หากมิใช่เพื่อผู้คนที่อยู่ปลายน้ำกล่าวอย่างไรฉีเฟยอวิ๋นก็ไม่มีทางทำพวกดินปืนเหล่านั้น
อย่างไรก็ตามดินปืนนั้นอันตรายไม่ได้เป็นตัวยา ตัวยามีพิษยังมีโอกาสรักษาแต่หากดินปืนระเบิด แม้แต่กระดูกก็จะกระจุยไม่เหลือซาก!
ในสมัยโบราณนี้ก็จะพยายามไม่เข้าไปยุ่งกับพวกเขามากเกินไป การรักษาโรคภัยและช่วยชีวิตผู้คนเป็นงานด้านเทคโนโลยีด้านหนึ่ง แม้ว่าจะสร้างหลอดฉีดยาขึ้นมาได้ผู้คนภายนอกก็ไม่สามารถควบคุมเทคโนโลยีไได้ ผู้ใดจะยังสามารถแย่งเข็มฉีดยาไปสร้างความวุ่นวายแก่ชาติบ้านเมืองได้อีก
ดินปืนก็เหมือนกับกล้องถ่ายรูปซื่อบื่อไม่มีผู้ใดใช้ไม่เป็น ที่ฉีเฟยอวิ๋นกลัวก็คือมีคนขโมยเทคโนโลยีของดินปืนไป ถึงยามที่ชาติบ้านเมืองสับสนวุ่นวาย หลายเมืองทำสงครามกันนั่นถึงจะลำบากที่สุด
หนานกงเย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง: “จดขั้นตอนการทำดินปืนอกมาและบอกข้าข้าต้องการรู้”
ฉีเฟยอวิ๋นมองมายังเขา: "ท่านอ๋องไม่ต้องการให้ข้าคุมงาน?"
“ข้าจะทำได้ลงหรือ?” หนานกงเย่เหลือบมองฉีเฟยอวิ๋นอย่างโกรธจัด แววตาอันแหลมคมของเขาพร้อมด้วยคำเตือนราวกับบ่นสิ่งใดพึมพำว่าให้ตัวนางเองว่าจะอุ้มท้องไปทำดินปืนหรือ?
“เช่นนั้นกลับกันเถอะ” ฉีเฟยอวิ๋นรู้ว่าเป็นการหวังดีต่อนางเลยไม่ได้ถือสาอันใด
หลังจากนอนหลับในรถม้าหนึ่งตื่นเมื่อฉีเฟยอวิ๋นตื่นขึ้นก็ถึงจวนอ๋องเย่แล้ว หลังจากลงจากรถม้าแล้วทั้งสองคนก็ตรงดิ่งไปยังร้านขายยาและเข้าไปในห้องทดลองของฉีเฟยอวิ๋นแล้วหยิบหินเหล็กไฟออกมาบดเป็นผงต่อหน้าหนานกงเย่ จากนั้นเทลงในภาชนะแล้วนำไฟมาจุดบนเส้นด้ายที่กำหนดทิศทางของไฟไว้โดยที่ข้างในมีตุ่มน้ำอยู่ ฉีเฟยอวิ๋นปล่อยน้ำทิ้งแล้วใส่ขวดเล็กๆที่ใช้ชั่วคราวลงไปจากนั้นจุดไฟด้วยกระดาษม้วนจุดไฟ
จุดติดแล้วดึงฉีหนานกงเย่ออกไปทันที เรือนของนางกว้างขวางและตรงตุ่มน้ำนั้นว่างเปล่า ฉีเฟยอวิ๋นดึงหนานกงเย่ไปตรงมุมห้องอย่างรวดเร็ว
นางนั่งย่อเข่าอยู่และเอามือทั้งสองปิดหูไว้และหลบตัวอยู่ในมุม
หนานกงเย่ก็ย่อลงเช่นกันแต่เขาต้องการเห็นให้ชัดเจนว่าดินปืนคือสิ่งใดเขาเลยยืนขึ้นอีกและบังฉีเฟยอวิ๋นให้อยู่ด้านหลังเขา
ฉีเฟยอวิ๋นดึงเขา: "ย่อลง"
หนานกงเย่ไม่ฟังแล้วยังจ้องไปยังฝั่งตรงข้าม
เสียงตู้มดังขึ้นแล้วตรงหน้าก็เต็มไปด้วยควันโขมงพร้อมกับเศษของตุ่มน้ำซึ่งกระจัดกระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ห้องทดลองของฉีเฟยอวิ๋นเกือบจะถูกทำลายไปแล้ว
หนานกงเย่สีหน้าซีดเซียวแล้วชิ้นส่วนหนึ่งของตุ่มก็กระเด็นมายังตรงหน้าของหนานกงเย่และข้ามผ่านไหล่ซ้ายของเขาไป
เลือดไหลออกมาในทันทีแต่เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนเลย รอจนกว่าการสั่นสะเทือนนั้นเงียบไปและควันโขมงก็จางหายไป
เมื่อหันหลังกลับหนานกงเย่วุ่นอยู่กับการมองไปยังฉีเฟยอวิ๋น: “อวิ๋นอวิ๋น”
ฉีเฟยอวิ๋นปัดควันอันคลุ้งโขมงแล้วมองไปทางหนานกงเย่: "ข้าอยู่นี่"
“อวิ๋นอวิ๋น ลูก......”
“ไม่เป็นไร” ฉีเฟยอวิ๋นประหลาดใจเมื่อก่อนตอนที่พวกเขาดำเนินการก็เคยมีหญิงตั้งครรภ์คนหนึ่ง ตอนนี้นางยังไม่น่าเป็นกังวลแต่ภายภาคหน้าไม่ได้ซะแล้ว
หนานกงเย่ถอนหายใจอย่างโล่งอก "หากบอกข้ามาก่อนว่าทรงอานุภาพเช่นนี้ข้าไม่มีทางอนุญาตให้เจ้าอยู่ด้วยแน่"
“ไม่เป็นไรนางยังเด็ก” ฉีเฟยอวิ๋นลุกยืนขึ้น แม้ว่าปากนางจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่นางก็กินยาบำรุงครรภ์ไว้แล้วซึ่งนางเตรียมไว้สำหรับตนเองโดยเฉพาะ
หนานกงเย่เห็นว่าฉีเฟยอวิ๋นไม่เป็นไรแล้วจริงๆจึงค่อยหันไปมองตุ่มน้ำที่ระเบิดกระจุยกระจายนั้น
หนานกงเย่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งและถามว่า "อวิ๋นอวิ๋นมตอนนี้ยังจะระเบิดอีกหรือไม่?"
ฉีเฟยอวิ๋นขำ: "ทำให้ท่านตกใจซะ ตามข้ามา"
ฉีเฟยอวิ๋นจับมือหนานกงเย่ไปดูตุ่มน้ำที่ระเบิดนั้น ยามนี้ตุ่มน้ำเกิดหลุมขนาดใหญ่ซึ่งมีความลึกสองสามเมตรขึ้นมา ด้านล่างเป็นเศษผงบางส่วนของตุ่มน้ำแล้วโดยรอบๆก็เปรอะเปื้อนดินเต็มไปหมด
ของแตกกระจุยกระจายไปหมดแล้ว
ฉีเฟยอวิ๋นยังคงรู้สึกเจ็บปวดใจ
“ท่านต้องอยู่เป็นเพื่อนข้า” ฉีเฟยอวิ๋นออดอ้อน
หนานกงเย่หันศีรษะไปมองฉีเฟยอวิ๋นแล้วก้มศีรษะลงจุมพิตนางทีนึง: "อยู่เป็นเพื่อน นำข้าชดใช้ให้เจ้าดีหรือไม่?"
“เช่นนั้นก็ต้องดีอยู่แล้ว งั้นจากนี้ไปท่านจะต้องฟังข้า” ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวอย่างขบขัน
"ได้"
หนานกงเย่มองไปยังหลุมลึกและยังคงระมัดระวังอยู่
ฉีเฟยอวิ๋นผลักหนานกงเย่หนึ่งทีจนเกือบจะถอยลงไป เขาประคองตัวให้มั่นแล้วเหลือบมองไปยังฉีเฟยอวิ๋น
ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวว่า: "ระเบิดชนิดนี้มีอานุภาพมหาศาลอยู่แล้วเพียงเล็กน้อยแค่นี้ก็ระเบิดจนเป็นเช่นนี้
แต่ท่านอ๋องท่านจำไว้ว่าไม่ว่าจะเป็นระเบิดอันใด หากระเบิดในคราเดียวแล้วอยู่ในระยะพื้นที่จำกัดก็จะระเบิดทั้งหมด ดังนั้นไม่ต้องเป็นกังวล"
ฉีเฟยอวิ๋นเดินลงไปก่อนแล้วยื่นมือให้หนานกงเย่ หนานกงเย่ดูสับสนงุนงงแต่ก็ยังคงยื่นมือให้ฉีเฟยอวิ๋น
จับมือฉีเฟยอวิ๋นไว้แล้วหนานกงเย่ก็ลงไป ทั้งสองยืนอยู่ตรงด้านในแล้วฉีเฟยอวิ๋นก็กล่าวว่า: "นี่เป็นเพียงชนิดหนึ่งเท่านั้น หากท่านอ๋องอยากรู้ข้าสามารถบอกท่านอ๋องได้"
“เจ้าไม่กลัวว่าข้าได้ทุกอย่างแล้วจะเลิกกับเจ้าหรือ?” หนานกงเย่ขบขำแล้วใช้มือทั้งสองข้างกอดฉีเฟยอวิ๋นไว้
ฉีเฟยอวิ๋นส่ายศีรษะ: “พวกเราที่นั่นว่ากันว่า แต่งงานกับไก่ตามไก่แต่งงานกับสุนัขตามสุนัข ท่านจะเป็นเช่นไรข้าก็จะติดตามท่านและข้าก็ไม่กลัวท่านด้วย หากท่านอ๋องต้องการทำร้ายผู้คนถึงจะไม่มีดินปืนก็ทำร้ายผู้คนได้อยู่ดี แต่ที่ข้าบอกท่านอ๋องคือหวังว่าท่านอ๋องจะสามารถปกป้องตนเองได้
หากมีวันนั้นจริงๆที่สถานที่แห่งนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับท่านอ๋องหรือว่าหากข้ากลับไปยังโลกใบนั้นแล้ว อย่างไรท่านอ๋องก็จะต้องอยู่ให้ได้
ส่วนท่านอ๋องจะต้องการข้าหรือไม่นั้นข้าไม่ได้คิดไปมากมายขนาดนั้น "
“ไร้สาระ ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปเจ้าเป็นของข้า” หนานกงเย่จับมือฉีเฟยอวิ๋นไว้แน่นด้วยแววตาไม่พอใจ
ฉีเฟยอวิ๋นรู้ว่าเรื่องที่เขาไม่พอใจมากที่สุดคือเรื่องนี้ ดังนั้นนางจึงหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงหัวข้อนี้แล้วหันกลับขึ้นไป
“ท่านอ๋อง ข้าจะบอกขั้นตอนของการสร้างและสิ่งที่ต้องใช้ทั้งหมดให้แก่ท่านอ๋อง ท่านอ๋องจำเอาไว้ในใจ หากเป็นไปได้ให้หาส่วนประกอบเหล่านี้ไว้ซะก่อนแล้วนำไปไว้ในที่ที่ไม่มีผู้ใดรู้ เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมสามารถนำมาใช้ได้ แล้วยังสามารถนำไปวางไว้ใต้เขตพระราชฐาน หากมีผู้เป็นกบฏเพียงแค่นำพวกฝ่าบาทและไทเฮาออกมาก็สามารถระเบิดวังหลวงได้เลย"
ฉีเฟยอวิ๋นกลับขึ้นมายังด้านบนและปัดมือของนางแล้วหันไปมองหนานกงเย่
หนานกงเย่หันมองไปยังฉีเฟยอวิ๋นด้วยท่าทีไม่แยแส: "อวิ๋นอวิ๋นฉลาดมาก ข้าคิดสิ่งใดเจ้าก็รู้หมด"่
“ท่านอ๋อง พวกเราใกล้ชิดสนิทสนมกันมากแม้แต่ในร่างข้าท่านก็เคยเข้ามาแล้ว ยังมีสิ่งใดที่ข้าจะไม่รู้? แต่ข้าเชื่อว่าท่านอ๋องเป็นคนดี”
ในโลกของฉีเฟยอวิ๋นนั้นคนดีนั้นเรียบง่ายอย่างยิ่ง ผู้ที่ยืนอยู่ข้างเดียวกับนางก็เป็นคนดีแล้ว
หนานกงเย่ออกมาจากหลุม: "ข้าดีหรือไม่อวิ๋นอวิ๋นไม่รู้หรือ?"
ใบหน้าอันหล่อเหลาของหนานกงเย่ราวกับฤดูใบไม้ผลิ ฉีเฟยอวิ๋นกลอกตาแล้วคิดว่ามาอีกแล้ว เกลียดที่เขาไม่รู้สึกละอายเลยแล้วฉีเฟยอวิ๋นก็กล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า: "ไม่ดี!"
“นั่นเป็นเพราะว่ายังแจกเสบียงไม่เพียงพอ คืนนี้พวกเราวิจัยเรื่องบนเตียงกันต่อ” ฉีเฟยอวิ๋นถูกหนานกงเย่ดึงเข้าไปในอ้อมแขนแล้วกอดนางเอาไว้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ