เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 146

บทที่ 146 ดาราลับฟ้า และบรรลุทักษะกระบี่ระดับสูงสุด!

[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]

[ระดับร่างกาย : อสนีบาตคงกระพัน]

[พรสวรรค์ : ทักษะวิชากระบี่ดาราลับฟ้า, ธาตุไฟระดับ 5, ธาตุดินระดับ 5, ธาตุลมระดับ 4, พลังแห่งห้วงมิติระดับ 4, ธาตุไม้ระดับ 4, ธาตุน้ำระดับ 4, ธาตุความมืดระดับ 4, ธาตุเหล็กระดับ 3]

“เหนือกว่าระดับสูงสุดคือระดับที่เรียกว่าดาราลับฟ้างั้นสินะ”

เมื่อมองไปยังชื่อระดับใหม่ของทักษะวิชากระบี่ สีหน้าของฉู่โม่วก็ดูจะตื่นเต้นไม่น้อยเลย

ดาราลับฟ้า!

ก่อนหน้านี้…

เพราะทักษะวิชากระบี่ของฉู่โม่วนั้นเป็นเพียงระดับสูงสุดเท่านั้น เขาจึงสามารถเรียนรู้เจตจำนงแห่งกระบี่ได้เพียง 50% แม้จะได้รับโอกาสจากหลาย ๆ อย่าง หากปราศจากสิ่งเล่านี้แล้ว ลำพังเพียงวิชากระบี่ที่มีอยู่นั้น เขาไม่มีทางไต่เต้าขึ้นไปถึงระดับนั้นได้เลย

ผิดกับตอนนี้

เขาได้ทั้งพลังของผลวิญญาณแห่งกระบี่และแก่นแท้แห่งไผ่กระบี่ดาราสวรรค์มาจากจ้าวยุทธ์คนสวยคนนั้น มันช่วยทำให้วิชากระบี่เคลื่อนขึ้นเป็นระดับสูงสุด และภายหลังจากที่ใช้แก่นแท้แห่งไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ในปริมาณมาก ความแข็งแกร่งของทักษะกระบี่ที่ครอบครองอยู่ก็ทะยานขึ้นเป็นระดับดาราลับฟ้าในท้ายสุด

ในเวลาสั้น ๆ เขาสามารถพัฒนามันได้ถึงสามระดับ!

บางทีด้วยพลังในตอนนี้ เขาอาจจะเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่แบบ 100% ได้แล้วก็ได้!

และถ้าเป็นแบบนั้นได้จริง ๆ มันจะต้องทำให้ทักษะวิชากระบี่ของเขาสูงขึ้นอีกอย่างแน่นอน!

“ต้องลองเรียนรู้ดูแล้ว!”

คิดได้เช่นนั้น ฉู่โม่วก็ไม่รอช้าและเริ่มเตรียมตัวที่จะเรียนรู้ต่อในทันที

เขานั่งขัดสมาธิโดยวางกระบี่สารทสังหารไว้บนตัก ด้วยกระบี่เล่มนี้ มันจะต้องนำพาเขาเข้าไปยังการเรียนรู้เจตจำนงแห่งกระบี่ได้อย่างแน่นอน!

ฟุ่บ!

ในห้วงจิตของฉู่โม่ว เขาเห็นกระบี่สารทสังหารเล่มนี้ดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ และมันกำลังพาเขาเข้าไปสู่โลกอันลึกลับ!

โลกแห่งคมกระบี่!

คลื่นกระบี่และเจตจำนงแห่งกระบี่มากมายนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา

เทียบกับความน่าพิศวงที่ยากเกินกว่าจะเข้าใจได้ของเจตจำนงแห่งกระบี่รวมไปถึงกฎแห่งกระบี่ที่ปรากฏในครั้งนั้น มันช่างยากเกินกว่าจะเข้าใจจริง ๆ แต่พอมาในตอนนี้ ภายในทักษะกระบี่ระดับดาราลับฟ้า สิ่งที่อยู่เบื้องหน้านี้ราวกับสามารถรับรู้มันได้ด้วยสัญชาตญาณ คลื่นกระบี่เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เข้าใจยากอีกต่อไป การที่มันลอยไปลอยมานั้นก็เหมือนกับว่ากำลังรอให้เขาเข้าไปเรียนรู้มันอยู่

เพียงแค่ได้เห็น ฉู่โม่วก็เข้าใจในหลาย ๆ อย่างได้แล้ว และด้วยเหตุนี้มันทำให้ระดับความเข้าใจของเขาค่อย ๆ เพิ่มขึ้นด้วย

เขารู้สึกถึงมัน

เจตจำนงแห่งกระบี่ของเขากำลังพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว!

จากการคาดคะเน เขาตระหนักได้ว่าความเร็วในการเรียนรู้ในครั้งนี้ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ระดับทักษะอยู่ในขั้นสูงนับร้อยเท่าเลย!

ยิ่งไปกว่านั้น…

ด้วยระดับดาราลับฟ้านี้ มันทำให้เขาสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมได้อีกหลายก้าว เพราะงั้นการร่ำเรียนและทำความเข้าใจในเจตจำนงแห่งกระบี่ครั้งนี้ มันจึงเร็วขึ้นอีกมาก ๆ เลยด้วย

เพียงแค่วันเดียว

ฉู่โม่วก็สามารถเรียนรู้เจตจำนงแห่งกระบี่ขั้น 60% ได้แล้ว

“ระดับความเข้าใจของดาราลับฟ้านี่สูงจนน่ากลัวเลยแฮะ… สามารถทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่ได้รวดเร็วพอ ๆ กับที่เรียนรู้จากแผ่นศิลารู้แจ้งเลย!”

เขาตกใจ

แต่เมื่อข่มใจได้แล้ว เขาก็กลับไปเรียนรู้เจตจำนงแห่งกระบี่อีกครั้ง

อีกห้าวันผ่านไป

เจตจำนงแห่งกระบี่ของฉู่โม่วเพิ่มขึ้นเป็น 70%!

ในตอนนี้ ฉู่โม่วรู้สึกได้ทันทีว่าทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดบนร่างกายกำลังสั่นไปพร้อม ๆ กัน

หากเข้าไปดูภายในร่างกายได้

ฉู่โม่วคงจะเห็นได้เลยว่ามีคมกระบี่มากมายกำลังก่อตัวกันจนเหมือนเป็นพายุหมุนวนอยู่ภายในทวาราแห่งกระบี่แต่ละแห่ง ด้วยเหตุนี้มันเลยทำให้ทั่วทั้งร่างกายเหมือนจะถูกปั่นให้หมุนตามไปด้วย

ด้วยการปะทะของคมกระบี่ที่คมกริบเหล่านั้น มันกระตุ้นให้ร่างกายของฉู่โม่วสร้างความแข็งแกร่งขึ้นมา และความแข็งแกร่งนั้นก็ทวีคูณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ!

ขณะเดียวกัน

เขาได้ยินเสียงของสายลมและคมกระบี่ที่วิ่งแล่นอยู่ภายในร่างกายกำลังเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่มากขึ้น ๆ

และด้วยเสียงเหล่านี้

จากตัวเขาเป็นจุดศูนย์กลาง ไกลออกไปร่วมร้อยกิโลเมตร สัตว์อสูรมากมายนับไม่ถ้วนก็รู้สึกได้เหมือนว่าชะตาชีวิตของมันได้ดับมอดลงไปแล้ว ทุกตนล้วนแสดงความหวาดกลัวออกมาผ่านสีหน้าก่อนจะล้มลงไปกับพื้นและสั่นไปทั้งร่าง

ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!

เสียงของคมกระบี่ที่กระทบกันไปมายังคงดังต่อเนื่องและดังยิ่งขึ้น

พักใหญ่ ๆ เสียงของมันก็ระเบิดออกราวกับสายฟ้าที่กระทบกับ

ทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดที่ก่อนหน้าเกิดพายุคมกระบี่หมุนวนอยู่นั้น เมื่อมันหมุนจนถึงระดับสูงสุดแล้ว พลังเหล่านั้นก็กระจายเข้าสู่เส้นลมปราณเป็นอันดับต่อไป

เสมือนสายลมที่พัดโถม คลื่นพลังนี้ถูกซัดเข้าใส่แต่ละส่วนในร่างกายอย่างรุนแรง

ทุก ๆ จุดที่ซัดผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหรือกระดูกก็พลอยเกิดเสียงกร๊อบแกร๊บตามมาด้วย

คมกระบี่สวรรค์เร้นลับหรือเหล่าบรรดากระบวนท่ากระบี่ต่าง ๆ ที่เคยฝึกฝนมา ไม่ว่าจะเป็นคลื่นกระบี่หรือกระบี่วายุอสนีบาต ต่างก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาเองโดยที่เขาไม่รู้ตัว

ปฐมวิญญาณในกายกระตุ้นสร้างกงล้อทองคำปฐมวิญญาณขึ้นมาที่ด้านหลัง และเปล่งแสงสีทองอาบไปทั่วกายหยาบของฉู่โม่วจนกลายเป็นสีทองทั้งร่าง

ตอนนี้!

จิตวิญญาณของเขากำลังพัฒนาขึ้นไปในระดับสูงแล้ว!

คลื่นปราณกระบี่มากมายนับไม่ถ้วนห่อหุ้มร่างของเขาไว้ พวกมันปล่อยพลังอันมหาศาลที่ไร้จุดสิ้นสุดออกมา

ไม่รู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้เกิดไปอีกนานขนาดไหน

ทันใดนั้นเอง จู่ ๆ ความรู้สึกเสมือนดอกไม้ที่เบ่งบานออกมาก็ปรากฏขึ้นในห้วงจิตของเขา…

ซู่!

ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าปฐมวิญญาณกำลังสั่นในขณะนั้น ผิดกับร่างกายที่เบาขึ้นราวกับว่าเขาได้เกิดใหม่

“นี่มัน…”

ดวงตาที่ปิดสนิทมาหลายวันค่อย ๆ ลืมเปิดขึ้นและตรวจสอบสถานะร่างกายของตนเอง

[ระดับร่างกาย : กายากระบี่เทวะ]

“เจตจำนงแห่งกระบี่ 70% นี่พอสำเร็จแล้วมันจะสามารถหลอมรวมกับพลังกายได้งั้นเหรอ?”

สีหน้าของฉู่โม่วดูจะตกใจสุด ๆ

สิ่งที่เรียกว่า กายากระบี่เทวะ นี่คือผู้ที่ฝึกฝนเจตจำนงแห่งกระบี่ได้ในขั้นสูง มันทำให้พลังกายของเขาเปลี่ยนรูปแบบไป และมันจะทำให้ผู้ฝึกฝนเข้าใกล้คมกระบี่มากขึ้นด้วย เมื่อใดก็ตามที่ใช้กระบวนท่ากระบี่ เขาสามารถกระตุ้นพลังอีกขั้นของกระบี่ออกมาใช้ได้!

ในตอนแรก ฉู่โม่วได้ทำการเข้าถึงเจตจำนงแห่งกระบี่ 30% ได้ มันทำให้เขาสามารถเปิดทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดได้ และในตอนนี้ที่บรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่ 70% ก็ทำให้ทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดผสานรวมเป็นจุดเดียวอีกครั้งและกลายเป็น กายากระบี่เทวะ!

“กายากระบี่เทวะ 10% ทุกครั้งที่ใช้กระบวนท่ากระบี่ มันจะเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้น รวมไปถึงระดับความเข้าใจการเจตจำนงแห่งกระบี่ก็จะเพิ่มขึ้นจากการฝึกฝนกระบี่ต่อจากนี้ไปอีกด้วย!”

“แต่…”

‘กระบี่นั้นไม่มีที่สิ้นสุด!’

‘ต่อให้ฉันจะเปิดทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดทั้งร่างกายได้แล้ว หรือจะบรรลุกายากระบี่เทวะได้แล้ว แต่ยังจำเป็นต้องฝึกฝนต่อไปอยู่! มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะสามารถเรียนรู้กระบวนท่ากระบี่ได้อีกมากมายในอนาคต และเมื่อเวลานั้นมาถึง ฉันจะสามารถสร้างกระบวนท่ากระบี่ของตนเองได้!’

แม้จะเพิ่งสำเร็จกายากระบี่เทวะ แต่ฉู่โม่วก็สามารถเข้าใจถึงลำดับขั้นได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันนั้น เขาก็วางแผนที่จะเดินต่อไปข้างหน้าด้วย

ในตอนนี้เขาเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่ถึง 70% แล้ว และต่อให้จะบรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่ 100% ได้ เขาก็ยังจะต้องฝึกฝนต่อไปเพื่อที่จะสร้างวิชากระบี่ของตนเองให้ได้!

หนทางในอนาคตที่กายากระบี่เทวะกรุยทางไว้ให้นี้จะต้องทำให้เขากลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่แน่ ๆ!

ใช่แล้ว

กายากระบี่เทวะไม่ใช่จุดสุดยอด แต่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น!

‘ลำพังพลังของฉันในตอนนี้ การจะเข้าใจเต๋าแห่งกระบี่คงจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้!’

ความรู้สึกดีใจนี้มันผุดขึ้นมาจากเบื้องลึกของจิตใจ

ภายหลังจากที่ทักษะกระบี่เขยิบเข้าระดับดาราลับฟ้าได้แล้ว และเจตจำนงแห่งกระบี่ยังเพิ่มขึ้นเป็น 70% ด้วย แถมยังสามารถบรรลุกายากระบี่เทวะได้อีก!

สิ่งเหล่านี้ทำให้ทักษะกระบี่ของฉู่โม่วเปลี่ยนแปลงไปมาก ๆ และการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ต่างอะไรกับการพลิกฟ้าถล่มแผ่นดินเลยทีเดียว!

และด้วยความเข้าใจที่อยากจะทำอะไรก็ได้ ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ได้ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น แต่ทำให้พอจะเห็นหนทางที่จะก้าวไปสู่เต๋าแห่งกระบี่ได้!

ในมุมมองของฉู่โม่ว ครั้งนี้เขาได้อะไรต่อมิอะไรมามากจริง ๆ!

เมื่อสติกลับคืนมา

ฉู่โม่วหยิบเอาของเหลวแก่นแท้แห่งไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ที่เหลือออกมาหมายจะดื่มให้หมด ทว่าหลังจากดื่มไปหนึ่งอึกแล้ว เขาก็พบว่าทักษะกระบี่ระดับดาราลับฟ้าไม่สามารถพัฒนาได้อีกต่อไปแล้วด้วยผลของของเหลวแก่นแท้นี่

เมื่อรับรู้ว่าไม่สามารถใช้ของเหลวจากไผ่กระบี่ดาราสวรรค์ได้อีกต่อไป

เขาก็เก็บของเหลวที่เหลือกลับเข้ามิติพกพาดังเดิม

ยามที่หันกลับมาดูเวลา เขาก็พบว่าเขาออกจากฐานมานานมากแล้ว

ดังนั้นฉู่โม่วจึงวางแผนที่จะกลับไป

ในส่วนของการเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่

หลังจากที่บรรลุได้ถึง 70% แล้ว ความเร็วในการทำความเข้าใจมันก็ลดลงไปอีก

ต่อให้ดึงดันฝึกฝนทำความเข้าใจต่อไป ค่ำคืนนี้ก็คงไม่ได้อะไรที่คุ้มค่านัก

“ช่างเถอะ”

“กลับไปก่อนแล้วกัน”

สรุปได้เช่นนั้น ฉู่โม่วก็เดินออกจากโพรงหลบภัยที่เขาสร้าง ทันทีที่ได้ยืดตัว ร่างกายของเขากลายเป็นลำแสงและพุ่งขึ้นฟ้าไป

และเพียงแค่เขาจากไป

จากป่าที่เคยเงียบสงบก็เกิดสายลมพัดหวนขึ้นมาทันที

ทันใดนั้นเอง

มันก็เกิดเสียง ‘ฟิ้ว’

ตามด้วยเสียงสิ่งของล้มระเนระนาด

ต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นลง

แต่นั่นยังไม่จบ…

ด้วยเสียงระเบิดที่ดังมาหลังจากที่ต้นไม้ใหญ่ล้มลงนั้นเสมือนเป็นสัญญาณ

ตึง ตึง!

ต่อมา ต้นไม้อีกมากมายนับไม่ถ้วนถูกตัดขาดด้วยปราณกระบี่ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ พวกมันค่อย ๆ พากันล้มลงไปตาม ๆ กัน

ในขณะเดียวกัน

ภายในระยะเกือบสองร้อยกิโลเมตร สัตว์อสูรมากมายต่างล้มลงไปกับพื้นด้วยอาการตัวแข็งทื่อ

สายลมเบา ๆ พัดผ่านอีกครั้ง

โผละ!

ร่างที่ล้มลงไปกองกับพื้นระเบิดสลายกลายเป็นผงละอองและจางหายไปในความว่างเปล่าทันที

นั่นเพราะว่า…

สัตว์อสูรเหล่านี้ถูกปราณกระบี่ที่หลั่งไหลออกมาจากร่างกายของฉู่โม่วขณะฝึกฝนมาพักใหญ่ ๆ แล้ว

อันที่จริง

พวกมันตายไปตั้งแต่วันนั้นเลยด้วยซ้ำ!

เพราะงั้นยามที่ถูกลมพัดแรง ๆ ร่างของพวกมันจึงระเบิดออก

ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ ฉู่โม่วไม่ได้รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์