ทว่าพวกสิ่งมีชีวิตร่างใหญ่ที่ขดตัวอยู่ใต้ร่องลึกกลับไม่มีตนใดที่ไม่จำแลงร่างกลายเป็นคน บ้างก็เป็นผู้เฒ่า บ้างก็เป็นหญิงชรา พวกเขาพากันออกจากรังมายืนอยู่ตรงผนังหินของร่องมหาสมุทร ประสานมือโค้งคำนับยันต์แผ่นนั้น หลังจากที่เหล่าคนเฒ่าคนแก่ซึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเจียวเฒ่าสีทองพากันปรากฎตัวอย่างเอิกเกริก เผ่าพันธ์เจียวหลงจำนวนมากที่ยังเยาว์วัยไม่รู้ความ พลังการต่อสู้อ่อนแอ ครั้งนี้ไม่มีโอกาสเข้าร่วมศึกใหญ่กับเกาะกุ้ยฮวา หรือไม่ก็ถูกบรรพบุรุษกำราบไว้ใต้ทะเลลึก เด็กน้อยทั้งหลายที่ต่อให้จะไม่ได้จำแลงกายเป็นมนุษย์ก็ยังหันไปผงกหัวแสดงการคารวะต่อยันต์แผ่นนั้นเลียนแบบเหล่าผู้อาวุโส
จากนั้นสิ่งมีชีวิตยิ่งใหญ่ที่ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่มากี่ปีพวกนี้ก็พากันร่ายใช้เวทลับ ใช้ภาษาเสียงน้ำแห่งยุคบรรพกาลตวาดด่าทายาทเจียวหลงทั้งหลายที่กำลังโจมตีเกาะกุ้ยฮวาอย่างเฉียบขาด
พวกงูหลาม ฉิวน้ำที่เป็น ‘วัยหนุ่มสาวแข็งแกร่ง’ หันมามองหน้ากันเอง ในสายตาของพวกมันมีทั้งความคลางแคลงใจ ความตกตะลึงและความไม่ยอมแพ้ เพียงแต่บรรพบุรุษของแต่ละฝ่ายล้วนป่าวประกาศแล้วว่าหากไม่กลับมายังร่องน้ำเจียวหลงภายในเวลาครึ่งก้านธูปจะถูกขับไล่ออกจากเผ่าโดยไม่มีข้อยกเว้น จากนั้นจะถูกลงทัณฑ์ด้วยการถลกหนัง สุดท้ายจะถูกโยนทิ้งให้ตากแดดล่องลอยอยู่ในทะเลเป็นเวลาสามปี หากมีชีวิตรอดมาได้ถึงจะมีโอกาสได้กลับคืนสู่เผ่าพันธุ์อีกครั้ง
ก่อนหน้าที่พวกมันจะติดตามเจียวเฒ่าร่างทองมาในครั้งนี้ เหล่าบรรพบุรุษต่างไม่คัดค้านถือเป็นการยอมรับไปโดยปริยาย ทายาทวัยหนุ่มสาวส่วนใหญ่ที่เผชิญกับความยากลำบากอยู่ในทะเลใต้และนาตยทวีปมานานหลายปียอมติดตามเจียวเฒ่าชุดทองก็เพราะหวังว่าสักวันหนึ่งจะสามารถไปเปิดฉากสังหารที่นาตยทวีป เข่นฆ่าลูกหลานตระกูลเฉินผู้มากความรู้และเหล่าผู้ฝึกลมปราณที่คอยป้องกันชายฝั่งให้สิ้นซาก แต่ตอนนี้บรรพบุรุษออกคำสั่งแล้ว อีกทั้งเจียวเฒ่าชุดทองก็ไม่ได้คัดค้าน พวกมันจึงได้แต่พากันดีดตัวออกจากเกาะกุ้ยฮวา กระโจนกลับเข้าไปยังทะเล พอลงน้ำมาแล้ว ต่างคนต่างกลับจวนของตัวเองเพื่อขอฟังคำอธิบายที่สมเหตุสมผลจากเหล่าบรรพบุรุษ
เหตุการณ์หลังจากนั้นก็คือเจียวเฒ่าร่างทองที่ก่อนจะรับคำสั่งได้ปล่อยหนึ่งกระบี่ฟันลงมายังเด็กหนุ่มที่ทำลายแผนการซึ่งวางมานานนับร้อยปีของเขา
คำสั่งลู่เฉิน?
ลู่เฉินคือใคร เจียวเฒ่าย่อมเคยได้ยินชื่อมาก่อน เคยได้ยินบรรพบุรุษของเขาเล่าว่าเป็นจื้อเหริน (หมายถึงบุคคลที่หลุดพ้นทางโลก บรรลุถึงขอบเขตอนัตตาของลัทธิเต๋า) หนึ่งในเจ้าลัทธิของลัทธิเต๋า ก่อนที่จะเลื่อนสู่ขอบเขตบินทะยาน เขาชอบล่องเรือน้อยท่องเที่ยวไปตามสี่มหาสมุทรมากที่สุด ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยชอบอยู่บนบกสักเท่าไหร่ ยังมีเรื่องเล่าลืออีกว่ามีคนพายเรือคนหนึ่งมาพายเรือให้ลู่เฉินโดยเฉพาะ ตอนที่ออกทะเลอายุประมาณสามสิบปี รอจนลู่เฉินบินทะยานที่ทะเลเหนือ เขาถึงพายเรือกลับแผ่นดินเพียงลำพัง พอกลับไปถึงบ้านจึงพบว่าบ้านเมืองที่ตัวเองคุ้นเคยไม่เหลืออยู่แล้ว ชื่อของเขามีบันทึกไว้ในหนังสือลำดับวงศ์ตระกูลของเมื่อสามร้อยปีก่อนเท่านั้น หลังจากนั้นมาคนพายเรือที่ไม่อาจตรวจสอบชื่อแซ่ก็ออกทะเลไปอีกครั้งเพื่อตามหาลู่เฉิน แล้วก็ไม่มีข่าวคราวของเขาอีกเลย
เจียวเฒ่าชุดทองกลัวเจ้าลัทธิลู่เฉินหรือไม่?
แน่นอนว่าต้องกลัวอยู่แล้ว แต่ไม่ถึงขั้นที่แค่ได้ยินชื่อก็กลัวจนตัวสั่น
เพราะเขาอยู่ในใต้หล้าไพศาล แต่ลู่เฉินอยู่ในใต้หล้ามืดสลัว
ยิ่งเป็นบุคคลที่มีสถานะสูงศักดิ์เกินจะทัดเทียมอย่างลู่เฉิน คิดจะมาเยือนใต้หล้าอีกแห่งหนึ่งก็ยิ่งไม่ง่าย อีกอย่างกฎเกณฑ์ก็ซับซ้อน ทุกการกระทำของเขาจะต้องถูกอริยะลัทธิขงจื๊อจับตามอง
หากลู่เฉินคิดจะลงมือด้วยตัวเองจะเป็นการทำลายกฎ ถึงเวลานั้นอริยะลัทธิขงจื๊อที่ตนเคียดแค้นจะกลับกลายมาเป็นยันต์คุ้มกันกายให้กับร่องน้ำเจียวหลง และถึงขั้นมีความเป็นไปได้ว่าผู้ที่ลงมือช่วยเหลือก็คือบุรพาจารย์สกุลเฉินผู้มากความรู้ที่บนไหล่แบกดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ผู้นั้น
แม้จะไม่ได้หวาดกลัวอะไรนัก แต่จะไม่เห็นอยู่ในสายตาเลยก็ไม่ใช่ ท้าทายอริยะคนหนึ่ง ต่อให้มีหนึ่งใต้หล้ากั้นขวางก็ไม่ใช่เรื่องดีเลยแม้แต่น้อย
ในใจของเจียวเฒ่าชุดทองหัวเราะหยันไม่หยุด เจ้าลัทธิที่ถือกำเนิดในใต้หล้าไพศาล แต่ไปเป็นผู้ควบคุมระบบเต๋าสายหนึ่งของใต้หล้าอื่นช่างตั้งชื่อได้ดีจริงๆ
ส่วนเด็กหนุ่มที่ปลอดภัยดีเพราะเรียกตราประทับภูเขาและแม่น้ำคู่หนึ่งออกมาสกัดกั้นปราณกระบี่ผู้นั้น
เจียวเฒ่าชุดทองกระตุกมุมปาก เรื่องแบบนี้ได้คืบแล้วจะเอาศอกไม่ได้ แม้ว่าจะเคียดแค้นเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้อย่างถึงที่สุด แต่เจียวเฒ่าคิดไว้แล้วว่าจะหยุดมือ ผลได้และผลเสียไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนเท่านั้น เรื่องราวในวันนี้อยู่เหนือการคาดการณ์ไปไกลมาก ไม่แน่ว่าอาจจะดึงดูดสายตาของพวกลาดตระเวนชายหาดทะเลใต้ของนาตยทวีปแล้ว ถึงอย่างไรก็ควรป้องกันไว้ก่อนเป็นดี หากถูกคนจับจุดอ่อน แผนใหญ่จะถูกทำลายเอาได้
เจียวเฒ่าจุ๊ปากพูดยิ้มๆ “น่าเสียดายตราประทับชิ้นนี้นัก สามารถสกัดกั้นหนึ่งกระบี่ที่โจมตีอย่างเต็มกำลังของเซียนกระบี่ขอบเขตหยกดิบ ไม่ใช่สิ่งที่ข้องปลาผุๆ อันหนึ่งจะนำมาเปรียบเทียบด้วยได้ เจ้าหนู คราวนี้เสียดายหรือไม่?”
เฉินผิงอันตอบไม่ตรงคำถาม “หากที่บ้านข้ามีหินดีงูชั้นเยี่ยมของถ้ำสวรรค์หลีจูอยู่เป็นจำนวนมาก ต้องใช้เท่าไหร่ถึงจะสามารถแลกกับการผ่านทางอย่างปลอดภัยของเกาะกุ้ยฮวาได้?”
เจียวเฒ่าชุดทองอึ้งไปเล็กน้อย “เจ้าหมายถึงถ้ำสวรรค์หลีจูที่อยู่กลางอากาศด้านหลังแจกันสมบัติทวีปน่ะหรือ? หากเป็นหินดีงูชั้นเยี่ยมที่มีปราณวิญญาณเปี่ยมล้น สำหรับพวกเราแล้วไม่เป็นรองความสำคัญที่แท่นสังหารมังกรชิ้นหนึ่งมีต่อผู้ฝึกกระบี่คนหนึ่งเลย เผ่าพันธุ์เจียวหลงขอบเขตต่ำกว่าก่อกำเนิดลงมา เพียงหนึ่งก้อนก็สามารถแลกมาด้วยการเลื่อนขั้นที่มั่นคงหนึ่งขอบเขต ขอข้าคิดคำนวณดูก่อน เกาะกุ้ยฮวาหนึ่งแห่ง กุ้ยฮูหยินหนึ่งคน ชีวิตของผู้ฝึกลมปราณสองพันคน…ไอ้หนู เว้นเสียแต่ว่าเจ้ามีหินดีงูกองใหญ่เท่านั้นถึงจะได้”
เจียวเฒ่าชุดทองยื่นฝ่ามือสองข้างออกมาพลิกหนึ่งที “อย่างน้อยยี่สิบก้อน เจ้ามีไหม?”
เฉินผิงอันส่ายหน้า “ตลอดหลายปีมานี้มอบให้คนอื่นไปเยอะ มีเหลือไม่มากถึงขนาดนั้นแล้ว”
เขาฝืนลุกขึ้นยืน ต้นกุ้ยที่เติบโตมาจากกิ่งกุ้ยหนึ่งกิ่งพังทลายลงเพราะการโจมตีของปราณกระบี่เจียวเฒ่าแล้ว
เฉินผิงอันเก็บพู่กันเหล็กหมาดหิมะและตราประทับแม่น้ำที่เหลืออยู่อันเดียวกลับมาเก็บไว้ในวัตถุฟางชุ่น ใช้เสียงทางจิตส่งสัญญาณ กระบี่บินชูอีและสืออู่ก็พุ่งออกจากร่างของเฉินผิงอันที่จิตวิญญาณสั่นไหว กลับเข้าไปในน้ำเต้าเลี้ยงกระบี่อีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ปิดบังอำพราง ถึงอย่างไรเจียวเฒ่าก็มองออกตั้งแต่แรกแล้ว
เจียวเฒ่าชุดทองหรี่ตาลง
กระบี่เล่มหนึ่งที่อยู่ในกล่องไม้ด้านหลังเด็กหนุ่มสร้างภัยคุกคามให้แก่เขาไม่น้อย
คำสั่งลู่เฉินแผ่นหนึ่งที่สามารถพลิกฟ้าพลิกดิน หินดีงูจากถ้ำสวรรค์หลีจูหนึ่งกอง ตราประทับแม่น้ำและภูเขาหนึ่งคู่ พู่กัน ‘ตวัดพู่กันดุจเทพช่วย’ หนึ่งด้าม น้ำเต้าเลี้ยงกระบี่หนึ่งลูกที่ระดับขั้นไม่เลว อีกทั้งยังแซ่เฉิน
เจียวเฒ่าชุดทองยิ่งแน่ใจว่าการที่ตนหยุดมือในเวลาที่สมควรคือการกระทำที่ฉลาด
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!