เพลานี้ท่านอ๋องตวนกำลังจ้องมองที่จวินฉูฉู่ ถึงแม้สีหน้าของจวินฉูฉู่จะไม่สู้ดีนัก แต่ก็มิได้พูดอะไร
มาตอนนี้ท่านอ๋องตวนเองก็ไม่รู้จะพูดกล่อมอย่างไรดี เรื่องแต่งพระชายารองก็นางเป็นคนคิดขึ้นมาเอง ตอนนี้เขาอยากจะขอโทษต่อนาง แต่กลับไม่มีข้ออ้างใดๆเลย
รถม้ากำลังแล่นไปทางจวนอ๋องตวน ระหว่างทางทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันเลย จนกระทั่งมาถึงหน้าประตูจวนอ๋องตวน จวินฉูฉู่ถึงยอมปริปาก
“ท่านอ๋องเพคะ วันนี้ข้าคิดถึงเสด็จแม่ อยากกลับไปดูท่านหน่อยเพคะ ท่านกลับก่อนเลย”
จวินฉูฉู่อยากไปถามราชครูจวินว่าจะทำอย่างไรดี?
ท่านอ๋องตวนกังวล : “หรือให้ข้าไปด้วยกันกับเจ้า”
“ไม่เป็นไรเพคะ ท่านอ๋องกลับไปก่อนเถอะ หม่อมฉันจะรีบกลับเพคะ” จวินฉูฉู่มองออกไปยังนอกรถม้าและกล่าวสั่ง : “พาท่านอ๋องกลับจวน”
คนนอกรถม้าไม่รีรอ มีบางคนเปิดผ้าม่านบนรถม้าออก รอให้หนานกงเหยี่ยนลงรถ หนานกงเหยี่ยนลงจากรถม้าไป เพราะหมดหนทางจริงๆ
ม่านบนรถม้าปล่อยลง จวินฉูฉู่ก็กลับไปยังสกุลจวิน
ท่านอ๋องตวนยืนมองรถม้าที่แล่นไปไกลอยู่ตรงหน้าประตูจวน และอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
การเป็นฮองเฮานั้นสำคัญต่อนางมาก เขาที่เป็นสามีในสายตานางย่อมไม่มีค่าที่จะกล่าวถึงเลย
ก่อนเข้าวังนางก็ยังดีๆอยู่ แต่เมื่อได้ยินว่าสนมทั้งสองตำหนักมีเรื่องน่าปิติยินดี นางก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดว่าเขาโง่จริงๆงั้นหรือ
รถม้ามาถึงจวนสกุลจวิน จวินฉูฉู่ลงจากรถม้ากำลังจะเข้าไป พ่อบ้านจวนสกุลจวินที่กำลังเดินมาจากในจวน เห็นจวินฉูฉู่ก็รีบเดินเข้าไป โค้งตัวลง : “พระชายาตวน ถวายบังคมพระชายาตวนพ่ะย่ะค่ะ”
“มิต้องมากพิธีหรอก ข้ากลับมาวันนี้ เพียงแค่อยากพบท่านปู่เท่านั้น ท่านอยู่เรือนหรือไม่?” จวินฉูฉู่เห็นว่าราชครูจวินออกจากวังไป เช่นนั้นต้องอยู่ในเรือนอย่างแน่นอน
“พระชายา ท่านราชครูยังไม่กลับพ่ะย่ะค่ะ หากมีเรื่องอันใด สามารถฝากบ่าวไว้ บ่าวจะทูลต่อท่านราชครูให้เมื่อท่านกลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าจวินฉูฉู่ซีด : “พ่อบ้าน ไม่เชิญข้าเข้าจวนรึ?”
“เชิญพระชายากลับได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” พ่อบ้านไม่ได้สนใจ
ใจของจวินฉูฉู่เย็นชาไปหมดแล้ว!
จวินฉูฉู่เดินทางกลับจากจวนสกุลจวินมาถึงจวนอ๋องตวน และเกิดความคิดขึ้นมาบนรถม้า จะปล่อยเรื่องนี้ไปมิได้
เข้าพบท่านปู่ไม่ได้ นางก็ไม่เข้าพบแล้ว ถึงเวลาหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็มิใช่ความผิดของนางแล้ว
เรื่องที่จวนอ๋องตวนจะแต่งพระชายารองนั้นจะถูกกระจายไปทั่วเมืองหลวงในไม่ช้านี้แล้ว แต่ฉีเฟยอวิ๋นนั่งมองหนอนไหมของตนอยู่ในห้อง ไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
นางคาดไว้แต่ต้นแล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ ตราบใดที่หนานกงเย่ไม่แต่งพระชายารอง นางก็สามารถเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ได้
หงเถาถาม : “พระชายา ท่านมิเป็นกังวลเลยหรือเจ้าคะ?”
ยาโถวนี้ติดตามฉีเฟยอวิ๋นมานานแล้ว รู้ว่าฉีเฟยอวิ๋นเป็นนายที่รับใช้ง่าย การได้ติดตามฉีเฟยอวิ๋นเช่นนี้ นางดีใจนัก และยังใจกล้าขึ้นอีกด้วย หากมีเรื่องที่ไม่เข้าใจก็กล้าเปิดปากถามฉีเฟยอวิ๋นแล้ว
ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกน่าขัน : “ข้าจะเป็นกังวลเรื่องอะไรกัน?”
“พระชายาเจ้าคะ ท่านกับพระชายาตวนออกเรือนพร้อมกัน มาวันนี้พระชายาตวนก็ตั้งครรภ์ไม่ได้ เพราะอาการมดลูกเย็น และเพราะเช่นนี้ถึงได้มีการแต่งพระชายารองขึ้น ตามหลักแล้ว ท่านควรเป็นกังวลมิใช่หรือเจ้าคะ?” หงเถามึนงง แต่ดูจากสีหน้าของพระชายาแล้ว ดูเหมือนไม่รู้สึกถึงวิกฤตเลยแม้แต่น้อย
ฉีเฟยอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะชื่นชม แม้แต่ในสมัยโบราณ แม้แต่ยาโถวในจวนท่านอ๋องก็สามารถฉลาดปราดเปรื่องได้เพียงนี้ นางที่เป็นถึงพระชายากลับไม่มีความรู้สึกวิกฤตเลย ทั้งยังไม่ฉลาดอีกด้วย ช่างเป็นคนโง่เขลาจริงๆ นางรอดมาได้อย่างไรกัน!
“เรื่องในจวนอ๋องตวนไม่ยุ่งด้วยคงจะดีกว่า แต่ในจวนของเราก็กำลังหารือกันเรื่องตั้งครรภ์มีลูกมิใช่หรือ ข้ากำลังสืบหาสูตรยาที่ทำให้ตั้งครรภ์ได้ กินเข้าไปข้าก็จะท้องลูก รอให้ข้าคลอดลูกออกมา เช่นนั้นยังต้องแต่งพระชายารองอีกหรือไม่?” หากมีลูกแล้วก็จะมีอำนาจไปด้วย
ลี่ว์หลิ่วสงสัย : “แต่พวกบ่าวเห็นพระชายาคอยเลี้ยงหนอนไหมเพียงอย่างเดียว ไม่เห็นพระชายาทำอย่างอื่นเลยนะเจ้าคะ”
“ข้าดำเนินการอย่างลับๆต่างหาก อย่ากล่าวหากันมั่วสิ”
“……”
ยาโถวทั้งสองมองหน้ากัน ไม่พูดอะไรต่อ พระชายาพูดปด
ตอนแรกคิดว่า เพียงแค่ไม่ออกจวนก็ไม่เป็นไรแล้ว แต่ก็มีพระราชโองการส่งมาถึงจวนท่านอ๋องเมื่อยามเย็น สองสามวันนี้ฉีเฟยอวิ๋นใช้ชีวิตอย่างว่าง และยอมรับว่าไม่เกี่ยวข้องกับท่านจักรพรรด์อวี้ตี้ แต่พระราชโองการส่งมาถึงที่แล้ว ก็รู้สึกกังวลเช่นกัน
หลังคดีคลี่คลาย หนานกงเย่ก็มิได้ออกจากจวนอีกเลย เล่นกับนกอยู่ในจวนตลอดทั้งวัน
ฉีเฟยอวิ๋นเองก็พบว่า คำว่าว่างที่มอบให้กับหนานกงเย่นั้น มิได้ให้ไปเสียเปล่าจริงๆ
ว่างจริงๆ!
หลังจากฉีเฟยอวิ๋นรับพระราชโองการกงกงก็เดินจากไป เปิดดูพบว่าไม่ได้ระบุเรื่องสำคัญอะไรนัก เพียงแค่เรียกให้นางเข้าวังเท่านั้น
“องค์จักรพรรดิเรียกเข้าเฝ้าโดยไม่มีเหตุผลงั้นรึ?” ฉีเฟยอวิ๋นมองหนานกงเย่ที่อยู่ข้างๆ หนานกงเย่วางถ้วยชาลง
“ในเมื่อเรียกให้เจ้าเข้าเฝ้าเช่นนั้นข้าจะไปด้วยกันกับเจ้าแล้วกัน”
“เพคะ”
ฉีเฟยอวิ๋นเข้าวังพร้อมกับหนานกงเย่ เมื่อมาถึงตำหนักบำรุงฤทัย สวีกงกงก็รอทั้งสองนานหลายชั่วยามแล้ว เมื่อเห็นทั้งสองก็เรียกให้ฉีเฟยอวิ๋นเข้าไปข้างในทันที : “พระชายาเย่เชิญด้านในพ่ะย่ะค่ะ ส่วนท่านอ๋องเย่ รอประเดี๋ยวพ่ะย่ะค่ะ”
“……” สายตาหนานกงเย่เย็นชา : “เหตุใดข้าถึงเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิไม่ได้กัน?”
“ท่านอ๋องเย่ ฝ่าบาทต้องการให้พระชายาเย่ตรวจชีพจรให้กับฮองเฮาและพระสนมเอกเซียวพ่ะย่ะค่ะ” สวีกงกงรีบทูลตอบ
“งั้นหรือ หากเป็นเช่นนั้นข้าจะไปรอที่ตำหนักข้างแล้วกัน”
หนานกงเย่เหลือบมองฉีเฟยอวิ๋นแล้วเดินจากไป ฉีเฟยอวิ๋นหายใจเข้าแล้วตามสวีกงกงไปยังตำหนักบำรุงฤทัย
ตำหนักบำรุงฤทัยในวันนี้คึกคักไม่น้อย ทั้งจักรพรรดิอวี้ตี้และสนมทั้งสองตำหนักก็อยู่ด้วย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ