เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 107

บทที่ 107 เพลิงตะวันสีทองอันน่าสะพรึงกลัว, ได้รับดอกไม้มังกรคำราม!

เมื่อฉู่โม่วพูดจบ

ทันใดนั้น

ร่างคล้ายอีกา 3 ขาพลันปรากฏตัวขึ้น

เสี่ยวอู๋นั่นเอง!

“แกว้ก!”

แต่หลังจากที่ปรากฏตัว อย่างแรกที่มันทำคือส่งเสียงร้อง อีกาทองคำทะยานผ่านท้องฟ้าและปีกขนาดมหึมาก็ค่อย ๆ แผ่ออกไป แล้วเปลวเพลิงสีดำก็ระเบิดออกมาทั่วทั้งผืนฟ้าราวกับคลื่นไฟ

ฟู่!

ด้วยปีกทั้งสองข้าง พายุหมุนไร้ที่สิ้นสุดเกิดขึ้นและปัดเป่าเปลวเพลิงออกไป

เปลวเพลิงสีดำและสีทองนับไม่ถ้วนผสมผสานกับขนนกเพลิงและพุ่งออกมาราวกับมีดลมที่ตัดผ่านท้องฟ้า กระแสลมที่มีรัศมีราวกับว่าจะทำลายทุกสิ่งเป็นเหมือนกับแม่น้ำเทียนเหอที่ไหลย้อนกลับ มันมุ่งหน้าไปหาเสือดาวทองคำทันที

มันคือพลังเหนือธรรมชาติแต่กำเนิดที่เสี่ยวอู๋ปลุกขึ้นมาตอนที่กลายเป็นสัตว์อสูรระดับ 5!

สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะกินเวลานาน แต่แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเท่านั้น

เมื่อเสือดาวทองคำหันไปมองและพุ่งเข้าไปหาหมัวซานซาน ฉู่โม่วก็เรียกเสี่ยวอู๋ออกมา

และเมื่อขนนกเพลิงทองคำสาดลงมา ร่างของเสือดาวสีทองก็เคลื่อนไปได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น

แล้ว……

ขนนกเพลิงเชื่อมต่อกับสายลม มันหมุนไปตามกระแสลม พุ่งออกไปข้างหน้าและโหมกระหน่ำลงใส่เสือดาวทองคำ

ทั้งสองฝ่ายปะทะกันทันที

แทบจะทันทีที่สัมผัส เสือดาวทองคำถูกปกคลุมไปด้วยขนนกเพลิงไร้ที่สิ้นสุดในทันที

ตอนแรกมันสัมผัสได้ถึงเปลวเพลิงนี้แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร มันกลับเหยียดหยามเสียด้วยซ้ำ

ในฐานะสัตว์อสูรระดับ 5 เลือดเนื้อของมันถูกบ่มเพาะจนต้านทานกระบี่และปืนได้ เปลวเพลิงธรรมดาทำอะไรมันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

แต่……

สิ่งที่มันไม่รู้คือ

สิ่งที่เสี่ยวอู๋ใช้นั้นไม่ใช่ไฟธรรมดา! แต่มันคือ เปลวเพลิงสีทองแห่งดวงอาทิตย์!

ที่อีกาทองคำสามขากลายเป็นนิกายแห่งดวงอาทิตย์และจ้าวแห่งดวงดาวนั้นเป็นเพราะมันสามารถควบคุมเปลวเพลิงทองคำแห่งดวงอาทิตย์และเผาผลาญทุกสิ่งบนโลกได้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่จะต้านทานมันได้

เพราะเสี่ยวอู๋จะพึ่งปลุกมันขึ้นมา เปลวเพลิงทองคำแห่งดวงอาทิตย์ของมันจึงยังบางเบาอยู่

แต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่จะป้องกันได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน!

ดังนั้นแล้ว…ความเหยียดหยามนั้นอยู่ได้เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น!

เมื่อขนนกเพลิงตกลงมาก็เหลือเพียงแค่ความตื่นตระหนกในหัวใจของมัน

“โฮก……”

เมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่เปลวไฟเผาร่างกาย มันก็คำรามลั่นขณะที่ร่วงลงบนพื้นและพยายามดับไฟเหล่านั้น

แต่มันไม่มีทางทำได้!

เปลวเพลิงทองคำแห่งดวงอาทิตย์นั้นคือเปลวเพลิงที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลก มันเผาผลาญได้แม้กระทั่งห้วงอวกาศด้วยซ้ำ ถ้าเป้าหมายยังไม่กลายเป็นเถ้าถ่านก็ไม่มีวันดับมันได้

ใช่แล้ว

เสือดาวสีทองได้แต่โอดครวญด้วยความสิ้นหวังเมื่อสัมผัสได้ถึงเปลวเพลิงที่กลืนกินมันเข้าไปทีละนิด ๆ

โชคยังดีที่ความเจ็บปวดนั้นไม่ได้ยาวนานนัก ในพริบตาเดียว เปลวเพลิงทองคำแห่งดวงอาทิตย์ก็เผามันเป็นจุณ!

ไม่มีร่องรอยเถาถ่านเหลือให้เห็นด้วยซ้ำ!

ในบริเวณที่มันสิ้นใจ ก้อนหินทั้งหมดโดนความร้อนของไฟจนกลายเป็นผลึกแก้วที่แผ่ความร้อนสูงออกมาและกระทั่งอากาศโดยรอบก็แตกร้าว

“น่ากลัว!”

เมื่อเห็นภาพเช่นนั้น แม้แต่ฉู่โม่วก็อดตกตะลึงไม่ได้

สัตว์อสูรระดับ 5 ที่กำลังจะเข้าสู่ระดับ 6 สัมผัสโดนขนนกเพลิงทองคำและมอดไหม้หายไปในทันที

เป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวอะไรอย่างนี้!

ในขณะเดียวกัน

หมัวซานซานที่พึ่งจะได้สติกลับมาก็ตกตะลึงเช่นกัน

ตอนที่เสือดาวทองคำโจมตีก่อนหน้านี้ เธอไม่มีทางตอบโต้ได้อย่างแน่นอน

เธอคิดว่าจะต้องมาตายที่นี่แล้ว แต่ใครจะไปคิดว่า จู่ ๆ ฉู่โม่วก็เรียกสัตว์เลี้ยงที่ดูเหมือนอีกาออกมา

หลังจากนั้น อีกาตัวนั้นกางปีกและปล่อยเปลวไฟออกมาเผาเสือดาวทองคำจนตาย

“สัตว์อสูรระดับ 5 ถูกเปลวไฟนี้โจมตีและไหม้หายไปในพริบตา… นี่มันสัตว์อสูรแบบไหนกัน?”

เธอตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

เพราะมันเหนือความเข้าใจของเธอไปแล้ว

ตอนนี้

ฉู่โม่วเรียกเสี่ยวอู๋มาเกาะบนไหล่และสีหน้าของมันดูเหนื่อยล้าเล็กน้อยด้วยซ้ำ

เห็นได้ชัด

การใช้เปลวเพลิงทองคำแห่งดวงอาทิตย์อันน่าสะพรึงกลัวในวันนี้สำหรับเสี่ยวอู๋แล้วต้องใช้พลังงานมหาศาล

“ดีมาก”

ฉู่โม่วหยิบยาอายุวัฒนะออกมาจากพื้นที่เก็บของให้มันเป็นรางวัล

เสี่ยวอู๋พลันตาลุกวาวและคว้ายาอายุวัฒนะไปกินที่ด้านข้างอย่างมีความสุข

“เธอโอเคไหม?”

ฉู่โม่วเดินเข้าไปหาหมัวซานซานและถามด้วยความเป็นห่วง

เมื่อได้ยินเสียงนั้น หมัวซานซานก็ได้สติกลับมา

เมื่อเห็นว่าเป็นฉู่โม่วเธอก็อดถามไม่ได้ “ฉู่โม่ว สัตว์อสูรของนายแข็งแกร่งมากจริง ๆ ตอนที่มันใช้ไฟนั่น ฉันรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจ เหมือนว่าโลกทั้งใบจะโดนเผา!”

“แน่นอน เพราะมันมีสายเลือดของอีกาสุริยันทองคำ” ฉู่โม่วตอบ

“อะไรนะ?!” สายตาของหมัวซานซานเบิกกว้างเมื่อได้ยินว่าเสี่ยวอู๋มีสายเลือดของอีกาสุริยันทองคำ

สายเลือดของสัตว์ประหลาดที่เธอไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน

อย่างมากที่สุดก็เป็นแค่สายเลือดของช้างยักษ์ดึกดำบรรพ์หรือสายเลือดของสัตว์อสูรอื่น ๆ

แต่…… สายเลือดอีกาสุริยันทองคำงั้นเหรอ?

น่าเหลื่อเชื่อ น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!

แต่เมื่อนึกถึงภาพตอนที่เสี่ยวอู๋ใช้เปลวเพลิงทองคำแห่งดวงอาทิตย์ก่อนหน้านี้ เธอก็เชื่อไปโดยไม่รู้ตัว

นอกจากอีกาสุริยันทองคำในตำนานแล้ว ไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนควบคุมไฟแบบนี้ได้!

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้

ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนมองไปที่หอคอยวิทยายุทธ์และเกิดข้อถกเถียงขึ้นมากมาย

พวกเขามองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน

ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนที่ผ่านไปแต่ละชั้นจะกลายเป็นจุดสีขาว ผู้คนข้างนอกจะมองเห็นจุดสีขาวและรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ชั้นอะไร

ตอนนี้ในหอคอยวิทยายุทธ

เห็นได้ชัดว่าตอนนี้มีผู้คนราว 100 คนที่อยู่ในหอคอย

แต่พวกเขาส่วนมากยังอยู่เพียงแค่ 10 ชั้นแรกเท่านั้น

ตั้งแต่ชั้นที่ 10 เป็นต้นไปนั้นมีคนน้อยกว่ามาก

คนที่ไปได้สูงที่สุดอยู่บนชั้นที่ 43

ไม่ต้องสงสัยเลย

คนคนนั้นคือเฉิ่นชางที่ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนพูดถึงแน่ ๆ

ขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้นเอง

จุดสีขาวบนชั้นที่ 43 พลันขยับขึ้นไปบนชั้นที่ 44

ภาพนี้ทำให้เกิดเสียงอึกทึกครึกโครมขึ้น

“ชั้นที่ 44 แล้ว!”

“เฉิ่นชางขึ้นไปอีกชั้นเป็นชั้นที่ 44 แล้ว!”

“เขาแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”

“ดูกู้อวิ๋นเซียวสิ เขายังอยู่ที่ชั้น 31 อยู่เลย เฉิ่นชางทิ้งเขาไปไกลแล้ว!”

เมื่อฉู่โม่วกับหมัวซานซานมาถึงก็ได้เห็นภาพนี้พอดี

“ดูถูกพลังของเฉิ่นชางไม่ได้เลย เขาขึ้นไปได้ถึงขนาดนี้แล้ว!”

เมื่อได้ยินบทสนทนาทั้งหลาย หมัวซานซานก็กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“ขึ้นไปชั้นที่ 44 ได้นี่แข็งแกร่งมากเลยเหรอ?”

ฉู่โม่วถามด้วยความสงสัย

“ฉู่โม่ว นายคงพึ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกสินะ หอคอยวิทยายุทธคือการทดสอบพละกำลังของผู้ฝึกยุทธ์ ทุก ๆ 10 ชั้นคือจุดเปลี่ยน!”

“ถ้านายผ่านชั้นที่ 10 ได้ ก็สามารถบอกได้เลยว่า นายเป็นผู้แข็งแกร่งในหมู่คนธรรมดา!”

“และถ้าไปถึงชั้นที่ 20 ก็ถือว่าเป็นอัจฉริยะของรุ่น!”

“ถ้าไปถึงชั้นที่ 30 ได้ก็ถือว่าหายากมาก เหมือนกู้อวิ๋นเซียวน่ะ!”

“และถ้าเหมือนเฉิ่นชางที่ไปถึงชั้นที่ 40 แบบนี้ เขาก็คือสัตว์ประหลาดแล้วละ… ถ้าเขาไปถึงชั้นที่ 50 ได้ บางทีอาจจะเรียกว่าเขาเป็นสุดยอดผู้ฝึกยุทธ์เลยก็ได้!”

“ไม่ใช่แค่เพราะพรสวรรค์ของเขาหรอก แต่ทุก ๆ 10 ชั้น คนที่ไปถึงจะได้รับรางวัลชั้นยอดจากหอคอยวิทยายุทธด้วย!”

หมัวซานซานกล่าวขณะที่หันไปมองจุดสีขาวที่สูงที่สุดและกล่าว “เฉิ่นชางหยุดอยู่ที่ชั้น 37 เมื่อ 10 ปีก่อน เขาจึงได้รับแค่รางวัลของชั้นที่ 30 ตำราศิลปะการต่อสู้ระดับทองคำ ถ้าปีนี้ผ่านชั้นที่ 50 ไปได้เขาจะได้รับรางวัลแบบไหนกัน!”

จะได้รับตำราศิลปะการต่อสู้ระดับทองคำหลังจากที่ผ่านชั้น 30 เหรอ?!

เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของฉู่โม่วพลันเปล่งประกายทันที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์