ฉีเฟยอวิ๋นไปเข้าเฝ้าพระพันปีหลังจากไปส่งอวิ๋นหลัวฉวน ไห่กงกงอยู่ที่หน้าทางเข้าตำหนักตั้งนานแล้ว เมื่อเห็นฉีเฟยอวิ๋นเขาจึงรีบก้าวถี่ๆ เข้าไปทำความเคารพ
“บ่าวคารวะพระชายาเย่”
ฉีเฟยอวิ๋นรีบโน้มตัวลงไปประคอง “ลุกขึ้นเถิด”
ไห่กงกงลุกขึ้นและกล่าวว่า “บ่าวยินดีกับพระชายาเย่ที่ล้างมลทินให้ท่านอ๋องเย่จนได้”
ฉีเฟยอวิ๋นเข้าใจได้ทันทีว่าไห่กงกงกำลังเตือนนาง พระพันปีจะต้องอยากคุยกับนางเพราะเรื่องนี้แน่นอน
ฉีเฟยอวิ๋นใจคอเหี่ยวแห้ง ที่โลกนี้มีปัญหาเยอะกว่าโลกในชาติก่อนมาก ในชาติก่อนนางแค่ต้องอธิบายให้ซูมู่หรงฟัง ว่ากันตามตรงซูมู่หรงคือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของนาง อธิบายเรื่องใหญ่ไปประโยคเดียวก็เหมือนอธิบายให้ทุกคนรู้
แต่เมื่ออยู่ที่นี่นางต้องอธิบายทุกคนทีละลำดับขั้น และผู้นำที่อยู่เหนือนางขึ้นไปก็มีเยอะเหลือเกิน
นางไม่ต่างอะไรกับกุ้งฝอยที่อยู่บนพื้นซึ่งอาจจะถูกเหยียบย่ำจนตายได้ทุกเมื่อ
ฉีเฟยอวิ๋นถวายคำนับทันทีที่เข้าไปในพระตำหนักเฉาเฟิ่ง พระพันปีเรียกนาง “เข้ามาสิ”
ฉีเฟยอวิ๋นแสดงคำขอบคุณและก้าวไปข้างหน้า นางนั่งลงและมองสีพระพักตร์ที่แจ่มใสของพระพันปี ส่วนจิ้งจอกหางสั้นกำลังนอนหมอบอยู่ข้างๆ พระนาง
จิ้งจอกหางสั้นรู้กฎระเบียบเป็นอย่างดี แม้ว่านางจะอยากวิ่งกลับไปอยู่ในอ้อมกอดของฉีเฟยอวิ๋นแค่ไหนนางก็ยังนิ่ง
ฉีเฟยอวิ๋นประหลาดใจเป็นอย่างมากเมื่อพูดถึงสติปัญญาของจิ้งจอกหางสั้น
ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนมีสติปัญญา แต่สติปัญญาของจิ้งจอกหางสั้นนับว่าเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดที่ฉีเฟยอวิ๋นเคยพบเจอ
พระพันปีทอดพระเนตรฉีเฟยอวิ๋น “นั่งลงสิ”
ฉีเฟยอวิ๋นถวายคำนับและนั่งลง
พระพันปีเอนพระวรกายนอนลงบนตั่งอย่างเหนื่อยล้า
ฉีเฟยอวิ๋นเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน “ลูกตรวจพระวรกายให้นะเพคะเสด็จแม่”
พระพันปียื่นพระหัตถ์ออกมา หลังจากนั้นไห่กงกงจึงพาคนอื่นถอยออกไปจนในห้องบรรทมเหลือพวกนางแค่สองคน
พระพันปีตรัสถาม “การจัดการเรื่องของอ๋องแปดเป็นความคิดเห็นของเจ้าหรือว่าเป็นความคิดของเย่เอ๋อร์”
“เป็นความคิดเห็นของลูกเพคะ” ฉีเฟยอวิ๋นตรวจสอบพระวรกายของพระพันปีจนยืนยันได้ว่าร่างกายของพระองค์ไม่มีอะไรผิดปกติ จึงได้วางมือลงและตอบ
พระพันปีจ้องมองฉีเฟยอวิ๋นที่กำลังจัดแจงเสื้อคลุมที่สวมอยู่ให้เรียบร้อย
“ฮึ เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าการแทรกแซงกิจราชสำนักมีโทษหนักขนาดไหน”
ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวว่า “ลูกรู้เพคะ แต่ลูกนั่งรอความหายนะอยู่เฉยๆ ไม่ได้”
“ไหนลองว่ามาสิ” พระพันปียังคงเย็นชา
ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวว่า “พวกเขาต้องการฆ่าท่านอ๋องเย่ ลูกทนมองอยู่เฉยๆ ไม่ได้ แม้ว่าลูกจะไม่มีความสามารถ แม้ว่าจะต้องขึ้นสวรรค์หรือลงนรกลูกก็ต้องลองดู
เป็นทางเลือกที่ช่วยไม่ได้ที่ต้องไปหาพระมเหสีหวา
เสด็จแม่ถูกพวกเขาจับจ้องไม่วางตา พวกเขาแต่ละคนปรารถนาจะให้เสด็จแม่แสดงตัวออกมา แต่เสด็จแม่อยู่ในสถานะที่มีเกียรติสูงส่ง จะลดพระองค์ไปคบค้ากับพวกเขาได้อย่างไร พวกเขารู้และมีวิธีที่ดีกว่า
พระมเหสีหวาไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นพระมเหสี แต่เมื่อมาอยู่ในวัง พระนางก็ไม่เคยอยู่ในสายตาใครเลย
ถึงแม้พระนางจะใช้อำนาจไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่กล้า
เมื่อมีเสด็จแม่อยู่พระนางจะพะว้าพะวัง ถ้าเสด็จแม่ไม่สนใจพระนาง พระนางจะต้องไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเป็นแน่
ลูกคิดว่าขอเพียงแค่ทำให้พระมเหสีหวาออกหน้าได้ เท่านี้ก็จะทำให้ท่านอ๋องแปดหุบปากได้ชั่วคราวเพคะ
นอกจากนี้ลูกยังเป็นกังวลเกี่ยวกับท่านอ๋องตวน
ถ้าลูกไม่อยู่เกรงว่าจะเกิดเรื่องกับเขาที่นอกวัง ดังนั้นการทำเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายจะต้องพิจารณาอย่างแท้จริง”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ