องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ นิยาย บท 89

ฉีเฟยอวิ๋นตกใจจนเกือบจะร้องไห้ออกมา ก่อนจะรีบส่ายหน้า : “ท่านอ๋อง...”

หนานกงเย่กอดฉีเฟยอวิ๋นไว้ : “ห้ามพูดจากมั่วซั่ว ให้คนอื่นขบขัน”

หนานกงเย่หายใจเหนื่อยหอบ ฉีเฟยอวิ๋นทำได้แค่ตัดใจ นางถูกคนบังคับ ทั้งยังร้องตะโกนไม่ได้ กลายเป็นคนโง่เขลาไปในทันที!

หนานกงเย่ที่อยู่ด้านบน ก้มหน้าลงมาจูบริมฝีปากเล็กอันนุ่มนิ่มดุจปุยเมฆของฉีเฟยอวิ๋นอย่างต่อเนื่อง เขาแค่อยากลิ้มลอง

แต่นางดิ้นไปมาเหมือนกับปลาตัวเล็ก ทำให้เขาจับไว้ไม่อยู่ เริ่มขุ่นเคืองหมองใจขึ้นไม่น้อย

“ห้ามขยับ” หลังจากที่ดิ้นอยู่ชั่วครู่ หนานกงเย่ก็จับมือทั้งสองข้างของฉีเฟยอวิ๋นไว้ ครั้นจับอยู่หมัดแล้วก็ก้มหน้ามองนางด้วยความขุ่นเคือง เป็นเช่นนั้นเนิ่นนานก็ยังไม่ได้จูบ นางก็เอาแต่ส่ายหน้าตลอด

ฉีเฟยอวิ๋นยิ้มอย่างขมขื่น : “ท่านอ๋อง ข้าไม่สนุกนะเจ้าคะ”

“ข้าอยากสนุก”

หนานกงเย่ก้มหน้าลงมามองหน้าอกของฉีเฟยอวิ๋น ซึ่งนั้นทำให้ลมหายใจของเขาถี่มากยิ่งขึ้น คิดอยากถ่วงเวลาในค่ำคืนนี้ หนานกงเย่เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของนาง ก่อนจะก้มหน้าลงไป

ในเวลานี้เองก็มีคนมาเคาะประตูถี่จากด้านนอก ฉีเฟยอวิ๋นตกใจจนส่งเสียงร้องออกไป กระทั่งผละออกจากการควบคุมของหนานกงเย่ แล้วแทรกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม คลุมตัวไว้ไม่ยอมออกมา

สีหน้าของหนานกงเย่เคร่งขรึมลง จากนั้นก็ลุกขึ้นและมองไปยังประตู จัดแจงเสื้อผ้าบนร่างกายให้เข้าที่เข้าทาง พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ : “มีเรื่องคอขาดบาดตายอะไร?”

อาอวี่ตื่นตกใจไปชั่วขณะ ท่านอ๋องเป็นอะไร?

“ท่านอ๋อง จวนอ๋องตวนมาขอเข้าพบขอรับ” อาอวี่ทูลรายงาน

หนานกงเย่หมุนตัวไปมองคนที่อยู่ด้านหลังแวบหนึ่ง : “ข้าจะรีบกลับมา ห้ามออกไปเด็ดขาด”

หลังจากที่หนานกงเย่ใส่เสื้อคลุมเรียบแล้ว ก็เดินไปถามตรงประตูว่า : “จวนอ๋องตวนส่งใครมา? ชื่อเสียงเรียงนามก็ไม่มี”

“กราบทูลท่านอ๋อง ท่านไปแล้วจะทราบเอง อาอวี่ไม่กล้าเอ่ยพ่ะย่ะค่ะ”

อาอวี่กล่าวเช่นนี้ทำให้หนานกงเย่ต้องหยุดชะงัก ฉีเฟยอวิ๋นเองก็แทรกตัวออกมาจากในผ้าห่ม

หนานกงเย่หมุนตัวไปมองคนที่อยู่บนเตียงด้านหลัง ผมยาวสยายของฉีเฟยอวิ๋นนั้นพันกันยุ่งเหยิงจนดูไม่ได้ เวลานี้ได้แทรกตัวออกมาจากผ้าห่ม : “จวินฉูฉู่หรือไม่เจ้าคะ?”

เวลานี้จวินฉูฉู่คือคนที่ไม่น่าออกมาที่สุด แต่นิสัยเนื้อแท้ของจวินฉูฉู่ ยิ่งในเวลานี้ยิ่งต้องปรากฏตัว เวลานี้นางไม่น่าจะถูกใครสงสัยได้โดยง่าย

สีหน้าของหนานกงเย่เคร่งขรึมลง : “ห้ามออกไป ข้าจะรีบกลับมา”

กล่าวจบหนานกงเย่ก็หมุนตัวเดินจากไป ฉีเฟยอวิ๋นยังคงชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะลงจากเตียงมาใส่เสื้อผ้า แต่เสื้อผ้านั้นขาดหมดแล้วฉีเฟยอวิ๋นจึงรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านทันที

พวกเขากลับมาไม่นาน เหตุใดจวินฉูฉู่ถึงมาในเวลานี้ ท่านอ๋องตวนละ?

แต่หากไม่ใช่จวินฉูฉู่ แล้วจะเป็นใคร?

ฉีเฟยอวิ๋นจัดระเบียบตัวเองเรียบร้อย เตรียมจะออกไปจับชู้

อาอวี่ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูเห็นฉีเฟยอวิ๋นก็ตื่นตกใจ : “พระชายา ท่านอ๋องบอกให้ท่านอยู่ในห้องไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“อื้อ ข้าเพิ่งคิดได้ว่ามีเรื่องต้องทำ เจ้าต้องพาข้าไปหาเขาเดี๋ยวนี้”

“พ่ะย่ะค่ะ”

อาอวี่ช่างหลอกง่าย เดินตามฉีเฟยอวิ๋นไปยังห้องโถงด้านหน้าตลอดทาง

ครั้นถึงห้องโถงด้านหน้ากลับไม่มีใคร อาอวี่จึงคาดว่าน่าจะอยู่ในห้องรับรอง ฉีเฟยอวิ๋นไม่สบายใจอย่างมาก เหตุใดต้องไปห้องรับรองด้วย มีเรื่องอะไรถึงเปิดเผยไม่ได้

ฉีเฟยอวิ๋นมาถึงห้องรับรอง ในขณะที่อารมณ์กำลังขุ่นมัวนั้น ก็เห็นประตูของห้องรับรองเปิดอยู่ และเห็นคนสองคนยืนอยู่หน้าประตู ทังเหอก็อยู่ที่นั่นด้วย

ครั้นฉีเฟยอวิ๋นปรากฏตัว ทังเหอกำลังจะรุดหน้าเข้าไปกล่าวทักทาย ฉีเฟยอวิ๋นรีบโบกมือไปมา ส่งสัญญาณไม่ให้กล่าวอะไร

ทังเหอลังเลเล็กน้อย ดูท่าทางจะตั้งใจมาจับชู้โดยเฉพาะ

ทังเหอเมินหน้าไปทางอื่น และเฝ้ารักษาการณ์ต่อไป

ฉีเฟยอวิ๋นเดินมาแอบฟังอยู่ด้านนอกของประตู

จวินฉูฉู่ที่อยู่ด้านในแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดเดิม บนศีรษะถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว สีหน้าซีดเซียวจนน่าตกใจ

หนานกงเย่นั่งอยู่บนเก้าอี้ และเอ่ยถาม : “ท่านพี่สะใภ้รองมีธุระอะไรหรือ?”

จวินฉูฉู่หยุดชะงักทันที

“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”

ยังไม่ทันเอ่ยน้ำตาก็ไหลริน จวินฉูฉู่มีใบหน้าที่น่าดึงดูดใจ เวลาร้องไห้จึงมักน่าสงสาร

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ