ฉีเฟยอวิ๋นไม่กล่าวอะไร พระพันปีเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า : “พระมเหสีหวาฉลาด ข้าเองก็รู้สึกว่านางฉลาด เจ้าคิดว่านางโง่เช่นนั้นหรือ?
ไม่เข้าใจอะไรเลยรึ?
ที่นางโอหังอวดดีและกำเริบเสิบสาน นั้นเป็นเพราะนางรู้ หากนางไม่อวดดีขณะอยู่ในวัง นางจะมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้
นั้นคือการเสแสร้งของนาง
เจ้าไปพูดยุให้รำ ตำให้รั่วกับนาง ใช้ประโยชน์จากนาง นางอายุมากแล้ว คงจะคิดไม่ได้ชั่วขณะ
ครั้นคิดได้ นางก็อาจจะไม่ไว้ชีวิตเจ้า
นางไม่ได้เห็นข้าอยู่ในสายตาอยู่แล้ว”
ในที่สุดก็กล่าวเรื่องราวทั้งหมดออกมา พระพันปีเตือนอย่างไม่สบอารมณ์นัก
ฉีเฟยอวิ๋นเข้าใจ พระพันปีกำลังบอกให้นางระวัง!
“ลูกเข้าใจแล้วเพคะ วันหน้าลูกจะไม่ไปยั่วยุพระมเหสีหวาอีกเพคะ”
“อย่าลืมแล้วกัน” พระพันปีมองต่ำส่งสัญญาณให้ฉีเฟยอวิ๋นนั่งลง ฉีเฟยอวิ๋นจึงนั่งลง
พระพันปีเหม่อมองไปยังฉีเฟยอวิ๋น ซึ่งฉีเฟยอวิ๋นเองก็ไม่กล้าเอ่ย นั่งอยู่ชั่วครู่ ฉีเฟยอวิ๋นจึงได้ขอตัวลา
ในตอนที่จากไปพระพันปีได้เอ่ยถามว่า : “ไม่พาจิ้งจอกหางสั้นไปด้วยรึ?”
“ไม่เพคะ ให้จิ้งจอกน้อยอยู่เป็นเพื่อนเสด็จแม่ เวลาที่ลูกไม่อยู่ นางจะได้ระแวดระวังมากขึ้น หากเสด็จแม่เกิดเรื่องจะได้รู้เพคะ”
พระพันปีแย้มยิ้ม : “เหตุใดเจ้าถึงไม่สงสัยข้า?”
ฉีเฟยอวิ๋นลังเลเล็กน้อย : “คนชั่วใต้หล้ามีนับไม่ถ้วน เสด็จแม่อาจจะเคยเป็นคนที่ไร้ความรู้สึกคนหนึ่ง แต่ลูกคิดว่า ตราบใดที่ดีต่อลูก ย่อมไม่ใช่คนชั่วเพคะ”
“ออกไปเถอะ”
พระพันปีลูบไปบนจิ้งจอกน้อย และรู้สึกพึงพอใจฉีเฟยอวิ๋นมาก นางไม่ใช่คนโง่เขลาเฉกเช่นจวินฉูฉู่
ฉีเฟยอวิ๋นทูลลาและหมุนตัวเดินออกจากตำหนักเฉาเฟิ่ง
ไห่กงกงเดินตามมาส่งฉีเฟยอวิ๋น ฉีเฟยอวิ๋นจึงกล่าวด้วยความอยากรู้ว่า : “กงกง ในวังยังมีพระสนมเอกพระองค์อื่นอีกหรือไม่? ของอดีตจักรพรรดิอะไรเทือกนั้น”
“มีพ่ะย่ะค่ะ มีพระสนมเอกอีกหลายพระองค์ แต่พระสนมเอกล้วนถูกฝังไปตั้งแต่สมัยอดีตจักรพรรดิแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ไห่กงกงรู้ ว่าฉีเฟยอวิ๋นไปได้ยินอะไรมา จึงไม่หลบเลี่ยง
เนื่องจากมีคนอยู่โดยรอบ ไห่กงกงจึงโบกมือไปมา ทุกคนจึงเดินออกไป
ฉีเฟยอวิ๋นแปลกใจ : “มากเพียงนี้เลยรึ?”
“พระชายาเย่ สิ่งที่ในวังไม่เคยขาดคือสตรีพ่ะย่ะค่ะ ท่านลองดูจักรพรรดิองค์ปัจจุบันสิ แม้จะมีฮองเฮาแล้ว แต่บรรดาหญิงสาวเหล่านั้นก็ยังมีเสน่ห์
ก่อนหน้านี้ วังหลังของฝ่าบาทก็เคยมีคนอาศัย”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
ไห่กงกงยิ้มเล็กน้อย : “พระชายาเย่ ในตอนที่อดีตจักรพรรดิสิ้นพระชนม์ ได้พาพระสนมเอกอวี้และพระสนมเอกฉีไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ฉีเฟยอวิ๋นหมุนตัวกลับมามองไห่กงกง : “มีเรื่องนี้ด้วยรึ?”
ไห่กงกงยิ้ม : “พระชายาเย่ แต่ไหนแต่ไรมาในวังของเราไม่เคยขาดเรื่องเล่าเลยพ่ะย่ะค่ะ”
ฉีเฟยอวิ๋นไม่กล่าวอะไร ไห่กงกงมาส่งฉีเฟยอวิ๋นถึงตำหนักเฟิ่งอี๋ จากนั้นก็หมุนตัวและเดินจากไป
ฉีเฟยอวิ๋นหันไปมองไห่กงกงที่เดินจากไป กระทั่งอดคิดไม่ได้ ในวังแห่งนี้จะมีเรื่องราวที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเช่นนี้
คนที่รอดชีวิตทุกคนล้วนไม่เหมือนคนธรรมดา
เรื่องอื่นไม่ต้องเอ่ยถึง เดิมทีอดีตจักรพรรดิก็เป็นทายาทโดยบริสุทธิ์ แต่เขากลับมอบความตายให้แก่พระสนมเอกทั้งสองพระองค์
เหตุผลที่แท้จริงไม่อาจรู้ได้ แต่สุดท้ายก็มีเรื่องราว
ฉีเฟยอวิ๋นยืนอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หมุนตัวและเดินเข้าไปในตำหนักเฟิ่งอี๋ ครั้นเข้ามาก็เห็นป้าซียืนรออยู่หน้าประตู ครั้นป้าซีเห็นฉีเฟยอวิ๋น จึงย่อกายกายทำความเคารพ
“ป้าซีไม่ต้องมากพิธีหรอก” ฉีเฟยอวิ๋นเข้ามา ป้าซีจึงเดินตามหลัง
“ฝ่าบาทเสด็จมาถึงแล้ว ฮองเฮาทรงเชิญพระชายาเย่ร่วมมื้ออาหารเจ้าค่ะ”
ครั้นเอ่ยถึงร่วมมื้ออาหารสีหน้าของฉีเฟยอวิ๋นก็หม่นหมองลง ในวังแห่งนี้ ไม่ว่าอาหารของผู้ใดนางกล้ากินทั้งสิ้น ยกเว้นอาหารของฮองเฮาผู้เดียวที่นางไม่อยากกิน
แม้ว่าความสามารถในการฟื้นตัวของร่างกายจะไม่เลวนัก แต่ถึงอย่างไรในเวลานี้นางก็กำลังตั้งครรภ์ หากเด็กขจัดพิษไม่ได้ คงเป็นเรื่องแน่
ฉีเฟยอวิ๋นหอบความกระวนกระวายใจไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิอวี้ตี้และเฉินอวิ๋นชู
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ