ฉีเฟยอวิ๋นกำลังนอนอยู่บนเตียงของพระพันปีหนานกงเย่เข้าประตูมาเดินพุ่งตรงไปยังฉีเฟยอวิ๋น พอถึงยังตรงหน้าก็นั่งลงจับมือของฉีเฟยอวิ๋นไว้
“อวิ๋นอวิ๋น”
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันสบายดี” ฉีเฟยอวิ๋นยังคงรู้สึกตื้นตันใจ
หนานกงเย่ตรวจมองขึ้นลงฉีเฟยอวิ๋นอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าไม่เป็นไรจึงมองลงมายังท้องของฉีเฟยอวิ๋น
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่เป็นไร” รู้ว่าหนานกงเย่เป็นกังวลฉีเฟยอวิ๋นเลยรายงานความปลอดภัยให้ก่อน
หนานกงเย่ถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก: "เจ้าทำให้ข้าตกใจแทบตาย ข้ากำลังสอบปากคำพอได้ยินว่าในวังมีงูพิษข้าก็วิ่งหัวซุกหัวซุนมาเลย"
“……ท่านอ๋อง……”ฉีเฟยอวิ๋นพูดไม่ออก เห็นชัดว่าเดินมายังจะกล่าวว่าวิ่งหัวซุกหัวซุนมา
พระพันปีทรงลุกขึ้นเสด็จไปนั่งลงยังอีกฝั่งหนึ่ง ฉีเฟยอวิ๋นดึงมือออกหนานกงเย่ถึงได้นึกถึงพระพันปีแล้วจึงลุกขึ้นน้อมทักทาย: “เสด็จแม่”
“อืม เจ้ายังรู้จักกลับมา ได้ข่าวว่าเมื่อคืนเจ้าไม่อยู่ในวัง?”
“ลูกไปเรียกไต่สวน เมื่อคืนเรียกไต่สวนจนดึกดื่นจึงมิได้เข้าวังพะย่ะค่ะ” หนานกงเย่ก็อยากจะเข้าวังอย่างไรภรรยาก็อยู่ในวัง ใครจะไม่อยากอยู่เป็นเพื่อนภรรยา
แต่คนพวกนั้นไม่ยอมให้ความร่วมมือ หากเขาไม่เร่งไต่สวนก็คงจะไม่มีโอกาสมากนัก
พระพันปีทรงตรัสถามว่า: "แล้วสอบสวนเป็นเยี่ยงไรบ้าง?"
"ยังไม่มีความคืบหน้าเลยพะย่ะค่ะ"
“ไม่มีก็ปล่อยคนซะ เจ้าโตแล้วไม่ใช่เด็กๆ จับตัวพวกเขาอยู่เช่นนั้นไม่ปล่อยจะมีประโยชน์อันใด ในเมื่อจงชินอ๋องน่าสงสัยที่สุดงั้นก็ขังไว้เถอะ รอให้อ๋องตวนอาการดีขึ้นบ้างก็มอบให้อ๋องตวน”
“ลูกก็คิดไว้เช่นนี้เหมือนกันพะย่ะค่ะ” หนานกงเย่สอบปากคำแล้วก็ไม่มีปัญหาจริงๆจึงทำได้เพียงแค่ปล่อยคนไป
พระพันปีจึงทรงตรัสขึ้นว่า: "อาไห่"
"ไทเฮา"
“ไปยังตำหนักเฟิ่งอี๋แล้วเชิญฮองเฮามา”
"พะย่ะค่ะ"
ไห่กงกงเพิ่งจะออกไปอวิ๋นหลัวฉวนก็มาถึงตำหนักเฉาเฟิ่งแล้ว
“ลูกถวายบังบังคมเสด็จแม่เพคะ” อวิ๋นหลัวฉวนคุกเข่าลงคารวะ
“ลุกขึ้นเถิด” พระพันปีตรัสด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนขึ้นมาก กับอวิ๋นหลัวฉวนไม่จำเป็นต้องเหมือนจวินฉูฉู่
"อวิ๋นหลัวฉวนลุกขึ้นจากพื้นมองไปยังฉีเฟยอวิ๋นและถามว่า: "เสด็จแม่ หม่อมฉันไปดูท่านพี่เสียนเฟยได้หรือไม่เพคะ?"
"ไปเถอะ"
อวิ๋นหลัวฉวนไปหาฉีเฟยอวิ๋นพอเห็นนางไม่เป็นไรก็โล่งอก
“ได้ยินคนในวังพูดว่าท่านเจองูพิษ ข้าเป็นห่วงจึงมาดูท่าน หากรู้แต่แรกว่าท่านไม่เป็นไรก็ไม่มาแล้ว ตอนนี้อ๋องตวนต้องทานข้าวข้าต้องกลับไปดู” อวิ๋นหลัวฉวนถือเอาเรื่องดูแลอ๋องตวนว่าเป็นหน้าที่ของนางซะแล้ว
ฉีเฟยอวิ๋นคุ้นเคยกับอวิ๋นหลัวฉวนแล้ว นางพูดจาตรงไปตรงมาและไม่สนใจว่าผู้อื่นจะคิดเช่นไร
“ข้าไม่เป็นไรพักผ่อนครู่หนึ่งก็ดีขึ้นแล้ว พระชายารองอวิ๋นกลับไปกราบทูลพระมเหสีหวาว่าพรุ่งนี้ข้าจะไปดูอ๋องตวนอีก”
“ได้” เมื่อเห็นฉีเฟยอวิ๋นไม่เป็นไรอวิ๋นหลัวฉวนเลยคิดจะจากไป
เพิ่งหันหลังกลับก็เห็นฮองเฮาเฉินอวิ๋นชูเสด็จมา
เข้าประตูมาเฉินอวิ๋นชูคุกเข่าต่อพระพันปี: "ลูกขอถวายบังคมเสด็จแม่เพคะ"
พระพันปีแววตาเฉยเมย แม้ว่าฮองเฮาจะทรงพระครรภ์แต่ก็ไม่ได้ให้ลุกขึ้น
“ฮองเฮา เหตุใดถึงมีงูพิษอยู่ในตำหนักของเจ้า?” พระพันปีตรัสถามอย่างไม่พอพระทัย
เฉินอวิ๋นชูตอบว่า: "ลูกกำลังสืบสวนเรื่องนี้อยู่เพคะ แต่ว่าสืบสวนทั้งในและนอกตำหนักแล้วไม่มีผู้ใดรู้เรื่องนี้เลยเพคะ"
พระพันปีทรงกริ้วจัด ปัดแขนจนจานชาบนโต๊ะตกลงกับพื้นเกือบจะกระทบใบหน้าของเฉินอวิ๋นชู เฉินอวิ๋นชูไม่กล้าขยับเลยแม้แต่น้อย
“เสด็จแม่ ลูกผิดไปแล้วเพคะ"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ