เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 15

บทที่ 15 ย่านยุทธภัณฑ์ ซูเสี่ยวเสี่ยวผู้น่าสงสาร

เช้าวันถัดมา ฉู่โม่วเดินทางไปยังย่านยุทธภัณฑ์ภายในฐานลู่หยาง

ที่แห่งนี้คือสถานที่ที่เหล่าผู้ปลุกพลังจะต้องแวะเวียนเข้ามาก่อนจะออกไปยังเขตป่าด้านนอกฐาน

เพราะภายในย่านนี้จะประกอบไปด้วยร้านค้าขนาดใหญ่มากมาย ผู้ปลุกพลังสามารถหาซื้ออาวุธหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ในราคาที่ถูกและมีคุณภาพ กระทั่งบางช่วงเวลาพวกเขาสามารถตามหาซากอสูรจากที่แห่งนี้ได้ด้วย!

นอกจากนี้

เหล่าผู้ปลุกพลังยังสามารถรับภารกิจจากที่นี่ได้ด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหรือเดี่ยว จะเป็นคนตั้งภารกิจหรือหาผู้เข้าร่วมภารกิจก็ล้วนแต่มีให้เห็นละลานตาจนเป็นเรื่องปกติไปด้วย

ภายใต้กฎข้อบังคับที่ระบุไว้รวมถึงรางวัลที่มีให้เลือกสรรหลายระดับ ในยามปกติก่อนที่เหล่านักล่าจะออกไปทำการล่าอะไรสักอย่าง พวกเขาจะมายังที่แห่งนี้เพื่อรับภารกิจติดไม้ติดมือไปด้วย เผื่อว่ามันจะสร้างเงินให้พวกเขามากขึ้น

วัฏจักรชีวิตง่าย ๆ เช่นนี้ ไม่ได้ต่างอะไรกับชุมนุมชาวยุทธ์เสียเท่าไหร่เลย

ฉู่โม่วมายังที่แห่งนี้เพื่อซื้อของจำเป็นสำหรับการเข้าป่าจากที่แห่งนี้เหมือนกัน

บรรยากาศ ณ ที่แห่งนี้มักครึกครื้นกว่าหลาย ๆ มุมในฐานเพราะผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลกันเข้ามาไม่ขาดสาย

เขาสอดส่องมองซ้ายทีขวาทีก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าร้านขายของขนาดใหญ่ร้านหนึ่งไป

“คุณลูกค้าที่เคารพ วันนี้ต้องการสิ่งใดดีครับ”

พนักงานร้านวิ่งเข้ามาหาฉู่โม่วทันทีที่เขาย่างกรายเข้ามาในร้าน พร้อมกับกล่าวถามด้วยความกระตือรือร้น “หอการค้าหยกแก้วของพวกเรามีสิ่งของมากมายให้จับจ่ายซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็นยาฟื้นฟูหรือยารักษาฉุกเฉิน วัสดุ เนื้อสัตว์อสูรและอื่น ๆ อีกมากมาย ด้วยราคาที่เป็นกันเอง ไม่มีคดโกงแน่นอน!”

“ฉันวางแผนจะเข้าไปในป่า เลยอยากจะซื้อของที่จำเป็นกับการใช้ชีวิตในป่าสักหน่อยน่ะ พอจะมีอะไรแนะนำบ้างไหม?”

ชายหนุ่มเอ่ยถาม

เมื่อได้ยินคำถาม พนักงานร้านก็ยิ้มตอบทันที “เช่นนั้นผมขอแนะนำชุดเครื่องมือสำหรับเอาชีวิตรอดที่ขายดีที่สุดในร้านของเรา! ที่ซึ่งประกอบด้วยยารักษาบาดแผล ยาฟื้นอณูแห่งชีวิตและเลือดลม รวมไปถึงช่วยกำหนดลมหายใจด้วย แถมนี่! ยาถ่ายพยาธิ! เต็นท์สำหรับค้างแรม! อาหารแห้งที่เก็บได้หลายวัน เนื้ออัดแห้งและระเบิดขอความช่วยเหลือ! ของสำคัญสำหรับการเข้าป่าล้วนถูกเตรียมไว้เรียบร้อยหมดแล้ว! ไม่ว่าจะเป็นนักล่าคนไหนต่างก็พากันซื้อมันไปใช้กันทั้งนั้น ทั้งประหยัดแล้วก็คุ้มค่ามาก ๆ เลยล่ะครับ!”

ฉู่โม่วมองตามที่พนักงานร้านแนะนำ เขาเองก็คิดว่ามันคุ้มค่าเช่นกัน

เมื่อไร้ซึ่งข้อกังขาใด ๆ แล้ว เขาจึงตัดสินใจซื้อชุดเซตดังกล่าวไปในทันที

ชุดสำหรับเอาชีวิตรอดในป่าราคารวม ๆ แล้วก็ตกสามร้อยหยวน ฉู่โม่วซื้อยารักษาและยาฟื้นฟูเพิ่มเติมจนกระทั่งรวม ๆ แล้วได้หกร้อยหยวน ภายใต้สายตาที่ดูดีอกดีใจของพนักงานหลังเห็นฉู่โม่วซื้อของจากที่ร้านเป็นจำนวนมาก จู่ ๆ ชายหนุ่มก็หยิบบางสิ่งบางอย่างยื่นให้อีกฝ่ายไป

มันคือ หินปฐมกาล ซึ่งมีค่าสูงถึงหกร้อยหยวนแม้จะมีเพียงก้อนเดียว ด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบและไร้ซึ่งความกังวล มันทำให้ภาพลักษณ์ของฉู่โม่วดูเหมือนจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่กล้าแกร่งขึ้นมาทันทีหลังจ่ายเงินด้วยหินปฐมกาลก้อนนี้

ทว่าอีกฝ่ายจะรู้หรือไม่ว่าเหตุที่ฉู่โม่วไม่ไหวติงขณะที่ใช้หินปฐมกาลจ่ายแทนเงินหยวนนั้น แท้จริงแล้วมันเป็นเพราะ ฉู่โม่วได้มันมาจากโจวชี่ต่างหาก

โชคลาภมันไม่เข้าใครออกใครบ่อย ๆ หรอก

เพราะงั้นต่อให้เขาจะเอาของล้ำค่าเช่นนั้นมาใช้กับการซื้อของเหล่านี้ มันก็ไม่ได้เข้าเนื้อแต่อย่างใด

เขาเก็บชุดอุปกรณ์สำหรับเข้าป่าลงกระเป๋า

เมื่อทุกอย่างพร้อม ฉู่โม่วตั้งใจจะออกจากร้านแห่งนี้และเข้าป่าไปในทันที

แต่ในตอนนั้นเอง

จู่ ๆ เสียงหนึ่งก็โวยวายขึ้นมาจากสถานที่ที่ไม่ไกลนัก

“ได้โปรด ช่วยฉันด้วยค่ะ! ได้โปรดเถอะนะคะ!”

เจ้าของเสียงร้องเป็นผู้หญิงร่างบางคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ต่อหน้าผู้ปลุกพลัง เธอกำลังขอร้องอะไรบางอย่าง

ผู้ปลุกพลังหนุ่มดูลำบากใจก่อนจะพูด “มันไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากจะช่วยเธอหรอกนะ แต่สิ่งที่เธอขอน่ะมันยากเกินไป…อสรพิษสองหัวนั่นมันสัตว์อสูรระดับ 2 แถมยังเป็นขนาดกลางด้วยนะ อย่างน้อย ๆ เธอควรจะไปขอให้พวกผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางช่วย ฉันเอาชนะมันไม่ได้จริง ๆ”

“แล้วก็ของรางวัลที่ได้จากเธอมันก็แค่ไข่สัตว์อสูรทั่ว ๆ ไปด้วย ไข่ที่ยังไม่ฟักก็ไม่นับว่ามีประโยชน์หรอก… ฉันไม่รู้จะช่วยยังไงจริง ๆ ขอโทษด้วยนะ”

พูดเช่นนั้นแล้วเจ้าตัวก็รีบเดินจากเธอไปทันที

ส่วนผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ที่ได้ยินรายละเอียดนั้นต่างก็เดินหนีเด็กสาวกันไปด้วย

ผู้ปลุกพลังคนอื่นที่มองสถานการณ์นี้อยู่ข้าง ๆ ฉู่โม่วก็ได้แต่ถอนหายใจ “พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็อดสงสารเธอไม่ได้เหมือนกันนะ… ทั้งพ่อและแม่ของเธอล้วนแต่ล้มหายตายจากตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า แม้ในภายหลังจะมีคนมารับเลี้ยงไป แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าแม่เลี้ยงของเธอก็ดันมาป่วยติดเตียงอีก ไหนจะบ้านช่องที่พังแล้วพังอีกจนหลบฝนแทบไม่ได้…”

“เพื่อที่จะรักษาอาการป่วยของแม่เลี้ยง เด็กคนนี้เลยมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้หลายวันแล้วล่ะ แต่ก็นะ อย่างที่เห็นนั่นแหละ ภารกิจของเธอน่ะไม่มีใครสนใจเลย”

“เหตุผลหลัก ๆ ก็น่าจะเพราะว่าอสรพิษสองหัวนั้นแข็งแกร่งเกินไป แล้วก็ที่อยู่อาศัยของมันยังคลุมเครืออีก หายาก แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนฉันก็คิดว่ามันไม่คุ้มค่าที่จะรับงานจริง ๆ”

“น่าสงสารมาก”

“จะว่าไป ไข่สัตว์ที่เธอนำมันมาเป็นของรางวัลนั่น เห็นมีคนบอกว่าเธอเก็บมันมาตั้งแต่เธอยังเด็กเลยหรือเปล่า? นี่มันก็ตั้งสิบกว่าปีแล้วนะ ยังไม่ฟักอีกเหรอ? หรือว่ามันจะเป็นตัวอะไรที่ยิ่งใหญ่กันนะ?”

“นี่นายเองก็เพ้อเจ้อเหมือนกันนะเนี่ย มันจะเป็นไข่อะไรได้อีกนอกจากไข่สัตว์ทั่ว ๆ ไป? ถ้าเป็นของดีจริง ๆ นายคิดว่ามันจะอยู่กับเธอมาจนถึงตอนนี้เหรอ?”

“เห็นด้วย!”

ผู้ปลุกพลังหลาย ๆ คนเริ่มพูดคุยกันเอง

ซึ่งเรื่องเหล่านี้ล้วนเข้ามาในหูฉู่โม่วทั้งหมด และมันทำให้แววตาของเขาเกิดความสนใจในตัวเด็กสาวขึ้นมาเล็กน้อย

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้ว เขาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอ

“หรือว่าบางทีเขาก็แค่อยากจะช่วยเหลือคนอื่นหรือเปล่า?”

เอาเข้าจริง ภารกิจของซูเสี่ยวเสี่ยวนี้ก็ค่อนข้างเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ที่แวะเวียนมายังย่านยุทธภัณฑ์บ่อย ๆ อยู่เหมือนกัน

เพราะงั้นยามที่ภารกิจถูกรับไป มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนอื่นที่รู้ถึงความยากของมันจะแอบพูดคุยกันลับหลัง

และในอีกมุมหนึ่งของย่านยุทธภัณฑ์

หญิงสาวคนหนึ่งที่มีรูปร่างสูงโปร่งอายุราว ๆ สิบแปดถึงสิบเก้าปีกำลังหยุด เพื่อดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโถงรับภารกิจ

“คุณหนูคะ อยากให้ดิฉันไปห้ามชายหนุ่มคนนั้นไหมคะ?”

นอกจากเธอแล้ว ข้าง ๆ เธอก็มีสตรีสูงวัยกำลังกระซิบกระซาบอยู่ด้วย

หญิงชราผู้นี้สวมเสื้อสีเขียว บริเวณอกมีใบไม้สีทองถูกปักเอาไว้สามใบ

ทุกคนที่มีสายตาเฉียบคมก็จะสามารถรู้ได้ทันที

คนเหล่านี้คือผู้ที่มาจากกลุ่มหยกพฤกษา ที่ถือเป็นหนึ่งในกำลังหลักของฐานลู่หยาง และถือเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มพันธมิตรพ่อค้าหยกแก้วด้วยเช่นกัน

ถ้าหากใครก็ตามที่มีตราใบไม้เช่นนี้อยู่บนอก คนผู้นั้นอย่างน้อย ๆ ก็เป็นขั้นผู้ฝึกยุทธ์แล้ว

ใช่แล้ว… ทั้งสองเป็นผู้ปลุกพลัง!

และการมีใบไม้สีทองมากถึงสามใบถูกปักเอาไว้ นั่นก็หมายถึงพวกเธอนั้นมีความแข็งแกร่งอยู่ในขั้นผู้ฝึกยุทธ์!

เมื่อตระหนักได้เช่นนี้

เหล่าผู้ปลุกพลังที่อยู่รอบข้างต่างรักษาความสงบเพื่อให้เกียรติพวกเธอทันที!

ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก หากจะจินตนาการว่าหญิงสาวคนนี้มีตัวตนสูงส่งระดับไหน!

เมื่อฟังคำถามของหญิงชรา หญิงสาวก็ส่ายหน้า “ในเมื่อมีใครมารับภารกิจนั้นไปแล้ว พวกเราก็ไม่ต้องทำอะไรหรอก”

หญิงชรารับคำและพยักหน้า

เธอผู้สูงส่งเห็นเช่นนั้นก็พูดเสริม “เป็นชายหนุ่มที่ไฟแรงดีจังเลยนะ… ทั้ง ๆ ที่เห็นอยู่แล้วว่าของรางวัลไม่คุ้มค่ากับงาน แต่ก็ยังรับไปจนได้ ในยุคเช่นนี้น่ะ ช่างเป็นอะไรที่หาได้ยากจริง ๆ”

“ใช่แล้วค่ะ!”

หญิงสาวพยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองตามทางที่ฉู่โม่วเดินออกไป แววตาและสีหน้าของเธอแสดงให้เห็นถึงความชื่นชมเล็กน้อย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์