บทที่ 159 ทลายตรวนกายาขั้นที่ 2 และเทียบชั้นกับราชันย์ยุทธ์!
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า
แต่เพียงชั่วพริบตาก็ผ่านไปแล้วถึงหนึ่งเดือน
ในวันนี้
ตู้ม!
กลิ่นอายพลังที่สูงส่งปะทุออกมาจากร่างกายของฉู่โม่ว เลือดภายในร่างกายของเขาเดือดพลุ่งราวกับน้ำต้มเดือด เลือดสีทองพวกนั้นเดือดพล่านเสมือนเป็นทองที่หล่อเลี้ยงอยู่ในร่างกายก็มิปาน
ภายในร่างกายของเขา หัวใจที่เต้นรุนแรงทำให้ทุกครั้งที่มันเต้นดัง ‘ตึกตึก’ เสียงของมันช่างกึกก้องราวกับกลองศึกสวรรค์ที่รัวเร็วเพื่อปลุกทัพให้ตื่นขึ้นมาเสียทุกที
มันทรงพลังและยิ่งใหญ่
ในขณะเดียวกัน
อวัยวะภายในของฉู่โม่วก็ถูกชำระล้างด้วยพลังอณูแห่งชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่าง ทำให้มันดูเหมือนของใหม่มากขึ้นไปอีก
‘เสริมพลังให้อวัยวะภายในทั้งห้าแล้ว ตอนนี้ฉันน่าจะกลายเป็นนายพลเมืองระดับกลางแล้วหรือเปล่านะ?’
ฉู่โม่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ เขาเองก็รู้สึกได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ออกมาจากร่างกายเช่นกัน
เพียงแค่เดือนเดียว
การที่สามารถดูดกลืนหมอกโลหิตจากบ่อเลือดแห่งการเกิดใหม่และเพิ่มกำลังกายได้มากกว่า 1,000 ช้างสารในทุก ๆ วัน มันทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นมามากถึง 30,000 ช้างสารเข้าไปแล้ว!
พลังของฉู่โม่วในตอนนี้ มันสูงกว่า 50,000 ช้างสารเสียอีก!
เพราะงั้นแล้ว หากจะบอกว่าตอนนี้ได้กลายเป็นนายพลเมืองระดับกลางก็ไม่เกินจริงนัก!
“การที่สามารถเป็นนายพลเมืองระดับกลางได้ ฉันต้องใช้พลังมากถึง 50,000 พลังช้างสาร แสดงว่าพลังสูงสุดที่รองรับได้ก็น่าจะ 100,000 พลังช้างสาร ไม่สิ… น่าจะ 150,000 พลังช้างสารเลย!”
เขาคิดกับตนเอง
จากนั้นก็หันมองไปยังบ่อเลือดที่ถูกเขาดูดกลืนพลังมานานกว่ายี่สิบวัน ซึ่งในวันนี้มันหายไปกว่าสองในสามจากที่เคยมีอยู่แล้ว
ภายหลังจากที่ครุ่นคิดเรื่องนี้ ฉู่โม่วก็เทเลือดอสูรที่เขาเก็บมาได้ทั้งหมดลงไปในบ่อเลือดนี้เพื่อให้มันเติมเต็มขึ้นมาอีกนิดหน่อย
ปริมาณเลือดในบ่อปัจจุบันสูงขึ้นมาถึงครึ่งหนึ่งของบ่อ
“ลำพังเพียงแค่เลือดอสูรพวกนี้คงยังไม่พอ ฉันเกรงว่ามันจะไม่พอให้เพิ่มพลังกายจนถึงขั้นนายพลเมืองระดับปลายจังเลยแฮะ”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น จะแบ่งเอาเลือดสักครึ่งหนึ่งมาฝึกฝนคัมภีร์มังกรคชสารอมตะก็แล้วกัน บางทีอาจจะช่วยทำให้สามารถทลายตรวนกายาขั้นที่ 2 ได้!”
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วก็ปล่อยให้ร่างกายดูดกลืนหมอกโลหิตต่อไปโดยไม่ต้องฝืน ระหว่างนั้นเขาก็มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนคัมภีร์มังกรคชสารอมตะแทนเพื่อช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภายใต้ความช่วยเหลือของคัมภีร์มังกรคชสารอมตะ
ฉู่โม่วสามารถรับรู้ได้ถึงกล้ามเนื้อ กระดูก เซลล์จากทั่วทั้งร่างกายที่กำลังถูกกระตุ้นและเกิดการเผาไหม้จนเสมือนว่าพวกมันได้เกิดใหม่อีกครั้ง
เวลาผ่านไป ฉู่โม่วไม่ได้รู้เลยว่าตนเองฝึกมากี่วันกี่เดือนแล้ว
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหน
ทันใดนั้น จู่ ๆ ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ว่าภายในร่างกายมีตรวนที่เหนี่ยวรั้งพลังกายไว้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมา!
สิ่งนี้คือ ตรวนที่สวรรค์และโลกสร้างขึ้นเพื่อจำกัดความแข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตแต่ละประเภท
ภายหลังจากที่มีประสบการณ์จากการทลายตรวนกายาขั้นแรกไปได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นตอนนี้ฉู่โม่วจึงรู้ดีว่าตนต้องเริ่มเตรียมพร้อมที่จะทลายตรวนใหม่อีกครั้ง
ตรวนกายานี้มีสภาพเหมือนประตู
ประตูที่แข็งแกร่งมาก ๆ
ภายใต้ความกดดันของอณูแห่งชีวิตที่สูงส่งของฉู่โม่ว สิ่งนี้ไม่ได้ไหวติงแต่อย่างใด ความแข็งแกร่งของมัน เสมือนว่าต่อให้จะถูกระเบิดอณูแห่งชีวิตอัดเข้าไปอย่างรุนแรง มันก็จะยังตระหง่านอยู่เช่นนี้ ไม่พังทลายไปไหน
ทว่าฉู่โม่วเองก็เช่นกัน
เขาไม่ยอมถอยต่อความแข็งแกร่งของมัน และพยายามใช้พลังอัดใส่บานประตูนี้อยู่เรื่อย ๆ
แรงสั่นสะเทือนดำเนินอย่างต่อเนื่อง
ตู้ม!
ภายหลังจากที่โดนระเบิดพลังใส่มาอย่างยาวนาน ในที่สุดบานประตูบานใหญ่ตรงหน้าเขาก็สั่นสะเทือนและเกิดรอยร้าว
“จะ… จะสำเร็จแล้วงั้นเหรอ!?”
ความฮึกเหิมของฉู่โม่วเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งหลังเห็นผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจนี้ เขาใช้คัมภีร์มังกรคชสารอมตะฝึกฝนเพื่อสร้างฐานพลังให้กล้าแกร่งขึ้นและโจมตีใส่ประตูตรวนกายาบานตรงหน้านี้อย่างไม่ย่อท้อ
ด้วยการโจมตีอย่างต่อเนื่องนี้ รอยร้าวบนบานประตูก็เริ่มใหญ่ขึ้น ๆ
ในท้ายที่สุด…
แกร๊ก!
ครืน!
สิ้นเสียงระเบิดพลังที่ปะทะเข้ากับบานประตู ตามด้วยเสียงเหมือนบางสิ่งบางอย่างทลายลงมา จากนั้นฉู่โม่วก็เห็นรอยร้าวที่ประตูนั้นค่อย ๆ หลุดร่วงลงมา
วินาทีถัดมานั้น
เหมือนร่างกายของเขาเบาขึ้นมาในทันที กลิ่นอายพลังที่น่าเกรงขามมันปกคลุมร่างของเขาเอาไว้ และเชื้อเชิญให้ก้าวไปยังระดับต่อไป!
ฉู่โม่วเข้าใจได้ดี
เขาทำการปลดตรวนกายาขั้นที่ 2 สำเร็จแล้ว!
“หลังจากที่พยายามมาอย่างยาวนาน ในที่สุดฉันก็สามารถทลายตรวนกายาขั้นที่ 2 ได้แล้ว! เพราะงั้นตอนนี้พลังของฉันก็เพิ่มขึ้นอีกสามร้อยเท่าแล้วสินะ!”
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉู่โม่ว
ชายหนุ่มเบิกตาโต
ทว่าเมื่อเห็นปริมาณน้ำเลือดที่ยังเหลืออยู่ก้น ๆ บ่อเลือดแล้ว เขาก็ไม่ปล่อยให้มันเสียเปล่าและเริ่มฝึกต่อไปอีกสักหน่อยดีกว่า
หลังจากนั้นสี่วัน
เลือดอสูรภายในบ่อถูกเขาดูดกลืนจนหมด รวมถึงหมอกโลหิตที่เกิดจากการสลายค่ายกลเวทมนตร์นั้นก็หายไปจนหมดแล้วด้วย
ซึ่งเมื่อรู้สึกได้เช่นนั้น ฉู่โม่วก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
“65,000 พลังช้างสาร!”
รู้สึกได้ถึงเลือดลมภายในกายที่แข็งแกร่งขึ้น ฉู่โม่วก็อดพูดพึมพำไม่ได้
นับว่าการใช้บ่อเลือดในครั้งนี้ให้ผลตอบแทนกับฉู่โม่วได้คุ้มค่ามาก ๆ
อันดับแรกเลย เขาได้พลังกายเพิ่มมามหาศาล!
ไหนจะการฝึกฝนคัมภีร์มังกรคชสารอมตะที่ทำให้ทลายตรวนกายาขั้นที่ 2 ได้อีก ส่งผลให้เขาสามารถปลดปล่อยพลังได้มากถึงสามร้อยเท่า!
“ด้วยพลังกว่า 65,000 พลังช้างสารนี้ ถ้าทุ่มพลังทั้งหมดพร้อมกับเพิ่มพลังอีกสามร้อยเท่า ฉันจะสามารถปลดปล่อยพลังได้มากถึง 20 ล้านพลังช้างสารเลย! มันน่าจะเทียบเท่ากับราชันย์ยุทธ์ทั่ว ๆ ไปได้แล้ว!”
“แต่…”
“ถึงแม้ว่าพลังของฉันจะเทียบเท่ากับราชันย์ยุทธ์ได้ หลังจากที่กระตุ้นพลังทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบความเร็วและพลังป้องกันกับการฟื้นฟูของพวกราชันย์ยุทธ์ได้อยู่ดี…”
‘ต่อให้มีธาตุความมืด พลังแห่งห้วงมิติรวมไปถึงกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน ฉันอาจจะทำได้แค่รับมือกับราชันย์ยุทธ์ระดับต่ำก็ได้ หากฝ่ายตรงข้ามมีพรสวรรค์ที่เหนือกว่า ฉันอาจจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย!’
ฉู่โม่วครุ่นคิดถึงเรื่องพลังในการต่อสู้ของตนเอง แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของเขาก็ยังมีรอยยิ้มอยู่ดี
เพราะถึงแม้ว่าหากเทียบกันแล้ว เขาจะสู้ได้เพียงราชันย์ยุทธ์ระดับต่ำ แต่ยังไงเสีย ราชันย์ยุทธ์ก็คือราชันย์ยุทธ์อยู่ดีนั่นแหละ!
ถ้าสู้ราชันย์ยุทธ์ได้ นั่นหมายถึงจ้าวยุทธ์จะไม่สามารถหยุดเขาได้แล้ว!
“คิดอยู่แล้วเชียวว่าต้องมาไม้นี้…”
อาไต๋บ่นพึมพำเบา ๆ
ทว่ามันก็ยังเชื่อฟังคำสั่งและทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่ดี
ไม่นานนักหลังจากที่เริ่มงาน นกสาวก็ค้นพบขุมสมบัติชิ้นแรก
พักใหญ่ ๆ
เมื่อมุ่งหน้าตรงไปตามคำแนะนำของอาไต๋ ฉู่โม่วก็พบเข้ากับบ่อน้ำพุ และได้ดอกบัวหัวใจวารีมา
ดอกบัวหัวใจวารีเป็นพืชที่จะโตอยู่ภายใต้อาณาเขตของน้ำพุแห่งความบริสุทธิ์ หากนำสิ่งนี้ไปบดเป็นผงแล้วใส่ไว้ในซองเพื่อพกติดตัวไว้ มันจะช่วยให้ความอบอุ่นแก่จิตวิญญาณของเหล่าผู้ปลุกพลังได้เป็นอย่างดี
และถ้ากลืนกินลงไป มันจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้จิตวิญญาณได้ระดับหนึ่งเลยด้วย
ถือว่าเป็นสมบัติที่ล้ำค่ามาก ๆ !
…
ในช่วงตลอดเวลานี้
ฉู่โม่วได้ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ตามการนำทางของวิหคล่าสมบัติ เขาเดินทางไปทั่วทั้งเขตแดนลับและได้มาซึ่งสมบัติมากมาย
ในวันนี้เองก็เช่นกัน
ฉู่โม่วเดินทางมายังจุดที่อยู่ใกล้เคียงกับหุบเขาขนาดมหึมา
จุดที่เป็นหุบเหวนี้ลึกมาก ๆ ในขณะที่จุดที่เป็นยอดเขานั้นก็สูงเสียดฟ้าไปด้วย
บริเวณหน้าผา ที่นั่นมีนกอินทรีสีขาวขนาดใหญ่กำลังยืนอยู่บนโขดหิน
“อินทรีแสงอุษา!”
เขาจำเจ้านกอินทรีตัวนี้ได้ดี
ด้วยร่างกายที่ปลดปล่อยกลิ่นอายพลังอันน่าสยดสยองขั้นสุดออกมา และจากการประเมินจากกลิ่นอายเหล่านั้น อินทรีตนนี้น่าจะเข้าสู่ระดับ 6 ขั้นสูงไปแล้ว เทียบเท่าได้กับมนุษย์ขั้นจ้าวยุทธ์ เผลอ ๆ อาจจะมีพลังเทียบเท่าจ้าวยุทธ์ระดับสูงเลยก็ได้!
การจับตาดูอสูรตนนี้ไว้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียเวลานักหรอก
ยิ่งสัตว์อสูรแข็งแกร่งมากขึ้น ขนาดร่างกายของพวกมันจะใหญ่ขึ้นไปด้วย
ทว่าอินทรีตนนี้ต่างออกไป ร่างกายของมันใหญ่ราว ๆ เมตรกว่า ๆ เท่านั้น และถึงแม้จะกางปีกออกแล้วก็ยังกว้างเพียงห้าเมตรเท่านั้นอีก
แต่ถึงจะมีขนาดตัวที่ไม่ได้ใหญ่ตามความเก่งกาจ แต่มันสามารถสู้กับสัตว์อสูรระดับ 6 ตนอื่น ๆ ได้สบาย ๆ
ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรประมาทอีกหนึ่งสิ่งเลย
การที่ตัวของอินทรีแสงอุษาไม่ได้ใหญ่มหึมาตามระดับพลัง แต่มันก็มีความเร็วที่สูงมาก ๆ เหมือนกับสายฟ้าที่พุ่งผ่านนภาไป
นอกจากนี้มันยังมีกรงเล็บที่แหลมคมมาก แม้สะบัดเพียงแผ่วเบาไม่ว่าวัตถุจะแข็งขนาดไหนก็ยังถูกทำลายได้ไม่ยากนัก
หลายต่อหลายครั้ง
เหยื่อที่ถูกอินทรีแสงอุษาตะปบไปเพียงครั้งเดียวก็ถูกฆ่าตายไปโดยไม่รู้ตัว
พรึ่บ!
ตอนนั้นเอง
อินทรีแสงอุษาเผอิญจับสัมผัสกลิ่นอายพลังของฉู่โม่วได้ ดังนั้นแววตาที่เฉียบคมของมันจึงหันมองตามทิศทางที่สัมผัสพลังได้ทันที เช่นเดียวกับปีกกว้างที่สยายออกเพื่อทะยานตัวขึ้นฟ้าไป
และมันกำลังมุ่งหน้ามาหาฉู่โม่ว!
ความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งของอินทรีแสงอุษาก็คือ…
การระวังภัยในระดับที่สูงมากจนทำให้กลายเป็นความหวงถิ่นไปโดยปริยาย
ใครก็ตามที่เข้ามาในเขตแดนของมัน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเข้ามาในลักษณะไหน มันก็จะไม่ไว้ชีวิตทั้งสิ้น!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์