บทที่ 1125.3 ยี่สิบคนกับเหล่าตัวสำรอง (ห้า)
เฉินผิงอันพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ความไม่มีของข้า ความมีอยู่ของฟ้า นี่แสดงให้เห็นว่าหากเจ้าไม่มองความไม่มีเป็นความไม่มีทั่วไป แต่กลับมองเป็นความมีอยู่ ถ้าอย่างนั้นความมีอยู่ในความไม่มีของข้าก็ไม่ใช่ว่าเป็นความไม่มีในความมีอยู่ของฟ้าหรอกหรือ?”
เซี่ยโก่วเกือบจะหลุดปากพูดออกมาแล้วว่า หากเจ้าพูดคุยแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าเจตนาจะแถไปเรื่อยหรอกหรือ?
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “มีต้นกำเนิดมาจากลัทธิพุทธ แต่แรกเริ่มสุดนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากประโยคหนึ่งที่ฮว่อจู๋จิ๋วพูดกับเผยเฉียน”
ตอนนั้นแม่นางน้อยสองคนเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน แน่นอนว่าพวกนางต้องทะเลาะโต้เถียงกัน
หากคิดจะหลุดพ้นจากอุปสรรคด้านตัวอักษร คิดจะก้าวข้ามรั้วกางกั้นหนาชั้น ก็ต้องแก้ไขทัศนคติเดิมที่มีอยู่แล้วซึ่งฝังรากลึกให้ถูกต้อง ความหนักเบาของวัตถุ ความสูงต่ำของรูปลักษณ์ เวลาสั้นยาว ใจใหญ่เล็ก เป็นต้น
ฉวยโอกาสตอนที่ระหว่างฟ้าดินยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดำรงอยู่ ภูตหล่อหลอมเรือนกายมรรคกถาสามารถจำแลงออกมาเป็นเวทแห่งเซียน
สืบสาวราวเรื่องกันแล้วก็ยังเป็นเพราะการดำรงอยู่ของปราณวิญญาณโลกมนุษย์ มนุษย์สามารถหลอมลมปราณเพื่อแสวงหาความเป็นอมตะ
เซี่ยโก่วพลันถามว่า ”เฉินผิงอัน เจ้าเคยเห็นปลาหยินหยางของจริงของลัทธิเต๋าไหม?”
เฉินผิงอันถามอย่างสงสัย ”หมายความว่าอย่างไร? มีความเป็นมาหรือ?”
ในเมื่อเซี่ยโก่วเลือกที่จะพูดชื่อออกมาตรงๆ นั่นก็หมายความว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญอย่างแน่นอน
แต่เซี่ยโก่วกะพริบตาปริบๆ รีบเบี่ยงประเด็นด้วยการเอ่ยชมเชยว่า ”เป็นการเริ่มต้นที่ใหญ่ยิ่งนัก ฟ้าและคนมีความต่าง กับฟ้าและคนรวมเป็นหนึ่ง นี่คือจุดเริ่มต้นของขอบเขตสิบสี่เลยนะ ว้าว!”
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “หากไม่ลงจากที่สูงมาสู่ที่ต่ำ เรือนสูงต้องวางกระเบื้องก่อน ก็เป็นจากที่ต่ำขึ้นไปยังที่สูง ดินสะสมจนกลายเป็นภูเขา จากนิสัย สิ่งแวดล้อมในการเติบโตและประสบการณ์การฝึกตนของข้า อันที่จริงเหมาะที่จะลงมือจากจุดที่ต่ำมากกว่า
แต่บังเอิญกับที่ด้วยนิสัยของข้าจะทำให้เรื่องนี้เชื่องช้าเกินไป อาจต้องใช้เวลานานหลายสิบหรืออาจนานถึงร้อยปีถึงอาจจะสามารถปู “พื้นดิน” ที่ตัวเองคิดว่าพอใจได้
ทุกวันนี้อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนเป็นเวลาหมื่นปี ทำให้ข้ามิอาจทำงานอย่างละเอียดประณีตเชื่องช้าได้
ในอดีตแต่ละทวีปของไพศาลมีขอบเขตบินทะยานเฉลี่ยแค่คนสองคนเท่านั้น ในอนาคตจำนวนจะเป็นเช่นไรสวรรค์เท่านั้นที่จะรู้ได้
เจ้าอารามผู้เฒ่าบอกว่าสิบสี่มณฑลของใต้หล้ามืดสลัว ในอนาคตมณฑลหนึ่งมีขอบเขตสิบสี่คนหนึ่งโผล่มา เมื่อก่อนคือความเพ้อฝันของคนปัญญาอ่อน แต่ยิ่งเป็นช่วงหลังกลับจะยิ่งไม่มีค่าพอให้รู้สึกประหลาดใจแล้ว
วันหน้ารอให้ข้ามีเวลาว่างอย่างแท้จริง ไม่แน่ว่าก็อาจจะผลักให้ล้มลงก่อนค่อยสร้างขึ้นมาใหม่ ทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ก่อนหน้านี้ในฟ้าดินเล็กได้แสดงให้พวกอวี่ซืออู้เห็นไปแล้ว ตอนนั้นตะแกรงร่อนใบนั้นมีแค่เจ็ดชั้นเท่านั้น”
เซี่ยโก่วยิ้มกว้าง ”ได้ฟังเจ้าขุนเขาพูดเรื่องพวกนี้ก็น่าสนใจกว่าลากรองเท้าสองข้างกวาดพื้นมากเลย”
นี่แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้ที่บอกว่าเดินทางร่วมกับเจ้าขุนเขาไม่น่าเบื่อคือคำพูดเกรงใจตามมารยาท ประโยคนี้ต่างหากถึงจะมาจากใจจริง
เฉินผิงอันกล่าว “คำเปรียบเทียบนี้ของเจ้าค่อนข้างน่าสนใจนะ”
เซี่ยโก่วร้องเฮ้อเลียนแบบหมี่ลี่น้อย โบกมือเอ่ย “ภูเขาลั่วพั่วของพวกเราไม่ชอบเรื่องการคุยโวโอ้อวดกันหรอกนะ”
เฉินผิงอันหลุดขำอย่างอดไม่อยู่ เก็บสมุดลงไป หยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ ด้านในเก็บ ”กระบี่บินจิ๋ว” สิบกว่าเล่มที่วัสดุไม่เหมือนกันเอาไว้
บ้างก็เป็นหยกบ้างก็เป็นมรกต บ้างก็เป็นทองแดง บ้างก็เป็นเหล็ก บ้างก็เป็นไม้ และยังมีเงินกับทอง เป็นต้น
เซี่ยโก่วเหลือบตามอง เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองตาฝาด มองระดับความเป็นจริงของพวกมันไม่ออกจึงกวาดตามองเพิ่มอีกสองที ในที่สุดนางก็มั่นใจได้แล้วว่าล้วนเป็นของปลอมทั้งหมด นี่เจ้าขุนเขาคิดจะทำอะไร?
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “สวมรอยปรมาจารย์น้อยแห่งยุทธภพคนหนึ่งที่สามารถใช้ลมปราณบังคับกระบี่ได้ แสร้งทำเป็นว่าตัวเองคือเซียนดินพสุธาที่สามารถใช้กระบี่บินตัดหัวคน”
เซี่ยโก่วแสดงออกถึงความนับถือ
เฉินผิงอันกล่าว “รอให้เรื่องของทวีปแจกันสมบัติสิ้นสุดลงแล้ว ข้าจะเดินทางไปเที่ยวเยือนเก้าทวีปของไพศาล เรื่องนี้ เจ้าก็น่าจะรู้กระมัง?”
เข้าร่วมงานแต่งของหลิวเสี้ยนหยาง แน่นอนว่านี่คือเรื่องที่สำคัญที่สุดไม่มีหนึ่งใน
เข้าเมืองหลวงไปรับหน้าที่เป็นราชครูต้าหลีอย่างเป็นทางการ เรื่องของเงินเดือน ต้องปิดประตูเจรจากับฮ่องเต้ให้ดีๆ เสียหน่อย ดูว่าจะสามารถหาผลประโยชน์จากเงินเหรียญทองแดงแก่นทองได้หรือไม่
งานพิธีสวมกวานที่แคว้นชิงซิงตอนกลางปี พยายามที่จะช่วยให้นักพรตติงพิสูจน์มรรคาบินทะยานในเร็ววัน บุกเบิกเส้นทางสำหรับวิชาบินทะยานใหม่เอี่ยมที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
เก็บแท่นสังหารมังกรที่เหลืออยู่ในภูเขาเจี่ยลิ่วมาจากภูเขาเจินอู่ หลอมกระบี่ใหม่และซ่อมแซมชุดคลุมอาคม สร้างเค้าโครงพันโลกธาตุขนาดเล็กของนกในกรง
นัดจางซานเฟิงไปดื่มเหล้ากับสวีหย่วนเสียดีๆ สักมื้อ ขอให้ซูจื่อช่วยเขียนคำนำให้ หาโรงพิมพ์ตำราจัดพิมพ์บันทึกท่องเที่ยวเล่มนั้น แล้วเดินทางไปเยือนใต้หล้าห้าสี…..
เซี่ยโก่วพยักหน้า “เสี่ยวโม่เคยบอกว่าเจ้าขุนเขานัดหมายกับหลิวจิ่งหลงเรียบร้อยแล้วว่าจะเดินทางท่องไปตามทวีปต่างๆ ด้วยกัน ไม่พาผู้ติดตามไปข้างกายด้วย
ภายหลังมีเมตตา ยินดีพาเสี่ยวโม่ไปด้วยกัน มองออกว่าแม้ปากของเสี่ยวโม่จะไม่พูดอะไรในเรื่องนี้ แต่ในใจกลับภาคภูมิใจอย่างมาก”
เฉินผิงอันหัวเราะ ตอบตามสัตย์จริงว่า “นั่นถือเป็นความเมตตาอะไรกัน เพราะกังวลว่าตัวเองจะเป็นต้นไม้ใหญ่เรียกลม ขอบเขตไม่คู่ควรกับชื่อเสียง


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!