เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 192

บทที่ 192 เดินทางมาถึงสุดยอดฐานจงไห่!

ฉู่โม่วไม่รู้ถึงสิ่งที่อยู่ในใจเจียงเย่วเหยา เขาไม่รู้เลยว่าเธอคนนี้มองเขาเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่งไปแล้ว

ทั้งสองยังคงพูดคุยกันอยู่พักใหญ่

จากนั้นเจียงเย่วเหยาก็พูดขึ้น “คุณฉู่ ฉันมีแผนจะเดินทางกลับไปยังฐานจงไห่เลย คุณฉู่มีสิ่งที่จะต้องไปทำต่อไหม?”

“โอ๊ะ ผมเองก็ตั้งใจจะไปที่นั่นเหมือนกันน่ะครับ”

ชายหนุ่มตอบกลับ

“ถ้างั้น เรากลับไปด้วยกันไหมคะ? ระยะทางจากที่นี่กลับไปยังอยู่ไกลไม่น้อยเลย อย่างน้อย ๆ เดินทางไปด้วยกันน่าจะปลอดภัยกว่า” เจียงเย่วเหยาเชื้อเชิญ

“ไม่เลวเลยครับ แต่ถ้ายังไงผมคงต้องกลับไปที่ฐานจินหลิงก่อนเพราะอยากจะพาครอบครัวกับลูกศิษย์ไปที่นั่นด้วย พวกเขาอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้สักเท่าไร ผมอาจจะขอปลีกตัวไปรับพวกเขาก่อน”

ฉู่โม่วพูด

“คุณฉู่ไม่ใช่ผู้ปลุกพลังที่มาจากสุดยอดฐานจงไห่งั้นเหรอ!?”

ได้ยินคำพูดของฉู่โม่ว เจียงเย่วเหยาก็ตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง

เธอน่ะคิดว่าฉู่โม่วน่าจะเป็นลูกศิษย์ของผู้ที่แข็งแกร่งสักคนในสุดยอดฐานจงไห่ ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงจะไม่สามารถแข็งแกร่งระดับนี้ได้

แต่สิ่งที่เธอได้ยินเมื่อครู่นี้มันอะไรกัน?

ฉู่โม่วเป็นเพียงผู้ปลุกพลังที่มาจากฐานขนาดใหญ่นั้นจริง ๆ เหรอ?

‘เทียบระหว่างสุดยอดฐานแล้ว ทรัพยากรและวรยุทธ์ภายในฐานขนาดใหญ่นับว่าหาได้ยากยิ่ง เพราะงั้นเลยทำให้ผู้ปลุกพลังที่มีพลังเทียบเท่าราชันย์ยุทธ์พลอยหาได้ยากไปด้วย

‘แต่คุณฉู่กลับมีพลังในระดับที่ราชันย์ยุทธ์บางคนยังเทียบไม่ติด ทั้งที่มาจากที่แบบนั้น คนคนนี้… เก่งฟ้าประทานหรือยังไงกัน?’

‘พรสวรรค์ของเขาน่าจะอยู่ในระดับดาราลับฟ้าได้เลย… ไม่สิ เผลอ ๆ อาจจะสูงกว่าระดับนั้นไปอีก!’

คิดได้เช่นนั้น

เจียงเย่วเหยาก็อดที่จะสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ ไม่ได้

ในแววตาของเธอที่มองไปยังฉู่โม่วนมีแต่ความเหลือเชื่อเต็มไปหมด

“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

เมื่อตระหนักได้ถึงสายตาของเจียงเย่วเหยาที่มองมา ฉู่โม่วก็อดที่จะสงสัยไม่ได้

“ปะ… เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”

หญิงสาวได้สติกลับมาอีกครั้ง “ในเมื่อคุณฉู่มีครอบครัวรออยู่ งั้นไปรับครอบครัวของคุณฉู่ก่อนก็ได้ค่ะ แล้วเดี๋ยวพวกเราค่อยกลับไปด้วยกัน”

ฉู่โม่วพยักหน้า

จากนั้นเขาก็พาเจียงเย่วเหยาบินตรงกลับไปยังจุดที่เขาให้เสี่ยวจินรอรับ

และเจียงเย่วเหยาที่ตามหลังฉู่โม่วไป หัวใจของเธอตื่นเต้นจนถึงขีดสุดแล้ว!

แต่เธอไม่รู้เลย

ว่านี่มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น!

ไม่นาน

ทั้งสองก็มาถึงจุดที่เสี่ยวจินพำนักอยู่

เห็นฉู่โม่วกลับมาอย่างปลอดภัย เฉินซีเวยก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ในขณะเดียวกัน เมื่อเธอเห็นเจียงเย่วเหยาตามหลังฉู่โม่วมาด้วย สายตาที่มองไปยังสตรีอีกคนหนึ่งก็เปลี่ยนเป็นความสงสัยและสำรวจในทันที

“ซีเวย ฉันจะแนะนำคนคนนี้ให้เธอรู้จักนะ”

ฉู่โม่วไม่รอช้าที่จะแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกันเองก่อน

“คุณเจียงสินะคะ”

เฉินซีเวยพยักหน้าเบา ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“ยินดีที่ได้รู้จัก พี่สาวเจียง”

หลี่โย่วเวยและหลี่เสวี่ยนจีเองก็พูดอย่างนอบน้อม

ทว่า…

เด็กทั้งสองคนยังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

แม้ว่าพี่สาวเจียงตรงหน้าจะเป็นสตรีที่มีท่าทีสง่างามและมีพลังกายที่แข็งแกร่ง แต่เธอคนนี้กลับมีบางอย่างที่กำลังบ่งบอกว่า …ใจเธอไม่สงบนัก

‘หรือพี่สาวคนสวยตรงหน้าจะอารมณ์ไม่ดีนะ?’

เด็กน้อยทั้งสองคิด

เมื่อพวกเขามองไปในแววตาของเจียงเย่วเหยาอีกครั้ง ทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงความหนักใจเล็กน้อยจากแววตาอีกฝ่าย

เจียงเย่วเหยาไม่รู้เลยว่าสองพี่น้องตระกูลหลี่นี่คิดอะไรอยู่

แต่ในตอนนั้น เหตุผลที่ใจไม่สงบนัก นั่นเป็นเพราะเธอกำลังตกตะลึงกับเหล่าสมาชิกครอบครัวของฉู่โม่วอยู่ต่างหาก!

เหล่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้ทำให้เธอไม่อยากจะเชื่อในสายตาตนเอง!

เริ่มจาก สตรีผู้มีอุณหภูมิรอบกายเยือกเย็นที่ชื่อว่าเฉินซีเวยที่ซึ่งดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่นกับฉู่โม่วมาก ๆ

เจียงเย่วเหยารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดไปเอง มันเกิดจากความสามารถทางกายภาพรูปแบบหนึ่ง อาจจะเป็นรูปแบบร่างกายอีกรูปแบบหนึ่งเลย แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ได้เปิดเผยออกมาโดยตรง แต่สัมผัสได้ว่าเฉินซีเวยไม่ธรรมดาจริง ๆ

แต่ในส่วนของหลี่โย่วเวยกับหลี่เสวี่ยจี เธอมองเด็กทั้งสองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

ทั้งสองคนนี้…

มีพรสวรรค์ที่เกินกว่าจะคนใครเปรียบได้!

ไหนจะอสูรรับใช้ที่สงบเงียบอยู่เบื้องหลังอีก เพียงแค่ได้เห็นเธอก็รู้แล้วว่า นี่คือนกผู้ล่าที่มีเชื้อสายของพญาหงส์ปีกทองคำอยู่!

‘แม้แต่ในสุดยอดฐานจงไห่ยังหาผู้มีพรสวรรค์ระดับนี้ไม่ได้ แต่ฉันกลับมาเจอพวกเขาพร้อมกันในคราเดียวเนี่ยนะ!’

‘นี่ฉันกำลังฝันไปงั้นเหรอ? ทำไมวันนี้ถึงได้เจอเรื่องเหลือเชื่อมากมายขนาดนี้!’

ความตกตะลึงที่เกิดขึ้นภายในใจของเจียงเย่วเหยาที่ทำให้เธอดูไม่สงบสุขุมเหมือนดังที่เป็นตามปกติ

ตลอดมาเธอยึดมั่นในสิ่งที่ถูกยกย่องอย่าง ‘ผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงแห่งสุดยอดฐานจงไห่’ อยู่ร่ำไป

แต่ในตอนนี้

การเผชิญหน้ากับทั้งสี่ทำให้ความเชื่อในใจเกิดสั่นคลอนขึ้นมาเสียแล้ว

‘ทั้งสี่คนนี้… เป็นใครมาจากไหนกันแน่!’

เสี่ยวจินเคลื่อนที่บนฟากฟ้าได้รวดเร็วมาก ๆ

ภายหลังจากที่ทะยานขึ้นฟ้าเมื่อช่วงบ่าย ก่อนจะถึงช่วงเย็น เจียงเย่วเหยาก็สามารถมองเห็นปลายทางแล้ว “สุดยอดฐานจงไห่อยู่ไม่ไกลแล้วค่ะ!”

ได้ยินเช่นนั้น

ฉู่โม่วก็ลุกขึ้นยืน เขาไพร่มือไว้ด้านหลังแล้วมองตรงไปยังด้านหน้า

ที่สุดปลายสายตา ตำแหน่งที่ผืนดินและผืนฟ้ามาบรรจบกันที่เส้นขอบฟ้า เขามองเห็นฐานขนาดใหญ่ที่กว้างขวางราวกับกินพื้นที่ครึ่งโลกที่เหลือได้เลย ฐานขนาดมหึมานั้นค่อย ๆ ปรากฏให้เขาเห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

ฐานแห่งนี้กว้างขวางกว่าฐานจินหลิงอีกเป็นสิบเท่าได้เลย!

และที่เหนือฟากฟ้าบริเวณยังมีเรือเหาะอีกหลายลำควบคู่ไปกับยานบินมากมายกำลังลอยอยู่ ยิ่งเข้าใกล้มากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งเห็นได้ว่าจำนวนของยานพาหนะบนฟากฟ้าเหล่านั้นดูจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งบางลำก็ไม่ได้บินไปไหนด้วย มันอยู่นิ่งราวกับจอดแช่ไว้บนอากาศเฉย ๆ

ยานบินแต่ละลำดูเปี่ยมไปด้วยวิทยาการที่ล้ำหน้า ราวกับยานอวกาศที่ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นต่างตกตะลึงกันได้ไม่ยาก

มองภาพเหล่านี้

ภายหลังจากที่กระบวนการบางส่วนเสร็จลงไปล้ว เจ้าหน้าที่คนเดิมก็พูดขึ้น “คุณฉู่โม่ว ข้อมูลของคุณได้รับการบันทึกแล้วครับ เดี๋ยวจะได้รับบัตรประจำตัวสำหรับอยู่อาศัยชั่วคราวเป็นเวลาสามปีตามที่ ‘ระเบียบว่าด้วยการเข้าออกของประชากรต่างถิ่น’ ที่สุดยอดฐานจงไห่ระบุไว้นะครับ ระหว่างนี้สามารถเข้าออกสุดยอดฐานจงไห่ได้ตามอัธยาศัย!”

“อย่างไรก็ตาม ก่อนที่บัตรประจำตัวนี้จะหมดอายุเกินสองปี หากต้องการใช้ชีวิตภายในฐานนี้ต่อจะต้องมาทำบัตรประจำตัวใหม่ให้เร็วที่สุดที่จะทำได้ เพราะงั้นสามารถมาที่นี่ได้ทุกเมื่อเลยครับหากต่อการต่ออายุบัตร”

“ไม่งั้นแล้วถ้ายามตรวจพบว่าใช้บัตรหมดอายุอยู่ คุณจะถูกตีว่าเป็นคนนอกและถูกขับไล่ออกจากฐานได้!”

เขาแนะนำกฏตามที่ระเบียนการได้ว่าไว้

ฟังจบแล้ว ฉู่โม่วก็พูดขึ้น “แล้วถ้าผมอยากจะเปลี่ยนเป็นบัตรผู้อยู่อาศัยถาวรเลยล่ะครับ?”

“บัตรผู้อยู่อาศัยถาวรเหรอครับ…”

เมื่อได้ยินคำถาม เจ้าหน้าที่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นด้วยความกระอักกระอ่วน “คุณฉู่โม่ว สุดยอดฐานจงไห่มีนโยบายออกบัตรประจำตัวถาวรให้กับคนต่างถิ่นได้เพียงสองวิธีเท่านั้นครับ คือ การที่คนผู้นั้นได้รับการว่าจ้างจากกองกำลังหลักของฐาน และอีกหนึ่งก็คือมีศักยภาพ…”

“เรื่องนั้นรู้อยู่แล้วครับ”

ฉู่โม่วชิงพูดก่อน “ผมได้อ่านเงื่อนไขพวกนั้นมาแล้ว แล้วก็เห็นชอบด้วยกับข้อเรียกร้องที่สุดยอดฐานจงไห่ยื่นไว้ เพราะงั้นผมอยากจะขอบัตรประจำตัวผู้อยู่อาศัยถาวรเลย อ้อ แล้วคนที่มาด้วยก็เหมือนกันครับ!”

เจ้าหน้าที่ชะงักหนักกว่าเดิม เขาเผลอเหลือบมองไปยังเจียงเย่วเหยาครู่หนึ่ง

ถึงแม้ว่าสุดยอดฐานจงไห่จะมีกฏที่ว่านั่นอยู่ก็จริง แต่จำนวนผู้ปลุกพลังที่สามารถรับบัตรประจำตัวถาวรได้ในแต่ละปีนับว่ามีปริมาณน้อยมาก ๆ

“เอาตามที่คุณฉู่ว่านั่นแหละ”

เจียงเย่วเหยาพูด

ต่อหน้าความเหลือเชื่อของเจ้าหน้าที่ เจียงเย่วเหยารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของฉู่โม่วผ่านเกณฑ์อย่างแน่นอน เพราะงั้นเธอจึงไม่รู้สึกแปลกใจอะไรหากเขาอยากจะพิสูจน์ตนเองเพื่อให้ได้มาซึ่งบัตรประจำตัวผู้อยู่อาศัยถาวร

นอกจากนี้

เธอยังจะถือว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้เห็นด้วยว่าชายหนุ่มแข็งแกร่งขนาดไหน

“เข้าใจแล้วครับ!”

“คุณฉู่โม่ว งั้นเราไปที่เครื่องทดสอบพลังกายและพรสวรรค์ที่ชั้นห้ากันเลยครับ เดี๋ยวผมพาไปเอง!”

เจ้าหน้าที่พูด

“ขอบคุณครับ”

ชายหนุ่มพยักหน้า

ภายใต้การนำทางของเจ้าหน้าที่ กลุ่มของฉู่โม่วก็เดินขึ้นไปยังชั้นห้าได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อเข้าไปแล้ว

พวกเขาพบว่าด้านในมีเครื่องทดสอบพลังและพรสวรรค์ถูกติดตั้งอยู่

ยามที่ทั้งหมดเดินเข้าไป ราชันย์ยุทธ์ที่ทำหน้าที่ดูแลส่วนนี้รีบเดินมาทำความเคารพเจียงเย่วเหยาก่อนจะหันไปพูดกับฉู่โม่ว “คุณคงจะรู้ถึงกฏเกณฑ์ที่จะทำให้ได้รับบัตรประจำตัวถาวนมาแล้วสินะครับ เพราะงั้นแล้วจะไม่พูดอะไรเพิ่มเดิม สิ่งที่ต้องทำต่อไปนี้คือการตรวจสอบอายุกระดูกตามด้วยการทดสอบศักยภาพด้านอื่น ๆ ต่อ”

ขณะที่พูดอยู่ เขาก็นำฉู่โม่วไปยังเครื่องทดสอบพลัง

“นี่คือเครื่องตรวจสอบอายุกระดูกที่สามารถตรวจสอบอายุที่แท้จริงได้”

ฉู่โม่วกวาดตามองเครื่องดังกล่าว

แล้วก็พบว่า สิ่งนี้ดูคล้ายกับเครื่องทดสอบพลังกาย เพราะงั้นหลังจากที่ดูเสร็จแล้วเขาจึงเดินเข้าไปใกล้

ไม่ทันไร

เครื่องดังกล่าวก็ยิงคลื่นจาง ๆ ออกมา คลื่นนั้นขยับขึ้นลงไปตามร่างกายของฉู่โม่วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ผลลัพธ์จะปรากฏขึ้นที่จอ

“อายุ 24 ปี ผ่านเกณฑ์ครับ”

“ขั้นต่อไปจะเป็นการทดสอบพลังกายหรือไม่ก็พรสวรรค์ครับ สามารถเลือกได้เลยว่าอยากทดสอบอะไรก่อน”

“แน่นอนว่า…”

เมื่อเปรยขึ้นมาเช่นนั้น ราชันย์ยุทธ์คนเดิมก็คลี่ยิ้มออกมา “หากเลือกที่จะทดสอบทั้งสองค่า และศักยภาพทั้งสองด้านถึงเกณฑ์ สุดยอดฐานจงไห่เองจะมีรางวัลให้ด้วย!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์