เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 219

บทที่ 219 ราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งเข้ามาขวางทาง และตระกูลโจวซ่อนตัว

“นี่คือ…”

ได้ยินเช่นนั้น สวีซิงเหอก็ลังเลขึ้นมานิดหน่อย แต่เมื่อหันมองไปยังราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็ทำได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วพูด “ฉันผู้น้อยรับคำสั่งครับ”

ด้วยคำตอบ ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็หันไปมองฉู่โม่วด้วยรอยยิ้ม “ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ได้สอนคุณ แต่ถ้าพบข้อสงสัยหรือปัญหาใด ๆ ในการฝึกฝนก็สามารถมาหาฉันได้ตลอด… ทั้งนี้ก็เพื่อตัวเอง… เข้าใจไหม?”

“ขอบคุณท่านมากเลยครับราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ผมเข้าใจแล้วครับ”

ชายหนุ่มโค้งคำนับช้า ๆ และพูดด้วยความนับถือ

เห็นแบบนั้นแล้วราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็พยักหน้า เขาไม่ได้ขยับร่างกายเลยแม้แต่น้อย ทว่าเพียงชั่วพริบตาร่างก็หายไปจากจุดนี้แล้ว …และหายไปอย่างไร้ร่องรอย!

ภายในโถงหลัก ทุกคนรวมถึงฉู่โม่วต่างรีบยืนขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน “ขอท่านเจ้าวิหารราชันย์ยุทธ์จงเจริญ!”

จากนั้น…

ทุกคนจึงหันมาทักทายฉู่โม่วและแยกย้ายกันไป

ตอนนั้นเอง ผู้อาวุโสสวีซิงเหอก็เดินเข้ามา “ผู้สืบทอดที่แท้จริงฉู่ ได้โปรดตามฉันมาเพื่อทำพิธีกรรมต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นเถิด”

“รบกวนท่านด้วยนะครับ ท่านผู้อาวุโสสวี”

ฉู่โม่วพยักหน้าและพูด

“ด้วยความยินดี”

สวีซิงเหอพยักหน้าช้า ๆ และนำพาชายหนุ่มไปยังที่แห่งหนึ่ง

ระหว่างทาง…

ผู้อาวุโสกล่าวถามขึ้นด้วยความสงสัย “ผู้สืบทอดที่แท้จริงฉู่โม่ว ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ต้องการมีอาจารย์กันล่ะครับ?”

การที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิหารราชันย์เทพยุทธ์ เปรียบเสมือนการได้กำลังหนุนหลังที่ทรงพลัง ในอนาคตหากไม่มีอะไรผิดพลาดกับการฝึกฝน คนผู้นั้นจะได้ผลประโยชน์กลับคืนเป็นอย่างมาก

ดังนั้นไม่ว่าใครต่างก็ไม่ปฏิเสธโอกาสที่ไขว่คว้าได้กันทั้งนั้น

ทว่าฉู่โม่วกลับปฏิเสธ ซึ่งทำให้สวีซิงเหอประหลาดใจ

แน่นอนว่าชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ไม่อยากเป็นลูกศิษย์

เขาเองก็รู้ดีว่าราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

คนคนนี้แข็งแกร่งที่สุด อิงจากสิ่งที่ฉู่โม่วคาดคะเนไว้… น่าจะเป็นเสาหลักที่ทรงพลังที่สุดภายในสุดยอดฐานจงไห่แห่งนี้แล้ว หากเข้าร่วมกับวิหารราชันย์เทพยุทธ์ละก็ เขาจะต้องได้รับผลตอบแทนที่มากมายเลยทีเดียว

แต่…

ที่นี่มีราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งเป็นผู้สืบทอดอันดับหนึ่งอยู่แล้ว นอกจากนี้ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางยังมีสถานะที่ค่อนข้างพิเศษอย่างการเป็นเจ้าวิหารราชันย์เทพยุทธ์อีกด้วย

ดังนั้นหากเคารพเทิดทูนชิงชางในฐานะอาจารย์ มันอาจจะทำให้ราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งเข้าใจผิดคิดว่าเขาต้องการท้าชิงเพื่อจะเป็นยอดฝีมือภายในวิหารราชันย์เทพยุทธ์แห่งนี้แน่ ๆ และถ้าเป็นแบบนั้นจริง ปัญหาอีกมากมายจะตามมาให้แก้ไม่หมดไม่สิ้นทันที

ชายหนุ่มมาที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์แห่งนี้ก็เพียงเพราะอยากจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากขึ้น เขาไม่ได้มีความคิดที่จะขึ้นเป็นผู้สืบทอดแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์แต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้

จึงเป็นธรรมชาติที่เขาจะไม่เอาตัวเองไปโยนใส่ปัญหา

และเลือกที่จะไปร่ำเรียนจากราชันย์เทพยุทธ์คนอื่นแทน…

แต่ภายในสายตาของฉู่โม่ว สิ่งนั้นไม่ได้มีประโยชน์อะไรนัก

เพราะแม้ว่าตอนนี้เหล่าราชันย์เทพยุทธ์จะแข็งแกร่งกว่าฉู่โม่วก็จริง แต่มันใช้เวลาไม่นานหรอกที่ฉู่โม่วจะก้าวข้ามพวกเขาไปได้!

ยิ่งไปกว่านั้น…

การมีอาจารย์มาคอยพร่ำสอน มันจำกัดความสามารถหลายอย่างของเขาเอง และเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้ความลับถูกเปิดเผยด้วย

ยังไงเสีย ระบบกลืนกินนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไว้ใจได้มากขนาดไหน เขาก็ควรปกปิดมันไว้ให้อย่างมิดชิดจะดีกับตนเองเสียกว่า

อย่างไรก็ตาม เหตุผลนี้เขาบอกใครไม่ได้

เช่นนั้นแล้ว ภายหลังจากที่โดนสวีซิงเหอสอบถาม ฉู่โม่วทำได้เพียงหาข้ออ้างที่ฟังขึ้นมาตอบปกปิดไว้เท่านั้น “ผมมีอาจารย์อยู่แล้วตั้งแต่ที่เริ่มฝึกฝนน่ะครับ เพราะงั้นเลยไม่อยากจะได้อาจารย์เพิ่ม”

“โอ้ เช่นนั้นเองเหรอ”

สวีซิงเหอไม่พูดถามอะไรเพิ่ม เขาทำเพียงพยักหน้า

ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกระหว่างทางที่เหลือ

สวีซิงเหอรีบพาชายหนุ่มไปยังปลายทาง หลังจากใช้เวทคาถาอะไรบางอย่างไปแล้ว ในที่สุด ฉู่โม่วก็ได้รับการลงทะเบียนข้อมูลและถือเป็นผู้สืบทอดของวิหารราชันย์เทพยุทธ์แห่งนี้

นอกจากนี้แล้วยังได้สมุดหยกกับเหรียญตรามาไว้ในมืออีกด้วย

ผู้อาวุโสให้คำแนะนำ “สิ่งนี้คือเหรียญตราที่จะผูกติดกับอณูแห่งชีวิตของคุณ ซึ่งสามารถใช้สิ่งนี้แทนหลักฐานว่าเป็นผู้สืบทอดแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ได้ หรือยามใดที่พบเจอกับเหตุร้ายแรงก็สามารถใช้เหรียญตรานี้ในการระดมเหล่าผู้ปลุกพลังจากทั่วทุกฐานในเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้อีกด้วย”

“นอกจากนี้ หากตกอยู่ในอันตราย ก็ใช้พลังอณูแห่งชีวิตในกายสั่งให้เหรียญตราทำงาน สัญญาณระบุตำแหน่งของคุณจะปรากฏขึ้นที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์แห่งนี้ เหล่าราชันย์เทพยุทธ์จะรับสัญญาณและส่งกำลังเสริมที่แข็งแกร่งไปช่วยอย่างรวดเร็ว”

“ในส่วนของสมุดหยก ภายในบันทึกข้อควรระวังในการเป็นศิษย์วิหารราชันย์เทพยุทธ์กับรายละเอียดแต้มบุญ คุณสามารถศึกษาเอาทีหลังได้”

“ไม่เพียงเท่านั้น ฉันยังได้บอกผู้ดูแลวิหารราชันย์เทพยุทธ์ให้ทำความสะอาดห้องไว้ให้แล้ว ต่อจากนี้ไปสามารถมาฝึกฝนภายในวิหารราชันย์เทพยุทธ์แห่งนี้ หรือจะฝึกฝนที่คฤหาสน์ของคุณเองก็ได้ ทางวิหารราชันย์เทพยุทธ์ของพวกเราหาได้ใส่ใจหรือกำชับเรื่องสถานที่แต่อย่างใด”

ฉู่โม่วฟังคำอธิบายอย่างถี่ถ้วน

ภายหลังจากที่ฟังจบก็โค้งคำนับและกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณมาก ๆ ครับ ท่านผู้อาวุโส”

“มันเป็นงานของฉันอยู่แล้ว ฉันยินดี”

สวีซิงเหอโบกมือ เขาคุยกับฉู่โม่วต่ออีกนิดหน่อยและอธิบายกฎเกณฑ์บางอย่างเพิ่มก่อนจะจากไป

เมื่อแยกย้ายกันไปแล้ว

ฉู่โม่วก็เก็บสมุดหยกและเหรียญตราใส่ไปในมิติพกพา เขาเตรียมตัวที่จะกลับไปยังคฤหาสน์เพื่อศึกษาคู่มือที่ได้รับมานี้

แต่ในตอนนั้นเอง

ร่างร่างหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาขวางทางไว้

“ผู้สืบทอดราชันย์เทพยุทธ์จันทราคลั่ง มีอะไรหรือเปล่า?”

ชายหนุ่มประหลาดใจเล็กน้อยและอดที่จะถามไม่ได้

คนคนนี้คือศิษย์ของราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งผู้อยู่ลำดับที่หนึ่งในรายชื่อผู้มีพรสวรรค์

ราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งไม่ได้ตอบคำถามของฉู่โม่วโดยตรง แต่เลือกที่จะจ้องมองด้วยแววตามืดดำแทน ครู่หนึ่งเจ้าตัวจึงได้พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผู้สืบทอดฉู่โม่ว เป้าหมายเดียวของฉันราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่ง คือการที่จะได้เป็นยอดฝีมือขั้นสูงสุด ฉันไม่หวังสิ่งใดทั้งนั้น!”

พูดจบ

ร่างนั้นก็เดินจากไป

เมื่อมองอีกฝ่ายที่เดินจากไป ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะหนาวเหน็บขึ้นมา

แต่เดิมคิดว่าการมาของราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งนี้ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ ทว่ากลับมาเพียงเพื่อพูดประโยคนั้น ซึ่งมันผิดคาดเกินไป…

สิ่งนี้หมายความว่า ตัวเขาไม่ได้สนใจในตำแหน่งผู้สืบทอดแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ ดังนั้นฉู่โม่วไม่ต้องกลัวว่าเขาจะมองตนเป็นคู่แข่งแต่อย่างใด

‘เห็นใจเหรอ?’

เพียงพอต่อการนำไปใช้กับการฝึกฝนแผ่นศิลารู้แจ้งได้มากถึงสี่สิบวัน

‘แต่ตอนนี้ ฉันมีแต้มคะแนนราชันย์เทพยุทธ์เยอะพอแล้ว ยังไม่ต้องแลกเพิ่มช่วงนี้ก็ได้’

‘ไว้เดี๋ยวค่อยไปดูว่าตำหนักขุมทรัพย์ในวิหารราชันย์เทพยุทธ์มีอะไรบ้างทีหลัง’

‘ส่วนตอนนี้…’

‘สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฝึกฝน!’

คิดได้ดังนั้น

ฉู่โม่วก็ขับรถบินออกไป มุ่งหน้าสู่วิหารราชันย์เทพยุทธ์ทันที

ครั้งก่อนที่ออกมานั้นเสียเวลาไปกับหลายสิ่งหลายอย่างมาก ทว่าในครั้งนี้รู้ทุกอย่างแล้ว ดังนั้นจึงสามารถฝึกฝนได้อย่างสงบสุข

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ฉู่โม่วเข้าไปในวิหารราชันย์เทพยุทธ์ จากนั้นก็เข้าไปในมิติที่มีแผ่นศิลารู้แจ้งอยู่ภายในอีกครั้ง จากนั้นเริ่มทำการเรียนรู้ด้วยกระบวนท่าฝึกวิญญาณจิตสังหาร

ภายใต้การเสริมกำลังในความเข้าใจ

การฝึกฝนดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยดี มีอุปสรรคปรากฏให้เห็นน้อยมาก เรื่องใดที่เคยไม่เข้าใจในอดีตก็สามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วในครั้งนี้

ในขณะที่กำลังฝึกฝนอยู่นั้น

ทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่ เหล่าผู้ปลุกพลังมากมายต่างกำลังถกเถียงกันถึงพิธีของเหล่าผู้มีพรสวรรค์ตลอดทั้งวัน

แต่ละคนต่างล้วนเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตนได้เห็นกันอย่างออกรสออกชาติ

ไม่ว่าจะเป็นคนในหรือคนนอก ถ้อยคำของพวกเขามีทั้งอิจฉาและนับถือในตัวฉู่โม่ว

แน่นอน

เมื่อหัวข้อสนทนาวกมาหาฉู่โม่ว ตระกูลโจวจะถูกยกขึ้นมาพูดด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ตอนแรกฉันคิดว่าที่คุณฉู่โม่วเอาชนะโจวอวิ๋นในสนามประลองนั่น หลังจบงานประลอง พวกตระกูลโจวคงจะส่งคนมาลอบสังหารเขาแน่ ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นตระกูลโจวจะทำอะไรเลยนี่ ใช่ไหม?”

“นายคิดว่าตระกูลโจวเป็นพวกกล้าขนาดนั้นเลยหรือไง? ฉู่โม่วน่ะเป็นผู้สืบทอดของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ไปแล้ว เจ้าพวกตระกูลโจวน่ะ ถ้าไม่กินเหล้าสักถังสองถังให้เมา ยังไงก็ไม่กล้าหันเขี้ยวเล็บใส่แน่!“

“พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ฉันว่าโจวอวิ๋นดูจะน่าอนาถเหมือนกันนะ อยากข่มเหงผู้อื่น แต่กลายเป็นว่าฉู่โม่วแข็งแกร่งกว่าเสียอย่างนั้น!”

“ก็สมควรโดนแล้วนี่!”

“บางทีตระกูลโจวคงต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้ในอนาคตแล้วมั้ง”

“ในสายตาฉันนะ ฉันคิดว่าตระกูลโจวควรจะรีบมายังวิหารราชันย์เทพยุทธ์แล้วขอโทษกับชดใช้ให้ฉู่โม่วให้เร็วที่สุดเลย ไม่เช่นนั้นหากคนคนนี้เติบโตไปเป็นผู้สืบทอดแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ได้ เมื่อนั้นตระกูลโจวได้ถึงกาลอวสานแน่!”

“ใช่ ๆ !”

เหล่าผู้ปลุกพลังพูดคุยกัน

ตระกูลโจวที่ยิ่งใหญ่ บัดนี้กำลังถูกผู้ปลุกพลังจากทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่กล่าวถึงในแง่เสีย ๆ อยู่

พวกเขากลายเป็นเหยื่อในการรุมถากถางไปแล้ว!

แต่สิ่งที่พวกเขาเหล่านี้พูดก็ไม่เกินจริงนัก ตั้งแต่ที่โจวอวิ๋นพ่ายแพ้ให้กับฉู่โม่ว ตระกูลโจวก็ไม่ทำตัวโดดเด่นขึ้นมาทันที และยิ่งเมื่อชายหนุ่มเข้าร่วมกับวิหารราชันย์เทพยุทธ์ก็ยิ่งทำเสมือนว่าไม่มีตัวตนอยู่มากขึ้นไปอีก ราวกับได้หายไปจากสุดยอดฐานจงไห่แห่งนี้จนหมดแล้ว

ด้วยเหตุนี้ ทั่วทั้งฐานจึงอยู่ในความสงบไปพักใหญ่

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์