เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 150

บทที่ 150 กลับไปที่ฐาน และความลับของสำนักหมื่นอสูร!

“พลังกายเต็มเปี่ยม พรสวรรค์ธาตุน้ำเต็มเปี่ยม และพรสวรรค์ธาตุแสงเต็มเปี่ยม!”

เมื่อเห็นพรสวรรค์และพลังกายของหลี่โย่วเวย ฉู่โม่วก็ตกตะลึงอย่างหนัก

ถึงเขาจะรู้ว่าพรสวรรค์ของทั้งสองต้องดีเยี่ยมอยู่แล้ว

แต่ไม่คิดว่าจะทรงพลังถึงขนาดนี้!

“พรสวรรค์และพลังกายที่แข็งแกร่งแบบนี้กับประสบการณ์ชีวิตแบบนี้… นี่มันลูกรักสวรรค์ชัด ๆ!”

ความคิดนี้พลันปรากฏขึ้นในหัวของฉู่โม่ว

“อาจารย์ครับ พรสวรรค์ของฉันเป็นยังไงบ้างเหรอ?”

เด็กสาวถามอย่างกระอักกระอ่วน

“เยี่ยมมาก เทียบกันแล้วก็ไม่แพ้เสวียนจีเลย”

ฉู่โม่วได้สติกลับคืนมาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลี่โย่วเวยถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ตอนนี้ดวงอาทิตย์ส่องแสงสว่างจ้า

ทั้งสามกินอาหารกัน แล้วฉู่โม่วก็พาสองพี่น้องเตรียมออกเดินทางกลับไปยังฐานจินหลิง

ตอนนี้ดวงอาทิตย์อยู่กลางท้องฟ้า

แสงอาทิตย์สาดส่องลงมา

เมื่อมองลงมาจากข้างบนก็จะเห็นดวงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ขยับทีละน้อยและกำจัดความมืดมิดออกไป

เช่นเดียวกันกับโชคชะตาของหลี่โย่วเวยและหลี่เสวียนจี

อนาคตของพวกเขากำลังสว่างสดใสขึ้น!

ตอนที่ฉู่โม่วจากไปนั้น

ตอนนี้เหนือฐานหว่านหลิง

ชายชราผู้หลบหนีมาบนท้องฟ้ามองดูซากปรักหักพังของฐานเบื้องล่าง และใบหน้าก็เผยความวิตกกังวลออกมาทันที

“พังหมดแล้ว!”

“เร็วเข้า ช้าเกินไปแล้ว!”

“สำนักหมื่นอสูรทำสำเร็จรึยังนะ?”

สีหน้าของเขามีความหงุดหงิดปนอยู่ด้วย

เขาคือเพื่อนเก่าคนหนึ่งของผู้อาวุโสตระกูลหลี่ ผู้อาวุโสจากกองกำลังหลักในฐานจงไห่ หลังจากที่ได้ยินเรื่องราวจากผู้อาวุโสตระกูลหลี่ เขาก็ออกเดินทางมารับที่นี่ทันที

แต่ระหว่างทางก็เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรนกระดับ 6 เข้า

พวกเขาต้องใช้เวลากำจัดมันอยู่สักพัก

ใครจะรู้ว่าถึงตอนนั้น ฐานหว่านหลิงก็กลายเป็นเศษซากและตระกูลหลี่ก็ถูกทำลายไปเสียแล้ว

“สำนักหมื่นอสูรเฮงซวย!”

“เป็นมนุษย์ชัด ๆ แต่ยังยอมเป็นทาสของสัตว์อสูร พวกทรยศ!”

“เรื่องสำคัญที่สุดคือตามหาพี่น้องตระกูลหลี่ให้เร็วที่สุด!”

“อีกอย่าง…”

“สำนักหมื่นอสูรเคยถูกเอาชนะไปแล้ว แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะปรากฏตัวขึ้นอีก ต้องรายงานเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด!”

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็กลับหลังหันและเตรียมตัวกลับไปยังฐานจงไห่

ฉู่โม่วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ฐานหว่านหลิง

เขาบินมาตลอดทาง

ห้าชั่วโมงหลังจากนั้น เขาก็พาสองพี่น้องหลี่โย่วเวยและหลี่เสวียนจีกลับไปยังฐานจินหลิงได้อย่างปลอดภัย

ที่ตำหนักลับแห่งสวรรค์

“ท่านประมุขฉู่!”

“สวัสดีท่านประมุขฉู่!”

“ได้เจอผู้ยิ่งใหญ่ฉู่แล้ว!”

เมื่อชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้น ศิษย์หลายคนก็ตกตะลึงเมื่อได้เห็นเขา เมื่อมั่นใจว่าเป็นใครแล้วพวกเขาก็ทำความเคารพทันที

มีความเคารพอยู่ในสายตาของคนเหล่านี้

พวกเขาเข้าร่วมตำหนักลับแห่งสวรรค์ได้เพราะถูกฉู่โม่วดึงดูดเข้ามา และพวกเขาก็เคารพฉู่โม่วสุดหัวใจ

ฉู่โม่วพยักหน้าเบา ๆ และเดินลึกเข้าไปในตำหนักพร้อมกับหลี่โย่วเวยและหลี่เสวียนจี

ระหว่างทาง

มีศิษย์สายนอกเกือบพันคนและศิษย์สายในอีกหลายร้อยคน

พวกเขาต่างฝึกฝนหรือออกไปทำภารกิจ

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ

‘ดูเหมือนว่าการคัดเลือกของจุยเฟิงจะเป็นการตัดสินใจที่ดีทีเดียว’

ฉู่โม่วคิดกับตัวเองและรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

หลังจากที่ก่อตั้งตำหนักลับแห่งสวรรค์ ฉู่โม่วก็ส่งมอบงานมากมายให้กับจุยเฟิง ตอนนี้เมื่อทุกอย่างดำเนินไปอย่างลื่นไหล เขาก็ต้องยกความดีความชอบให้จุยเฟิง

ขณะที่ครุ่นคิดอยู่นั้น ฉู่โม่วก็พาหลี่โย่วเวยและหลี่เสวียนจีไปที่โถงหลักของตำหนัก

จุยเฟิงเองก็ได้ยินข่าวและรีบตรงเข้ามาหา

“ท่านประมุขฉู่ ท่านกลับมาแล้ว!”

จุยเฟิงกล่าว

“ผู้อาวุโสจุยเฟิง ฉันจะแนะนำให้รู้จัก นี่คือหลี่โย่วเวยกับหลี่เสวียนจี ศิษย์ใหม่ของฉันสองคน ทั้งสองยังเป็นเด็กและตอนนี้จะให้อาศัยอยู่ในตำหนัก ฉันจะให้ทั้งสองคนเป็นผู้สืบทอดและชำระล้างแก่นร่างกายด้วยยาจิตวิญญาณ!”

ฉู่โม่วกล่าว

เมื่อได้ยินดังนั้น

จุยเฟิงหันไปมองสองพี่น้องด้วยความอัศจรรย์ใจ เขาไม่คิดว่าทั้งสองจะเป็นที่ชื่นชอบของท่านฉู่ผู้ยิ่งใหญ่จนยอมรับเป็นศิษย์ ขณะนั้นความอิจฉาเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้น

แต่เขาก็รีบดึงสติกลับมาและกล่าว “ได้ครับ”

ฉู่โม่วหันไปคุยกันสองพี่น้อง “พวกเธออยู่ที่นี่ไปก่อน ถ้ามีอะไรก็บอกผู้อาวุโสจุยเฟิงได้เลย”

เป็นเวลาอีกครึ่งเดือนก่อนที่หลี่โย่วเวยจะอายุครบ 15 ปี ส่วนหลี่เสวียนจียังอายุแค่ 13 ปีและการพัฒนายังไม่สิ้นสุด เขาจึงยังฝึกวรยุทธ์ไม่ได้ในตอนนี้

เขาจึงแนะนำให้ทั้งสองอาศัยอยู่ที่ตำหนักลับแห่งสวรรค์ไปก่อน

ทั้งสองพยักหน้าตอบตกลง

หลังจากนั้น

ฉู่โม่วพูดคุยกับจุยเฟิงอีกเล็กน้อยแล้วจึงโบกมือให้ จากนั้นจุยเฟิงก็พาสองพี่น้องหลี่โย่วเวยกับหลี่เสวียนจีออกไป

หลังจากที่พวกเขาจากไป ฉู่โม่วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

‘พรสวรรค์วิชากระบี่มากพอแล้ว ต่อจากนี้ก็จะฝึกได้อย่างสบายใจ!’

‘เพราะช่วงนี้ร่างกายของฉันถูกบ่มเพาะทุกวัน พลังกายของฉันเลยมากถึง 12,000 ช้างสารแล้ว!’

‘ยังอีกไกลกว่าจะไปถึงขั้นนายพลเมืองระดับสูงสุด!’

ฉู่โม่วก็กล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็ส่งคนไป… ฉันจะให้นายเป็นคนเจรจาเรื่องนี้!”

“รับทราบ”

จุยเฟิงพยักหน้าและเมื่อเห็นว่าฉู่โม่วไม่มีคำสั่งอะไรอีกก็จากไป

หลังจากที่เขาออกไป

ชายหนุ่มนั่งลงในห้องและความคิดมากมายพรั่งพรูเข้ามาในหัว

ฉู่โม่วไม่ได้สนใจสำนักหมื่นอสูรเลยสักนิด

แต่เมื่อเห็นว่าฐานจินหลิงให้ความสำคัญกับพวกเขามากและกระทั่งฐานจงไห่ก็ยังต้องตื่นตัว ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องน่าหวาดกลัวทีเดียว

นั่นทำให้ฉู่โม่วสงสัยเล็กน้อย

‘หรือว่าสำนักหมื่นอสูรจะมีข้อมูลลับที่ฉันยังไม่รู้?’

เมื่อคิดได้ดังนั้น

ฉู่โม่วก็รู้สึกว่าเขาควรจะทำอะไรสักอย่าง

ในฐานจินหลิง ที่พักตระกูลกู่

วันนี้ท่านประมุขฉู่เข้ามาเยี่ยมและทำให้ตระกูลกู่เป็นกังวลอย่างหนัก แม้กระทั่งผู้อาวุโสของตระกูลกู่ก็ยังต้องออกมาจากการฝึกและพบกับเขาด้วยตัวเอง

ในห้อง

ฉู่โม่วและกู่ชางนั่งอยู่ตรงข้ามกัน

“ทำไมท่านฉู่ผู้ยิ่งใหญ่ถึงมีเวลามาหาชายแก่คนนี้ในวันนี้ได้ล่ะ?”

กู่ชางเทน้ำชาให้ฉู่โม่วและถามด้วยความสงสัย

“พอดีว่า วันนี้ระหว่างที่ฝึกฝนอยู่ก็ได้ยินประกาศจากฐานจงไห่ว่ามีร่องรอยจองผู้ปลุกพลังจากสำนักหมื่นอสูรและพวกเขาดูเป็นกังวลมาก… อันที่จริงผมก็ยังฝึกยุทธ์มาไม่นานและไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสำนักหมื่นอสูรมาก ผมถึงตั้งใจมาที่นี่เผื่อว่าผู้ยิ่งใหญ่กู่ชางจะช่วยไขข้อสงสัยให้ได้”

ฉู่โม่วกล่าว

“อืม …แบบนี้นี่เอง”

เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่โม่ว กู่ชางก็พลันนึกได้และเล่าเรื่องที่รู้ให้ฟัง

เมื่อได้ยินคำอธิบาย ฉู่โม่วก็เข้าใจ

ทำไมฐานจงไห่กับฐานจินหลิงต้องวิตกกังวลกับสำนักหมื่นอสูรมากนัก?

เพราะว่าสำนักหมื่นอสูรถูกก่อตั้งโดยกลุ่มคนทรยศจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ แม้จะเป็นมนุษย์ พวกเขาก็ยินดีลดตัวลงไปเป็นผู้รับใช้สัตว์อสูร

เมื่อนานมาแล้ว สำนักหมื่นอสูรปรากฏตัวขึ้นเป็นครั้งแรกและนำสัตว์อสูรจำนวนมากเข้าโจมตีฐานระดับสุดยอดและเกือบจะยึดเอาไปได้

โชคยังดีที่ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์ตอบโต้อย่างรวดเร็ว และฐานใหญ่ ๆ มากมายก็ส่งกำลังเสริมมา จนเอาชนะสัตว์อสูรได้ในท้ายที่สุด

หลังจากนั้น

ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์ห้อมล้อมและกดดันสำนักหมื่นอสูร ก่อนจะเอาชนะมาได้ด้วยความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในที่สุด

สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อยี่สิบปีก่อนสำนักหมื่นอสูรปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาเรียนรู้และลอบสังหารมนุษย์จนทำให้จำนวนของอัจฉริยะเผ่ามนุษย์ลดฮวบลง

แต่โชคยังดีที่มนุษย์ตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วอีกครั้ง ฐานจงไห่ส่งราชันย์ยุทธ์ไป และในขณะเดียวกันก็วางแผนที่จะกำจัดสำนักหมื่นอสูรให้สิ้นซากอีกครั้ง

ท้ายที่สุด ใครจะไปคิดว่าเขาจะติดกับดักและถูกราชาสัตว์อสูรจำนวนมากห้อมล้อมไว้ ทำให้คนหนึ่งได้รับบาดเจ็บส่วนอีกคนเสียชีวิต

โชคยังดีที่มีราชันย์ยุทธ์มาเป็นกำลังเสริม อีกทั้งผู้คนของสำนักหมื่นอสูรก็ถูกห้อมล้อมและสังหารในที่สุด หลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกกวาดล้างอีกครั้ง

เพราะความโกลาหลทั้งสองครั้ง มนุษย์จึงระแวดระวังสำนักหมื่นอสูรเป็นอย่างมาก

ดังนั้นแล้ว

การปรากฏตัวของผู้ปลุกพลังสำนักหมื่นอสูรในคราวนี้จึงทำให้ฐานจงไห่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ด้วยความหวาดกลัวว่าจะเกิดหายนะขึ้นอีกครั้ง…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์