เมื่ออาบน้ำออกมา ฉีเฟยอวิ๋นกับหนานกงเย่ก็ไปที่จวนอ๋อนตวนด้วยกัน
ระหว่างทางฉีเฟยอวิ๋นเคลิ้บหลับไปสักพัก ถึงแม้ระยะทางไม่ได้ไกลมากนัก ทว่าก็ยังจะนอนบนตักของหนานกงเย่
ฉีเฟยอวิ๋นตื่นขึ้นมาพลันได้ยินเสียงต้นไผ่สวบสาบ นางจัดแจงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า "ไม่เข้าใจจริงๆ สามีแต่งพระชายารองมีอะไรให้น่ายินดีกัน"
"นี่เป็นเกียรติของชายาเอก ตั้งแต่พระชายารองให้สามีตนก็สามารถเสริมสร้างภาพลักษณ์จิตใจโอบเอื้ออารีและมีคุณธรรมได้" หนานกงเย่ลงจากรถม้า แล้วเอื้อมให้ฉีเฟยอวิ๋น เพื่อนางจะได้ไม่ตกลงมาโดยไม่ทันระวังตัว ฉีเฟยอวิ๋นลงจากรถม้า หนานกงเย่ก็อธิบายไปพลาง
หลังฉีเฟยอวิ๋นลงมาถึงก็อุ้มจิ้งจอกหางสั้น กล่าวอย่างห่อเหี่ยวใจว่า "ข้าว่าฝืนมากกว่า ใครจะชอบปันสามีตัวเองให้ผู้อื่น ยินดีปรีดาบ้าบออะไรกัน"
หนานกงเย่รู้สึกขำ "พระชายาตวนไม่สำเหนียกสนใจ เจ้ากังวลแทนกระไร"
"ล้วนเป็นสตรีเช่นกัน เลยสงสารเสียหน่อย" ฉีเฟยอวิ๋นลูบไล้จิ้งจอกหางสั้น หนานกงเย่โยนจิ้งจอกหางสั้นกลับเข้ารถม้า จิ้งจอกหางสั้นกระตุกใบหู ก่อนจะมุดเข้าไปด้านในรถม้าอย่างรู้งาน
ฉีเฟยอวิ๋นหันกลับไปมอง หนานกงเย่จูงมือนางหมุนกายเดินไปเบื้องหน้า
หน้าประตูจวนอ๋องตวนมีคนยืนต้อนรับอยู่กลุ่มหนึ่ง เห็นแขกเหรื่อมาเยือนก็รีบเข้ามาเชื้อเชิญ
ฉีเฟยอวิ๋นเห็นทุกคนพกของขวัญมาด้วย แต่นางดันมามือเปล่า อดถามหนานกงเย่ไม่ได้ "พวกเราไม่มอบของขวัญหรือ?"
"พระชายาอยากมอบหรือ?" หนานกงเย่อย่างมีเลศนัย ฉีเฟยอวิ๋นส่ายหัว ไม่อยากเลย
หนานกงเย่จูงนางเข้าไป "ข้ามาร่วมได้ก็ดีถมเถแล้ว อย่างที่พระชายาเอ่ย เรื่องพรรค์นี้ พระชายาตวนคงไม่ได้อยากได้ของขวัญพวกนั้นหรอก"
"อืม"
ทั้งสองเดินเข้ามาก็เจอะเจอคนมักคุ้น ฉีเฟยอวิ๋นอ่านอดีตในสมองหนึ่งจบ ส่วนมากนางรู้จัก ครั้งกระโน้น ยามที่หนานกงเย่ได้แต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ คนพวกนี้เคยไปแสดงความยินดีด้วย
เมื่อคุณคนเห็นหนานกงเย่กับฉีเฟยอวิ๋นพลันยอบกายคารวะ ฉีเฟยอวิ๋นมีบรรดาศักดิ์เป็นพระชายา ผู้ที่มีฐานะต่ำต้อยกว่านาง ล้วนพยักหน้าแสดงความเป็นมิตร
พอเดินมาถึงด้านในพลันเห็นเหล่าจวิ้นจู่กับจวิ้นอ๋อง และยังมีองค์หญิงอีกด้วย ทว่าไม่ใช่เครือญาติของหนานกงเย่
คนสกุลเฉินก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน ฉีเฟยอวิ๋นทอดสายตามองออกไปไกลพลันเห็นเฉินอวิ๋นเอ๋อร์ ซึ่งเฉินอวิ๋นเอ๋อร์ยังคงสะดุดตาเช่นเดิม นางสวมอาภรณ์เรียบหรู มีผู้คนล้อมรอบมากมาย
ยามนี้เฉินอวิ๋นชูผู้เป็นฮองเฮาทรงตั้งพระครรภ์ สกุลเฉินถูกจัดเป็นกลุ่มขุนนางที่พอพระทัยฝ่าบาทอีกครา คนพวกนั้นแข่งกันประจบประแจงเฉินอวิ๋นเอ๋อร์ไม่หยุดหย่อน
โดยเฉพาะสตรีวัยปักปิ่น กระตือรือร้นเหลือแสน
ฉีเฟยอวิ๋นโดนจูงออกไป เฉินอวิ๋นเอ๋อร์เห็นทั้งสองปรากฏกายในอาภรณ์สวยหรู ใบหน้าพลันเปลี่ยนสี
เฉินอวิ๋นเอ๋อร์หันไปมองฉีเฟยอวิ๋นกับหนานกงเย่ ทั้งสองสวมอาภรณ์สีม่วง แต่งองค์ทรงเครื่องคล้ายคลึงกัน ฉีเฟยอวิ๋นเกล้าผมแล้วปักปิ่นทองคำไม่กี่อันเท่านั้น เครื่องประดับอย่างอื่นก็ไม่มีให้พบเห็นอีก เรียบง่ายทว่าสง่างาม
หนานกงเย่จัดทรงผมด้วยเครื่องหัวสีทองอร่ามและผ้าคาดผมสีทองหลายเส้นระบนเรือนผม เข้ากับการแต่งกายของฉีเฟยอวิ๋นอย่างลงตัว เหมาะสมกันยิ่งนัก
เฉินอวิ๋นเอ๋อร์กำหมัดแน่น ฉีเฟยอวิ๋น ต้องมีวันที่เจ้าสะอื้นไห้แน่
"อวิ๋นเอ๋อร์ เจ้าดูสินางได้ใจเหลือเกิน" โจวเหม่ยเหรินรู้สึกฉีเฟยอวิ๋นขัดหูขัดตาตลอด เพราะไม่ได้ตบแต่งกับหนานกงเย่พร้อมกับเฉินอวิ๋นเอ๋อร์ สุดท้ายก็เป็นได้แค่โจวเหม่ยเหริน ชิงชังยิ่งนัก
เฉินอวิ๋นเอ๋อร์หันหน้าไปอีกด้าน หามุมนั่งลง "ไม่ต้องพูดแล้ว"
"อวิ๋นเอ๋อร์ ประเดี๋ยวข้าจะทำให้นางร้องไห้" ความเกลียดแค้นผุดขึ้นกลางใจโจวเหม่ยเหริน
เฉินอวิ๋นเอ๋อร์มองโจวเหม่ยเหรินปราดหนึ่ง นางไม่ได้กล่าวสิ่งใด ซึ่งถือว่าอนุญาตเงียบๆแล้ว
ฉีเฟยอวิ๋นมาได้เหมาะเจาะมาก พระชายารองอวิ๋นหลัวฉวนเข้าประตูพอดี
อวิ๋นหลัวฉวนสวมชุดแต่งงานสีชมพูอ่อน เดินเยื้องย่างเข้าประตูทีละก้าว ด้านหน้ามีแม่นมจูงมาตลอดทาง พอเข้ามาถึงด้านในก็ยอบกายคารวะแล้วถอยห่าง
จวินฉูฉู่สวมชุดสีแดงชาดนั่งอยู่ด้านบน วันนี้ใบหน้าจวินฉูฉู่เปี่ยมไปด้วยสีแดงก่ำ งดงามยิ่งนัก นางทำทรงผมมู่ตาน ใช้ปิ่นทองรูปมู่ตาน นั่งอยู่ในอิริยาบถสง่าราศีเหลือคณา
ด้านข้างมีหนานกงเหยี่ยนที่สวมชุดแดงฉานพร้อมกับใส่มงกุฎมังกรเก้าเศียรประดับด้วยไข่มุกทองคำนั่งอยู่ พลางใช้แววตาเรียบเฉยจดจ่อกับพระชายารองตรงหน้า
พระชายารองยอบกายคารวะ
เพราะเป็นพระชายารอง พิธีแต่งงานจึงเรียบง่ายกว่ามาก หลังจากคารวะท่านอ๋องตวนกับพระชายาตวนก็ถูกคนนำออกไป
สตรีนางอื่นเริ่มกล่าวแสดงความยินดีขึ้นมา สุดท้ายก็ถึงตาฉีเฟยอวิ๋น
พวกนางเป็นพี่สะใภ้น้องสะใภ้กัน ย่อมต้องกล่าวแสดงความยินดีอยู่แล้ว
ทว่าฉีเฟยอวิ๋นมองจวินฉูฉู่ปราดหนึ่ง ไม่ได้กล่าวแต่อย่างใด
หนานกงเย่เองก็ตามนางออกไปด้วย
สีหน้าจวินฉูฉู่ยังคงเบิกบาน หนานกงเยี่ยนนั่งสักพักก็ลุกขึ้น จวินฉูฉู่ก็ลุกเดินเป็นเพื่อนเขา จากนั้นก็กลับห้องไป
พิธีมงคลย่อมต้องร่วมรับประทานอาหาร ฉีเฟยอวิ๋นกับหนานกงเย่ไปทานข้าว จึงจะรู้ว่าเฉินอวิ๋นเจี๋ยก็มาด้วย ทว่าเฉินอวิ๋นเจี่ยนั่งตรงข้ามพวกฉีเฟยอวิ๋น ถือว่าห่างกันพอสมควร
หนานกงเย่จับมือฉีเฟยอวิ๋นพลันกระซิบข้างหูนาง "หากมองอีกปราดเดียว ข้าจะไปพังจวนเสนาบดี"
ฉีเฟยอวิ๋นหัวเราะร่า รอบๆมีเสียงคุยเรื่องสัพเพเหระดังเซ็งแซ่อยู่ เมื่อนางอดกลั้นเสียงหัวเราะไม่ไหว คนกว่าครึ่งต่างหันมามองนาง
ฉีเฟยอวิ๋นเม้มปากยิ้ม แววตาที่หนานกงเย่มองนางนั้นอ่อนนุ่มราวกับหยดน้ำ กำลังนั่งทานข้าวแท้ๆ ยังจะจับมือนางอีก
ฉีเฟยอวิ๋นไม่แยแสต่อสายตาที่มองมายังนาง ทางกลับกัน นางพูดขึ้นมาว่า "พูดเสียจริงเชียว แน่จริงท่านก็ไปสิ?"
"ข้าจะไปเดี๋ยวนี้" ขณะที่เอ่ยหนานกงเย่ก็ลุกขึ้นด้วยท่าทางขึงขัง ฉีเฟยอวิ๋นรีบคว้ามือหนานกงเย่ไว้
"ข้าผิดแล้วเพคะ" ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวขอโทษราวกับจรวดเสียอีก หนานกงเย่จึงจัดแจงเสื้อผ้าหย่อนกายนั่งอีกครั้ง
ทว่าเขาจับมือฉีเฟยอวิ๋นไว้พร้อมกับนึกอะไรบางอย่างได้ ก้มลงถามใกล้หูนาง "พิธีแต่งงานชาติปัจจุบันมีคนเข้าร่วมเยอะเพียงนี้หรือไม่?"
ฉีเฟยอวิ๋นพยักหน้างัน เล่าเรื่องงานแต่งงานให้เขาฟังเบาๆ
หนานกงเย่ฟังอย่างจดจ่อ คนรอบๆ บ้างก็ชื่นชอบ บ้างก็กลัดกลุ้ม
เฉินอวิ๋นเอ๋อร์กำหมัดแน่น รู้สึกเกลียดแทงเข้ากระดูก
ส่วนเฉินอวิ๋นเจี๋ยนั้นราบเรียบ เพียงแต่สายตาละจากรอยยิ้มฉีเฟยอวิ๋นไม่ได้
เพลานี้ท่านอ๋อนตวนกับพระชายาตวนออกมาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ จากนั้นก็เดินมาหาฉีเฟยอวิ๋นกับหนานกงเย่ ทางด้านนี้มีที่ว่างสำหรับพวกเขาสองคน
ต่างพากันนั่งลง พระชายาตวนมองฉีเฟยอวิ๋นด้วยรอยยิ้มเจือจาง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ