องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ นิยาย บท 110

ฉีเฟยอวิ๋นนั่งอยู่ในรถม้าอย่างใจลอยเมื่อออกไปจากวัง มีกล่องใบหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าหนานกงเย่ ในกล่องนั้นมีทองคำอยู่หนึ่งพันชั่ง และฉีเฟยอวิ๋นก็ได้แต่มองมันอย่างเลื่อนลอย

สิบสองชีวิตนั้น ไม่มีอีกต่อไปแล้วงั้นรึ?

“นี่มันชีวิตคนหรือผักปลา” ฉีเฟยอวิ๋นพึมพำกับตัวเอง

หนานกงเย่ไม่ได้ใส่ใจ ฉีเฟยอวิ๋นลงจากรถเมื่อกลับมาถึงจวนอ๋องเย่ ทันทีที่ลงจากรถก็มีม้าตัวสูงใหญ่ตัวหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาหา ใครคนหนึ่งลงมาจากหลังม้าและโค้งคำนับหนานกงเย่กับฉีเฟยอวิ๋น ที่แท้คือขันทีจากในวังนั่นเอง

“บ่าวคารวะท่านอ๋องเย่กับพระชายาเย่”

เมื่อเห็นว่าขันทีถือพระราชโองการเอาไว้ในมือ หนานกงเย่จึงเอ่ยเรียบๆ ว่า “เชิญกงกง”

“พระชายาเย่โปรดรับพระราชโองการ” ขันทีผู้น้อยมิได้ลังเลและฉีเฟยอวิ๋นก็คุกเข่าลง

“เนื่องจากคดีของจวนท่านอ๋องกั่วจวิ้นมีเรื่องเกี่ยวพันมากมาย วันนี้ท่านอ๋องเย่มีคุณูปการในการทำคดี ไขความกระจ่างให้พระพันปีว่ามีผู้ร้ายบุกเข้าไปปล้นในจวนของท่านอ๋องกั่วจวิ้น จนท่านอ๋องถูกแทงสิ้นชีวิต ซึ่งนั่นนับเป็นความสูญเสียของราชวงศ์ เวลานี้โจรผู้ร้ายถูกจับกุมตัวแล้วและมีหลักฐานชัดเจน ด้วยการสารภาพผิดจึงไม่จำเป็นต้องมีการพิจารณาคดีใหม่ มีคำสั่งให้ตัดหัวประหารชีวิตทันที

บุตรกำพร้าของท่านอ๋องกั่วจวิ้น จะได้รับสืบทอดบรรดาศักดิ์จากท่านอ๋องกั่วจวิ้นตามเดิมและได้พระราชทานยศเป็นจวิ้นอ๋อง

พระชายาม่ายของท่านอ๋องกั่วจวิ้นและสนมคนอื่นๆ สามารถตัดสินใจได้เองว่าจะอยู่หรือจะไป เรื่องนี้ยกไว้ให้พระชายาเย่เป็นผู้พิจารณา”

ฉีเฟยอวิ๋นรับพระราชโองการและถอนหายใจอย่างโล่งอก นางลุกขึ้นและหันไปกล่าวขอบคุณกงกง ไม่คิดว่าการจัดการเรื่องนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นขนาดนี้

พระพันปีก็ใช่ว่าจะไร้มนุษยธรรมไปเสียทีเดียว

“ท่านอ๋องเย่ พระชายาเย่ บ่าวขอลา” เมื่อขันทีผู้น้อยเตรียมจะกลับไป หนานกงเย่จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “รางวัล”

“ขอบพระทัยท่านอ๋อง”

มีคนนำแท่งเงินแท่งหนึ่งมาให้ขันที เมื่อได้รับรางวัลแล้ว ขันทีจึงหันหลังและขี่ม้าจากไป

ฉีเฟยอวิ๋นขึ้นไปบนรถม้าพร้อมกับถือพระราชโองการไปด้วย ขณะนี้นางรู้สึกดีมิใช่น้อย

หนานกงเย่เองก็ขึ้นรถม้าตามไป

ฉีเฟยอวิ๋นนั่งรถม้าตรงไปยังจวนของท่านอ๋องกั่วจวิ้น เมื่อถึงจวนแล้วจึงลงมาจากรถม้าพร้อมกับพระราชโองการที่ถืออยู่ในมือ

เวลานี้ในจวนของท่านอ๋องกั่วจวิ้นเต็มไปด้วยเสียงร่ำไห้

ฉีเฟยอวิ๋นชะงักนิดหนึ่งเมื่อเข้าไปข้างใน พระชายากั่วจวิ้นยืนอย่างสงบอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นฉีเฟยอวิ๋นเข้ามา พระชายากั่วจวิ้นจึงยิ้มออกมาและพยักหน้าให้

อยู่ๆ ฉีเฟยอวิ๋นก็เริ่มรู้สึกไม่ดีและรู้สึกว่าพระราชโองการนี้มีบางอย่างไม่ถูกต้อง

พระชายากั่วจวิ้นเดินมาอยู่ตรงหน้าฉีเฟยอวิ๋นและโค้งคำนับ ฉีเฟยอวิ๋นรีบเข้ามาประคองนางไว้

“ไม่ต้องหรอก!"

“ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณพระชายาเย่ พวกข้าไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจอีกแล้ว” พระชายากั่วจวิ้นพูดจบจึงหันไปนางสนมคนอื่นๆ ที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว พวกนางพากันมาอำลาฉีเฟยอวิ๋นก่อนจะกลับไปที่โถงด้านหน้า

ฉีเฟยอวิ๋นตามไปดูและพบว่าสุราพิษถูกดื่มไปแล้ว และพวกนางก็ทยอยนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ

ฉีเฟยอวิ๋นจึงถามไปว่า “เหตุใดพวกเจ้าจึงต้องทำเช่นนี้”

“ก่อนที่ท่านจะมา พระพันปีส่งคนมาพร้อมกับพระราชเสาวนีย์เพื่อแต่งตั้งพวกเรา ทว่าก็ส่งสุรามาด้วย พวกเรารู้ดีว่านี่จะไม่เป็นผลดี แต่แค่รักษาศพไว้ได้พวกเราก็พอใจแล้ว”

มีเลือดไหลออกมาจากมุมปากของพระชายากั่วจวิ้น นางค่อยๆ หันไปมองหนานกงเย่ที่อยู่ด้านหลังฉีเฟยอวิ๋น “ท่านอ๋องเย่ เขาสบายดีใช่หรือไม่”

“……”

หนานกงเย่ไม่ตอบ เมื่อฉีเฟยอวิ๋นหันกลับไปมองก็เห็นว่าพระชายากั่วจวิ้นหลับตาลงไปแล้ว

ฉีเฟยอวิ๋นยืดตัวขึ้นและถอยหลังออกไปสองก้าว นางไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อน มือของพระชายากั่วจวิ้นปัดผ่านมือของนางก่อนจะสิ้นใจ และความเย็นเยียบนั้นทำให้ฉีเฟยอวิ๋นตกใจจนสะดุ้ง นางลุกขึ้นวิ่งจนไปปะทะกับอ้อมอกของหนานกงเย่และถูกเขากอดเอาไว้

“อย่าร้อง อย่าส่งเสียงดัง ให้ข้าได้กอดเจ้าไว้เถิด”

หนานกงเย่ตบหลังของฉีเฟยอวิ๋นเบาๆ เพื่อปลอบประโลม และฉีเฟยอวิ๋นก็กอดหนานกงเย่ไว้แน่น

“นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว!” ฉีเฟยอวิ๋นตัวสั่นสะท้านด้วยความตกใจและพูดไม่เป็นศัพท์

“อย่าพูดอะไรเลย!"

เมื่อหนานกงเย่กระซิบที่ข้างหูของนาง ฉีเฟยอวิ๋นจึงหยุดพูด

นางเคยฆ่าคนและเคยผ่านประสบการณ์การทำภารกิจที่โหดร้ายมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะสั่งให้คนทำอะไรที่น่ากลัวและน่าเศร้าเช่นนี้

ฉีเฟยอวิ๋นผละจากหนานกงเย่และเดินเข้าไปหากลุ่มคนที่ดื่มยาพิษปลิดชีพตัวเอง ทุกๆ คนนอนอยู่ที่นั่นพร้อมกับมีเลือดทะลักออกจากมุมปาก ใบหน้าของพวกนางเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตา

พวกนางสิ้นชีวิตลงด้วยประการฉะนี้ เป็นความตายที่น่าสยดสยอง กษัตริย์ผู้ไร้เมตตา...

ลมหายใจของฉีเฟยอวิ๋นยุ่งเหยิง นางหันหลังและกลับออกไปจากเรือน เมื่อออกมาแล้วทังเหอก็เข้ามาหาและเอ่ยกับฉีเฟยอวิ๋นว่า “เรียนพระชายา ท่านอ๋องกั่วจวิ้นถูกล้างมลทินแล้ว พระชายากั่วจวิ้นและสนมอื่นๆ ไม่เต็มใจจะใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ดังนั้นจึงปลิดชีพตนเองด้วยยาพิษเพื่อให้ตายตกไปตามกัน”

ฉีเฟยอวิ๋นหันไปมอง “พวกเจ้า...”

“ทังเหอ คัดลอกสมุดบัญชี ข้าจะนำขึ้นถวายบังคมทูลองค์จักรพรรดิ โจรยังคงถูกจับกุมอยู่ จำเป็นต้องรออีกสองวัน การประหารต้องเลื่อนออกไปทีหลัง”

“ขอรับ”

ทังเหอเหลือบมองฉีเฟยอวิ๋นนิดหนึ่งก่อนเดินจากไปเพื่อคัดลอกบัญชี

ฉีเฟยอวิ๋นทนอยู่ต่ออีกไม่ได้และกลับไปที่จวนอ๋องเย่ก่อนโดยไม่รอหนานกงเย่

เมื่อหนานกงเย่กลับมาถึงก็พบว่าฉีเฟยอวิ๋นเก็บตัวอยู่ในห้องของตัวเองไม่ยอมออกมา นางปิดประตูลั่นดาลและคิดถึงความผิดพลาดที่ตนเองกระทำลงไปตามลำพัง

หนานกงเย่กลับมาถึงและเปิดประตู เมื่อประตูเปิดออกไม่ได้เขาก็ไม่คิดจะรบกวนนางและกลับไปที่ห้องของตนเองตามลำพัง

ฉีเฟยอวิ๋นเก็บตัวพักผ่อนอยู่ในห้องเป็นเวลาหลายวัน หนานกงเย่สั่งให้คนนำอาหารมาส่งให้นางที่หน้าห้อง นางรับเข้าไปกินข้างใน เมื่อกินเสร็จจึงส่งกลับออกมา นอกจากนี้ก็ไม่มีใครได้พบนางอีก

หลายวันผ่านไป ฉีเฟยอวิ๋นแสร้งทำเป็นลืมเรื่องที่เกิดขึ้นที่จวนท่านอ๋องกั่วจวิ้นและไม่กล้าคิดถึงมันอีก นอกจากนี้นางยังพิสมัยคนในวังเหล่านั้นไม่ลงอีกแล้ว แต่ละคนช่างชั่วร้ายโหดเหี้ยมและจิตวิปริตกันไปหมด

วันนี้ฉีเฟยอวิ๋นเพิ่งออกมาจากห้อง เมื่ออากาศภายนอกอบอุ่นขึ้น ฉีเฟยอวิ๋นก็พลอยได้ปัดเป่าความรู้สึกแย่ๆ ออกไปบ้าง

ขณะที่กำลังมองดอกเหมยร่วงโรยอยู่นั้น ทังเหอก็รีบร้อนเข้ามาจากข้างนอก เดินเข้ามาในสวนดอกกล้วยไม้ก่อนจะรีบถอยกลับออกไป

เมื่อเห็นฉีเฟยอวิ๋น ทังเหอจึงเอ่ยว่า “ข้ากระหม่อมมีเรื่องเร่งด่วนขอรับพระชายา”

ฉีเฟยอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนท่านอ๋องกั่วจวิ้นกลายเป็นเงามืดในหัวใจของนาง นางแค่อยากจะใช้ชีวิตในโลกที่ปราศจากความขัดแย้ง ไม่อยากจะสนใจเรื่องของพวกเขาเพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายตนเองและคนอื่นๆ

“พระชายาขอรับ ข้ากระหม่อมมีเรื่องเร่งด่วนจริงๆ ขอพระชายาโปรดออกมาเถิดขอรับ” ทังเหอร้อนใจมาก ทว่าฉีเฟยอวิ๋นกลับไม่ขยับเขยื้อน

“คุณชายทังมีเรื่องอะไรหรือ” ฉีเฟยอวิ๋นยืนอยู่อย่างนั้นไม่ยอมขยับ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ