พระมเหสีหวาร้อนใจ:“พูดสิ!”
ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกลำบากใจ:“พระมเหสีได้โปรดทรงไตร่ตรองด้วยเพคะ”
พระมเหสีหวาสงบสติอารมณ์ลง แววตาของนางเป็นประกายระยิบระยับ และนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้:“เจ้าต้องการให้อ๋องตวนเข้ามาในวังงั้นหรือ?”
“พระมเหสีเพคะ หม่อมฉันกับท่านอ๋องตวนไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก และกล่าวได้ว่าอ๋องตวนจะเป็นอย่างไรนั้นไม่เกี่ยวข้องกับหม่อมฉัน แต่ขอแค่เป็นที่เกี่ยวข้องกับท่านอ๋องเย่ก็ล้วนแต่เกี่ยวโยงมาถึงหม่อมฉันเพคะ
เสด็จแม่ทรงเป็นกังวลเรื่องของท่านอ๋องตวนมาก และปลุกระดมหม่อมฉัน ทำให้หม่อมฉันกระจ่างแจ้งขึ้นมาในทันที
หากมีอะไรผิดพลาด ทุกอย่างก็จะสูญเปล่าเพคะ
เกิดเรื่องขึ้นกันอ๋องตวนแล้ว ต่อไปก็ท่านอ๋องเย่ไม่ใช่หรือเพคะ?”
ฉีเฟยอวิ๋นพูดในสิ่งที่นางกำลังคิดอยู่ในใจ แววตาของพระมเหสีหวาดูเลิ่กลั่ก
“แต่พระมเหสีทรงไม่คิดว่ามันแปลกหรือเพคะ ตั้งแต่ทั้งสองตำหนักเริ่มตั้งครรภ์ ทั้งในวังและนอกวังก็เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ โหมกระหน่ำเข้ามา
เดิมทีตอนที่ฝ่าบาทยังไม่มีทายาททุกอย่างก็สงบเป็นปกติ แต่แมื่อทั้งสองตำหนักมีเรื่องมงคลก็เกิดเรื่องขึ้น
ตอนที่ท่านอ๋องตวนยังไม่ทรงอภิเษกกับพระชายารองก็ยังดี ๆ อยู่ หลังจากที่อภิเษกกับพระชายารองแล้วก็เกิดเรื่องขึ้น
เป็นเช่นนี้แล้ว พระมเหสีทรงคิดว่าจะมีคนที่เป็นกังวลว่าพระชายารองจะตั้งครรภ์บุตรของท่านอ๋องตวนหรือไม่เพคะ?”
หางตาของพระมเหสีหวาเชิดขึ้น และแววตาดูกระตือรือร้น:“ไอ้พวกสารเลว อวิ๋นอวิ๋นเจ้าาพูดต่อเถอะ”
พระมเหสีหวาโกรธจัด ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวว่า:“ในเมืองหลวงไม่มีใครไม่รู้ว่าพระชายาตวนทรงมดลูกเย็นและรักษาไม่หาย ดังนั้นก่อนหน้านี้จึงไม่เป็นไร เดิมทีแล้วไม่มีใครเป็นกังวลเกี่ยวกับท่านอ๋องตวน และเป็นเพราะพระชายาตวนไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้เร็วขนาดนั้น
แต่หลังจากทรงอภิเษกกับพระชายารองแล้ว ท่านอ๋องตวนก็เกิดเรื่อง เป็นไปได้หรือไม่ว่ากลัวท่านอ๋องตวนจะมีทายาท?”
พระมเหสีหวายิ่งคิดก็ยิ่งเป็นเรื่องเป็นราว ฉีเฟยอวิ๋นจึงกล่าวต่อว่า:“ในตอนนี้ท่านอ๋องเย่ถูกคุมขัง แม้ว่าฝ่าบาทจะทรงไม่ตรัสอะไร แต่หม่อมฉันรู้ว่ามีคนในราชนิกุลไม่พอพระทัยเสด็จแม่เกี่ยวกับเรื่องของท่านอ๋องตวน และถวายฎีกาแล้ว
พระมเหสีเพคะ หากเรื่องนี้มุ่งเป้าไปที่ฝ่าบาท ท่านอ๋องตวน และท่านอ๋องเย่
เช่นนั้นไม่ว่าพวกเขาจะวางแผนทั้งหมดนี้อย่างไร แต่ในตอนนี้พวกเขาก็ทำมันได้แล้ว
ท่านอ๋องตวนได้รับบาดเจ็บสาหัสและไม่สามารถทำอะไรได้
ท่านอ๋องเย่ถูกคุมขังและอยู่ภายใต้การควบคุม
แม้ว่าฝ่าบาทจะยังคงเป็นองค์จักรพรรดิ แต่พระมเหสีทรงคิดอะไรได้บ้างหรือไม่เพคะ?”
พระมเหสีหวาครุ่นคิดและลุกขึ้นจากเก้าอี้ นางเดินไปพลางครุ่นคิดเรื่องต่าง ๆ ไปพลาง
ฉีเฟยอวิ๋นหันไปมองพระมเหสีหวา หลังจากที่เดินอยู่สักพักพระมเหสีหวาก็หยุดเดิน จากนั้นก็หันไปมองฉีเฟยอวิ๋น:“พวกเขาร่วมกันรังแกเด็กกำพร้าและหญิงม่ายอย่างพวกเรา"
“……พระมเหสีทรงพระปรีชาเพคะ” ฉีเฟยอวิ๋นถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่เสียแรงเปล่า ดูเหมือนว่าพระมเหสีหวาจะทรงโกรธมาก
“ดีเลย ตอนที่อดีตจักรพรรดิยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ พวกเขาก็หน้าไหว้หลังหลอก แต่ละคนล้วนไม่ซื่อสัตย์
ในตอนนี้อดีตจักรพรรดิทรงไม่อยู่แล้ว จึงมารังแกพวกเรา ต่อให้ต้าเหลียงต้องล่มสลาย แต่ก็ยังไม่ถึงทีของพวกเขา
พวกเขาต้องการถวายฎีกาก็ถวายไป ในวังนี้ไม่มีใครแล้วหรืออย่างไร?”
ฉีเฟยอวิ๋นเงียบไม่พูดไม่จาพระมเหสีหวารีบเดินไปตรงหน้าฉีเฟยอวิ๋น:“อวิ๋นอวิ๋น เจ้าไม่ได้กราบทูลฝ่าบาทว่าต้องการให้อ๋องตวนเข้ามาในวังหรือ?”
“ทูลพระมเหสีเพคะ การถวายฎีกาทำให้ฝ่าบาททรงคุมขังท่านอ๋องเย่ หากท่านอ๋องตวนต้องการจะเข้ามาในวัง พวกเขาต้องไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน อีกทั้งพระมเหสีจะถูกพวกเขามองว่าเป็นเป้าหมาย เกรงว่าหากหม่อมฉันพูดจะยิ่งวุ่นวายนะเพคะ
ท่านอ๋องตวนพระวรกายไม่ค่อยสู้ดีนัก และต้องการหม่อมฉัน อีกอย่างพวกเขาก็ไม่สามารถเชื่อถือได้เพคะ ” ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวต่อ
ทันใดนั้นพระมเหสีหวาก็ยิ้มและหันกลับมาส่ายหัว:“พระราชโองการของพระพันปีนั้นถูกต้อง แต่นั่นเป็นบุตรชายของข้า จะช่วยไอ้สารเลวพวกนั้นรังแกข้าหรือ”
พระมเหสีหวากำหมัดแน่นและกล่าวอย่างเย็นชา:“อวิ๋นอวิ๋น เจ้ากลับไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท”
“เพคะ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ