เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 113

บทที่ 113 ผลงานชิ้นเอกของอาไต๋ และแร่หินปฐมกาล!

มีสมบัติมากมายถูกเก็บซ่อนไว้ในเขตแดนลับ

แต่ถ้าไม่มีร่องรอยของมันและเดินหาไปทั่วราวกับแมลงวันไม่มีหัว …จะไม่มีทางได้มันมาเลย!

คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วจึงตั้งใจจะเรียกอาไต๋ออกมา ในสถานที่เช่นนี้ พลังของเธอจะต้องเป็นประโยชน์อย่างมากแน่ ๆ

ปลายนิ้วของเขาเคาะไปที่ช่องสีม่วงทองของกระเป๋าใบเล็ก ๆ ที่เอว

ทันใดนั้น อาไต๋ก็ทะยานออกมาจากด้านใน

‘ถุงเก็บสัตว์อสูร’ นี้เป็นของวิเศษที่ซื้อได้จากฐานจินหลิงที่ซึ่งสามารถให้สัตว์อสูรอาศัยอยู่ภายในได้

แต่เพราะพื้นที่ด้านในนั้นค่อนข้างเปราะบางมาก ๆ จึงใส่เฉพาะอสูรสัตว์เลี้ยงเท่านั้น ไม่งั้นแล้ว หากจับอสูรที่ไม่เต็มใจยัดเข้าไป ด้วยการระเบิดพลังของพวกมัน อาจจะทำให้พื้นที่พิเศษนี้ถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ มันยังแพงมาก ๆ ด้วย

ราคาของถุงเก็บสัตว์อสูรนั้นหนึ่งใบราคาสูงพอ ๆ กับการซื้อถุงเก็บของขนาดเดียวกันได้เป็นโหลเลย!

และด้วยหินปฐมกาลที่ฉู่โม่วมีตอนนี้ มันทำให้เขาสามารถซื้อถุงเก็บสัตว์อสูรที่มีขนาดราว ๆ ห้าลูกบาสก์เมตรเท่านั้น

โชคยังดีที่อาไต๋กับเสี่ยวอู๋นั้นมีขนาดไม่ใหญ่โตนัก ณ ปัจจุบันนี้การเก็บจิตอสูรของทั้งสองไว้ในกระเป๋าจึงยังสามารถทำได้อยู่

ส่วนเสี่ยวจินนั้น …ลืม ๆ ไปได้เลย

ด้วยขนาดที่ใหญ่โตนั้น ต่อให้ตัวเล็กลงมาครึ่งหนึ่งก็ยังไม่พอ เพราะงั้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉู่โม่วไม่พามันมาด้วย

“นายท่าน ในที่สุดก็ให้ข้าออกมาแล้ว!”

“พื้นที่ในถุงเก็บอสูรนั่นเล็กสิ้นดี ไหนจะให้ฉันต้องไปอยู่กับหมอนั่นอีก ไม่รู้หรือไงว่าฉันกลัวจะตายแล้วน่ะ!”

ในทันทีที่อาไต๋ถูกเรียกออกมา เจ้านกตัวน้อยก็บินไปเกาะไหล่ของฉู่โม่วพร้อมกับบ่นออดแอดเสียงแจ๋วราวกับไม่ได้พูดมานาน

ภายในถุงเก็บุอสูรนั้นมีความเล็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งด้วยธรรมชาติของอาไต๋เป็นนกที่คึกคัก ดังนั้นพอต้องถูกจำกัดในพื้นที่เล็ก ๆ นี้ เธอจึงทำได้เพียงคลานหมอบอยู่บนพื้นเท่านั้น

นอกจากนี้ การที่ต้องอยู่กับอีกาสามขาทองคำตัวต่อตัวนั้น ก็ทำให้มันที่เป็นสัตว์อสูรระดับต่ำกว่าถูกกดดันด้วยสายเลือดผู้ปกครองของอีกฝ่ายตลอดเวลาด้วย แม้จะเป็นอสูรรับใช้ด้วยกัน แต่นกล่าสมบัติก็ไม่อาจจะมองข้ามแรงกดดันนี้ไปได้

“ขอโทษที่ทำให้ต้องอึดอัดใจนะ เอ้านี่ รางวัล”

ฉู่โม่วลูบหัวอาไต๋แล้วหยิบเอาเมล็ดข้าววิญญาณออกมาจากในมิติพกพา

“ขอบคุณค่ะ นายท่าน!”

อาไต๋แววตาเป็นประกาย มันรีบกระโดดลงมาบนฝ่ามือของฉู่โม่วและเริ่มก้มหน้าจิกข้าวกินอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ปล่อยให้เธอกินเสร็จแล้ว ฉู่โม่วก็ถามขึ้นมา “อาไต๋ เธอพอจะสัมผัสถึงสมบัติบริเวณนี้ได้หรือเปล่า?”

ได้ยินเช่นนั้น

นกน้อยก็เริ่มตั้งสมาธิเพื่อตรวจสอบด้วยพลังของตน ไม่นานนักมันก็พูดขึ้น “อา นายท่าน ฉันรับรู้ได้ถึงอณูแห่งชีวิตที่หนาแน่นในบริเวณนี้ รู้สึกได้เลยล่ะค่ะว่าต้องมีสมบัติอยู่มากมายเต็มไปหมดแน่ ๆ!”

คำตอบของเธอทำเขาตื่นเต้น

“ถ้างั้นช่วยพาฉันไปหาสมบัติที่อยู่ใกล้ที่สุดที!”

ฉู่โม่วพูดด้วยรอยยิ้ม

“รับทราบค่ะ!”

อาไต๋พยักหน้า

จากนั้นมันก็กางปีกบินออกจากมือฉู่โม่วไปเพื่อทำหน้าที่ของตนเอง

ภายใต้การนำทางของอาไต๋ ฉู่โม่วเดินตามอย่างไม่ละสายตา และพักหนึ่งเขาก็มาถึงปลายทาง

ตรงหน้าเขาคือป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสีเขียวขจี หลังจากที่เข้ามาด้านในแล้ว จะสามารถมองเห็นพุ่มไม้ขนาดเล็กอยู่ในส่วนลึกที่สุดของป่านี้

ความสูงของพุ่มนั้นเทียบเท่าได้กับครึ่งตัวคนเท่านั้น และที่นั่นมีผลไม้สีแดงขนาดเล็กปรากฏให้เห็นอยู่นิดหน่อย ผลไม้เหล่านั้นปลดปล่อยกลิ่นหอมที่รุนแรงออกมา เพียงแค่เหลียวมองก็รับรู้ได้แล้วว่ามันไม่ใช่ผลไม้ธรรมดาทั่วไปแน่ ๆ

“นี่มัน… ผลวิญญาณเพลิงสีม่วง!”

ฉู่โม่วจำผลวิญญาณนี้ได้ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดีใจ

ผลวิญญาณเพลิงสีม่วง เป็นหนึ่งในผลวิญญาณที่มีพลังของธาตุไฟแฝงอยู่ หลังจากที่กินเข้าไปแล้วจะมีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้ผู้ปลุกพลังที่ฝึกวรยุทธ์คนนั้นมีพลังของธาตุไฟขึ้นมาได้… โดยธาตุไฟที่ตื่นขึ้นมาจากการกินมันลงไปนั้นจะเป็นเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น

การที่จะทำให้ตนได้ธาตุใหม่มาถึงหนึ่งธาตุ แม้จะน้อยนิดแต่ก็คุ้มค่าแก่การแย่งชิงกันแล้ว ไม่แปลกใจเลยหากจะมีผู้ปลุกพลังเป็นบ้ากันไปหมดหากเจอสิ่งนี้อยู่ต่อหน้า!

ภายในฐานจินหลิง ผลวิญญาณเพลิงสีม่วงแต่ละลูก มีมูลค่าอย่างต่ำก็หนึ่งล้านหินปฐมกาล!

และพุ่มไม้เล็ก ๆ ตรงหน้าเขานี้ มีผลวิญญาณเพลิงขั้นต่ำก็สิบสองลูก ดังนั้นมันหมายถึง เงินมากกว่าสิบล้านหินปฐมกาลกำลังกองอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว!

“เปิดฤกษ์มาก็ได้ของดีซะแล้วสิ… เจ๋ง ทำได้ดีมาก!”

ฉู่โม่วมีความสุขมาก ๆ

อย่างที่เขาคิด

ในเขตแดนลับเช่นนี้ พลังของนกล่าสมบัตินั้นมีประโยชน์มาก และด้วยพลังนี้ เขาจะต้องเจอสมบัติอีกหลายชิ้นแน่

อย่างเช่น ผลวิญญาณเพลิงสีม่วงที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ มันซ่อนอยู่ในจุดที่ไม่น่าจะมีใครหาเจอ หากไม่ใช่เพราะอาไต๋นำทางเขามาที่นี่ แม้แต่เขาเองก็ไม่น่าจะหามันเจอด้วย

ผลวิญญาณเพลิงสีม่วงถูกเก็บมาอย่างระมัดระวังและใส่ไว้ในมิติพกพา

หลังจากที่เก็บพวกมันเสร็จแล้ว ฉู่โม่วก็พูดขึ้น “ไปกันต่อเถอะ”

ในวันต่อมา

ภายใต้การนำทางของอาไต๋ ฉู่โม่วสำรวจจนแทบจะหมดทั้งเขตแดนลับแล้ว เขาได้เดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ มากมาย สถานที่ที่ซึ่งมีพืชวิญญาณและสมบัติบรรพกาลซ่อนอยู่ แต่ละสิ่งล้วนแต่มีมูลค่าสูงไม่ต่างอะไรกับผลวิญญาณเพลิงสีม่วงก่อนหน้าเลย

แน่นอน

สมบัติหรือพืชวิญญาณหลาย ๆ ชิ้นที่ซ่อนอยู่นั้นถูกสัตว์อสูรระดับ 5 คอยดูแลอยู่

แต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้าฉู่โม่วแล้ว เพียงแค่กระบี่เดียวก็รู้เรื่องแล้ว

อันที่จริง

การที่เหล่าผู้ปลุกพลังที่มาจากกองกำลังอื่นไม่ได้สนใจหาสมบัติหรือสิ่งของกันในเขตแดนลับทันทีมันก็มีเหตุผลอยู่

นั่นเพราะในสายตาของพวกเขา

สมบัติบรรพกาลเหล่านี้หายากเสียจนไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไปนั้นเลย

มีเพียงฉู่โม่วเท่านั้นที่ได้พลังของนกล่าสมบัติช่วย ทำให้เขาสามารถหาสมบัติภายในพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

คืนนั้น

ฉู่โม่วเปิดถ้ำใหม่เพื่อเข้าไปพักอาศัยและเริ่มที่จะตรวจสอบดูว่าในวันนี้เขาได้อะไรมาบ้าง

ผลวิญญาณเพลิงสีม่วงสิบเจ็ดลูก

ทับทิมเขี้ยวพยัคฆ์สี่ชิ้น

หญ้าสองขั้วเจ็ดต้น

ใบไม้ร่าเริงสีขาวเก้าใบ

ทรายผงเหล็กห้ากิโล

ไหมเมฆาแท้สามสิบสามเส้น

เพียงแค่หนึ่งวัน ฉู่โม่วก็ได้สิ่งของมากมายที่รวม ๆ แล้วน่าจะมีมูลค่าร่วมสองร้อยล้านหินปฐมกาลเลยทีเดียว

มันทำให้ฉู่โม่วมีความสุขสุด ๆ

ถึงแม้ว่าสิ่งของเหล่านี้จะไม่ได้ถูกฉู่โม่วใช้ทั้งหมด

แต่มันก็สามารถขายทอดตลาดได้ในมูลค่าที่สูง

“ได้เวลาพักผ่อนแล้วสำหรับวันนี้ ไว้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มกันใหม่!”

ฉู่โม่วพูด

ครั้งนี้ เขาตั้งใจเข้ามาในเขตแดนลับเพื่อหวังเป็นมหาเศรษฐีอย่างแท้จริง

ฉู่โม่วก็พบว่าหินสีน้ำตาลดำนั้นหายไปหมดแล้ว แต่มัน… แทนที่ด้วยชิ้นส่วนสีขาวแทน

เช่นเดียวกันกับ…

อณูแห่งชีวิตที่พวยพุ่งออกมาอย่างมหาศาล

“หรือว่านี่… คือแร่หินปฐมกาลงั้นเหรอ!?”

เขาชะงักไปชั่วขณะพร้อมกีบสีหน้าตกใจบนใบหน้า

แร่หินปฐมกาลนี้ คือสถานที่ที่หินปฐมกาลถูกผลิตขึ้น

แม้จะเป็นก้อนแร่ก้อนเล็ก ก็สามารถสร้างออกมาเป็นหินปฐมกาลได้มากกว่าสิบล้านก้อนแล้ว!

และสำหรับก้อนแร่ขนาดใหญ่ตรงหน้าเขา ฉู่โม่วใช้พลังจิตสัมผัสเพื่อตรวจสอบดู แล้วเขาก็พบว่า มันยังจมลึกไปในดินอยู่อีกหลายร้อยเมตร นั่นหมายถึง อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะมีหินปฐมกาลกว่าร้อยล้านก้อนที่สามารถหาได้จากแร่ก้อนนี้!

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหินนี่ถึงได้แข็งนัก! มันเป็นเพราะอณูแห่งชีวิตที่หลั่งไหลอยู่ในเขตแดนลับแห่งนี้ ช่วยเปลี่ยนเนื้อในหินไปนั่นเอง!”

ฉู่โม่วมองก้อนแร่ด้วยความตื่นเต้น

หากเขาไม่ขุดลงมาดู หลังจากนี้ร้อยปี บางทีผิวส่วนที่ยังเป็นสีน้ำตาลดำของหินเองก็อาจจะค่อย ๆ กลายเป็นหินปฐมกาลไปด้วย แล้วเป็นไปได้ว่าทั่วทั้งบริเวณนี้ก็อาจจะมีแร่หินปฐมกาลขยายใหญ่ออกไปนับพันเมตรเลยก็ได้!

แต่สำหรับตอนนี้ เพียงเท่าที่มันเป็นอยู่ก็เพียงพอต่อฉู่โม่วแล้ว

ทันทีทันใด เขาหยิบเอากระบี่สงครามของตนขึ้นมาอีกครั้ง และเริ่มฟันลงไปแร่ก้อนนี้อย่างรุนแรง

ด้วยความที่มันเป็นก้อนแร่ขนาดใหญ่ที่สามารถแบ่งเป็นหินปฐมกาลได้มากมายนับไม่ถ้วน ต่อให้ขุดมันมาใช้เป็นเวลานาน มันก็ไม่หมดง่าย ๆ

เพราะงั้นแล้ว หากจะมาขุดเอา ณ ตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาเวลามาเสียโดยไม่จำเป็น เขาเพียงแค่ต้องเก็บชิ้นแร่ขนาดไม่ใหญ่เกินไปแล้วค่อยนำมันไปแปรรูปเป็นหินปฐมกาลเล็ก ๆ ในภายหลังก็ยังได้

ชิ้ง!

ด้วยการฟาดฟันลงไปของฉู่โม่ว มันทำให้แร่ก้อนใหญ่เบื้องล่างเริ่มแตกเป็นก้อนแร่ขนาดประมาณเมตรหนึ่งกระเด็นออกมามากมาย และด้วยขนาดที่กระทัดรัดลงไปขนาดนี้ ฉู่โม่วก็สามารถเก็บแร่ลงไปในมิติพกพาได้ง่ายขึ้นด้วย

แร่หินปฐมกาลเหล่านี้ สามารถนำไปตัดเป็นหินปฐมกาลเล็ก ๆ ได้จากในตลาด และเพียงแค่หนึ่งก้อนใหญ่ก็ได้อย่างน้อยหลักล้านก้อนเล็กแล้ว

ดังนั้น

ฉู่โม่วจึงตั้งใจฟาดฟันแร่ก้อนนี้อย่างบ้าคลั่ง!!

แร่หนึ่งก้อนกระเด็นออกมา!

ตามด้วยแร่อีกหลาย ๆ ก้อนที่กระเด็นออกมาตาม ๆ กัน!

บางก้อนก็ใหญ่ถึงสองลูกบาศก์เมตรด้วย!

ฉู่โม่วพยายามกับการขุดแร่ จนกระทั่งแร่กว่าร้อยลูกบาศก์เมตรถูกตัดออกไป ซึ่งนั่นหมายถึง เขามีหินปฐมกาลเกือบร้อยล้านก้อนแล้ว

ในตอนนี้

ก้อนแร่หินปฐมกาลยักษ์นั้นเหลือเพียงไม่ถึงกนึ่งในสามส่วนจากแต่เดิมเท่านั้น

เขามองเข้าไปในมิติพกพาที่สามารถขยายใหญ่ได้ตามพลังกายของเขาที่ซึ่งตอนนี้อยู่ในระดับปรมาจารย์ยุทธ์ เช่นนั้นแล้ว นี่หมายถึงมิติพกพาของเขามีพื้นที่เก็บของมากกว่าสี่ร้อยลูกบาศก์เมตรเสียอีก!

มันมากพอที่จะเก็บแร่หินก้อนนี้ไปทั้งก้อนยังได้เลย!

ดังนั้นแล้ว หลังจากที่พักมือนิดหน่อย ฉู่โม่วก็เริ่มขุดแร่ต่อในทันที

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

ในที่สุด ฉู่โม่วก็ลงไปจนถึงส่วนสุดท้ายของแร่หินปฐมกาลแล้ว

เขาพบว่าแร่หินปฐมกาลส่วนล่างนนี้มีอณูแห่งชีวิตที่อันแน่นอยู่รุนแรงมาก ๆ เทียบกับหินปฐมกาลที่เขาขุดไปก่อนหน้า อณูแห่งชีวิตจากแร่ก้อนนี้ อย่างน้อย ๆ ก็มีมากกว่าร้อยเท่า

และเพราะอณูแห่งชีวิตที่อัดแน่นกว่าที่อื่น มันเลยทำให้แร่หินปฐมกาลนี้มีเนื้อส่วนที่ใสประดุจคริสตัลไปด้วย

“นี่มัน… หินปฐมกาลระดับกลางงั้นเหรอ!?”

ความดีใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉู่โม่ว

มูลค่าของหินปฐมกาลระดับกลางนั้น มีมากกว่าระดับล่างที่ใช้กันทั่วไปถึงร้อยเท่าเลย!

และดูจากปริมาณของก้อนแร่ส่วนที่เป็นหินปฐมกาลระดับกลางนี้แล้ว อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะได้สักหนึ่งลูกบาศก์เมตรได้

ลำพังเพียงแค่ก้อนนี้… มันก็น่าจะแทนหินปฐมกาลได้มากว่าร้อยล้านก้อนแล้ว!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์