนกงของไอถงทวีป เฉินผิงอันแพ้อย่างน่าอนาถ

แล้วยังต้องเสียกระบี่จำลองไปเล่มหนึ่ง

เผยหมินเหมือนกับป่ายจิง ต่างก็เป็นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยานขั้นสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังได้ครอบครองกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตสี่เล่ม

แล้วเขายังเป็นหนึ่งในอาจารย์สองคนของลู่ไถ

ลู่ไถที่เป็นผู้ฝึกกระบี่กลับกลัวความสูง นี่ก็คือสิ่งที่เผยหมินประทานให้

เพราะได้รับคำเตือนจากลู่เฉินและอู๋ซวงเจี้ยงมาก่อน ทุกวันนี้เฉินผิงอันจึงจำเป็นต้องป้องกันนักพรตหญิงอู๋โจวที่มีฉายาว่า ”ไท่อิน” คนนั้น

เพราะขอบเขตสิบสี่ที่มีความอาวุโสแห่งใต้หล้ามีดสลัว ได้หมายตา ‘พิฆาต’ และ ‘ลงทัณฑ์’ ของเฉินผิงอันแล้ว

อู๋โจวที่เลื่อนขั้นอยู่ในขอบเขตที่ “ภายนอกมีรูปลักษณ์เป็นคน แต่ภายในว่างเปล่า” คราวก่อนที่ประชุมริมลำคลองของศาลบุ๋น

เฉินผิงอันเคยเจออีกฝ่ายครั้งหนึ่ง บุคลิกบารมีของอีกฝ่ายส่องประกายไม่ธรรมดา คือบุคคลที่เทียบกับผู้ฝึกกระบี่แล้วก็ยังเด็ดขาดคล่องแคล่วมากยิ่งกว่า

นี่หมายความว่าขอแค่วันใดที่อู๋โจวตัดสินใจจะลงมือก็จะต้องได้ผลลัพธ์ที่สิงโตจับกระต่ายใช้ทุกกำลังความสามารถที่มีอย่างแน่นอน

นางจะไม่มีทางเลอะเลือนเด็ดขาด ศึกท่ามกลางม่านฝนที่วัดเทียนกง ถึงอย่างไรเผยหมินก็ไม่ได้มีจิตสังหารมากนัก

เฉินผิงอันกลับไม่คิดว่าอู๋โจวที่ต้องการการหลอมวัตถุมาเสริมมรรคาจะมากริ่งเกรงในสถานะเหล่านั้นของตน

คราวก่อนที่ถูกผีตัวสำรองขอบเขตสิบสี่ตนหนึ่งลอบโจมตีในอารามเลี่ยนตัน ความจริงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า

การวางแผนอย่างรัดกุมรอบคอบของเฉินผิงอันมีความจำเป็นอย่างมาก

หลังจากที่บรรพจารย์สามลัทธิสลายมรรคา เรื่องที่ผู้ฝึกตนบนยอดเขาจะทำย่อมไม่มีข้อพิถีพิถันมากขนาดนั้นอีกแล้ว

ในฐานะหนึ่งในวิธีการก้นกรุของเฉินผิงอัน ยันต์รักษาชีวิตที่เป็นกระดาษสีเขียวสามแผ่น เกี่ยวพันไปถึงแม่น้ำแห่งกาลเวลา

หน้าหนังสือพวกนี้เขาขอมาจากอาจารย์ ยันต์มือวีเสวียนเป็นผู้วาด

แต่ผู้ครองกระบี่เคยเตือนเฉินผิงอันว่ามียันต์แห่งกาลเวลาพวกนี้ติดกายก็ยังไม่ใช่แผนการที่รอบคอบรัดกุมอยู่ดี

ยกตัวอย่างเช่นหากเจอกับเฉินซิงหลิวคนพิฆาตมังกรที่หวนกลับมาเป็นขอบเขตสิบสี่อีกครั้งก็จะค่อนข้างยุ่งยากแล้ว

เว้นเสียจากว่าได้ครอบครองยันต์ใหญ่ที่มรรคาจารย์เต๋าหลอมกับมือตัวเองถึงจะเป็นแผนการที่รอบคอบไร้ช่องโหว่

สามารถทำให้ผู้หลอมลมปราณที่ขอบเขตต่ำกว่าสิบสี่ลงไปเท่ากับว่ามี “ชีวิต” เพิ่มมาอีกชีวิตหนึ่ง คือชีวิตที่ทั้งร่างกายและมรรคาล้วนดำรงอยู่

เจ้าอารามผู้เฒ่ายกชายแขนเสื้อขึ้น นับนิ้วคำนวณ หันหน้าไปมองยังทิศทางของเนินฝู่เหยาแล้วหัวเราะหยัน “มีเส้นเบาะแสมากมายขนาดนี้

ทั้งในที่มืดและที่สว่าง บ้างอำพราง บ้างแสดงให้เห็นชัดเจน ต่างก็ชี้ไปยังจุดหนึ่ง ปรากฏอยู่ใต้เปลือกตา แต่กลับแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

บนโลกนี้จะมีเวทกระบี่สักกี่ประเภทที่กล้าเรียกตัวเองว่า “สูงส่งจนสื่อถึงทวยเทพ” ได้

เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวรีบเงี่ยหูรอฟังประโยคถัดไป

เฉินหลิงจวินเผ่นเพื่อความปลอดภัยไปนานแล้ว

เด็กชายชุดเขียวที่ใต้ฝ่าเท้าทามันรู้สึกเพียงว่าเส้นทางภูเขาช่างยาวไกลเหลือเกิน ไม่ว่าจะชักเท้าออกวิ่งหรือจะทะยานลมหลบหนี

แม้กระทั่งการหดย่อพื้นที่ก็เอามาใช้แล้วแต่ทำไมไม่ถึงปลายทางสักทีนะ

เจ้าอารามผู้เฒ่าถาม “สหายป่ายจิงเคยเห็นยันต์กระบี่แล้วหรือ?”

เซี่ยโก่วพยักหน้า ใช้คำพูดที่เป็นศัพท์เฉพาะในวงการของเก่า “ของดีที่ช่วยเปิดประตูใหญ่”

เจ้าอารามผู้เฒ่าถาม ”สำหรับวิชากระบี่บรรพกาลบทนี้ เจ้าไม่เคยหวั่นไหวบ้างเลยหรือ?”

เซี่ยโก่วกลอกตามองบน “สำหรับข้าแล้วมันก็คือซี่โครงไก่”

บทที่ 1120.1 ชื่อบนกระดานทองคำ 1

บทที่ 1120.1 ชื่อบนกระดานทองคำ 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!