บทที่ 240 พลังทำลายล้างโลก และสมบัติกักเก็บพลังจิตวิญญาณ!
ตู้ม!
ระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุดพลันดังสนั่นขึ้น คลื่นสั่นสะเทือนขนาดยักษ์แพร่กระจายออกไปทั่วรัศมีหลายหมื่นกิโลเมตร
ด้วยพลังที่น่าเกรงขามเช่นนี้
พื้นดินหลายหมื่นกิโลเมตรเมตรพลิกกลับด้าน พื้นดินลึกหลายร้อยเมตรลอยขึ้นไปบนฟ้า ต้นไม้ใบหญ้าและก้อนหินล้วนกลายเป็นผุยผง
ยิ่งไปกว่านั้น
ภายในพื้นที่นี้ สัตว์อสูรระดับ 1 นับไม่ถ้วนต้องตายในทันที มีเพียงสัตว์อสูรเหนือระดับ 5 เท่านั้นที่เอาชีวิตรอดมาได้ และพวกมันก็วิ่งหนีเอาชีวิตรอดราวกับว่าเผชิญหน้าเข้ากับภัยธรรมชาติ
นอกจากนี้
เพราะสถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไปจากสุดยอดฐานจงไห่ไม่ไกล การเคลื่อนไหวในบางครั้งก็สัมผัสได้จนถึงที่ฐานเลยทีเดียว
ราชันย์เทพยุทธ์ที่ทรงพลังบางคนออกมาจากการเก็บตัวคนแล้วคนเล่า ดวงตาจับจ้องไปยังทิศทางของการต่อสู้นี้
“มีราชันย์เทพยุทธ์ต่อสู้อยู่ในป่า!”
“เขาเป็นใครกัน?!”
“หรือว่าสัตว์อสูรระดับ 8 ที่เทียบเท่ากับราชันย์เทพยุทธ์นั่นจะเข้ามาใกล้ฐานแล้ว?!”
“ไปดูกันเถอะ!”
พวกเขาต่างไม่มั่นใจจึงพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า กลายร่างเป็นลำแสงบินไปยังตำแหน่งของการต่อสู้
ผู้ปลุกพลังบางส่วนที่สำรวจป่าอยู่แล้ว เพราะอยู่ในระยะใกล้จึงสัมผัสได้ว่าการต่อสู้นี้ดุเดือดและทรงพลังขนาดไหน
ทั้งยังไม่กล้าเข้าไปใกล้และต้องกลับหลังหันหนี
ด้วยความกลัวว่าหากไม่ระมัดระวังตัวอาจโดนลูกหลงจากการต่อสู้ได้และไม่ได้มีโอกาสรอดไปพบใครอีกแล้ว
แต่แม้ว่าจะหนีออกมาไกล พวกเขายังคงจ้องมองโดยไม่กะพริบตา
อย่างไรแล้ว
การต่อสู้ระหว่างราชันย์เทพยุทธ์ผู้แข็งแกร่งอย่างน้อยสองคนนี้ สำหรับพวกเขาแล้ว ภาพนี้หาพบได้ยากยิ่งนักในชั่วชีวิตหนึ่งและไม่อาจพลาดไปได้เด็ดขาด
มันเป็นเรื่องที่ยาวนาน แต่ที่จริงแล้วเป็นเพียงแค่เวลาสั้น ๆ เท่านั้น
ณ ใจกลางของการต่อสู้ในตอนนี้ หลังจากที่ฉู่โม่วและบรรพบุรุษตระกูลโจวต่อสู้กัน ทั้งสองก็กระเด็นลอยกลับหัวออกไปเพราะคลื่นสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัว
“ตายซะ!”
บรรพบุรุษตระกูลโจวยืนหยัดกล่าวโดยไม่ลังเล เขาโจมตีอีกครั้งด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด
“ว่าไงนะ!”
ฉู่โม่วหัวเราะเสียงดังลั่นและพุ่งตรงไปพร้อมกับกระบี่ เลือดและอณูแห่งชีวิต อีกทั้ง 80,000 พลังมังกรพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง
ตู้ม!
ทั้งสองร่างปะทะกันอย่างดุเดือดราวกับว่าท้องฟ้าพังทลายลง ทั่วโลกสั่นสะท้าน และทั้งสองฝ่ายต่างก้าวถอยหลังไป
หลังจากนั้น
ตู้ม!
ตู้ม!
ตู้ม!
ในท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ทั้งสองร่างยังคงปะทะและลอยออกจากกันอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่เข้าปะทะกันจะเกิดระเบิดรุนแรงขึ้น ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนกระจายออกไป
เมื่อเผชิญหน้ากับพละกำลัง 80,000 พลังมังกรหรือกระทั่งมากกว่าก็ไม่มีอะไรต้านทานได้
ห้วงอากาศพังทลายลง บางครั้งจะเกิดกระแสลมแปรปรวนสีดำที่ส่งเสียงหวีดหวิวขึ้น
การต่อสู้ระหว่างฉู่โม่วและบรรพบุรุษตระกูลโจวทำให้ห้วงอากาศอ่อนแอลง
เมื่อมองดูการต่อสู้ที่สามารถทำลายล้างโลกได้เช่นนี้
ห่างออกไปอีกหลายพันกิโลเมตร ผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งจำนวนหนึ่งตกตะลึงและลุกขึ้นยืน หัวใจต่างสั่นสะท้าน
“น่ากลัว! น่ากลัวจริง ๆ !”
“นี่น่ะเหรอการต่อสู้ของราชันย์เทพยุทธ์? นี่มันไม่ใช่สิ่งที่คนจะทำได้ชัด ๆ !”
“เห็นพลังที่ระเบิดเมื่อกี้นี้ไหม? อย่างน้อยก็ต้อง 10,000 พลังมังกรแน่!”
“มากกว่านั้นอีก! อย่างน้อยก็ต้อง 100,000 พลังมังกรแล้ว!”
“ฟังให้ดี!”
“พละกำลัง 100,000 พลังมังกร… ตอนนี้ฉันอยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับสูง พลังกายทะลุขีดจำกัดและไปถึง 600 พลังมังกรแล้ว หลังจากที่เพิ่มพลังชีวิตเป็นสองเท่าก็มี 1,200 พลังมังกร นอกจากนี้ยังมีพรสวรรค์อยู่ในร่างกาย เมื่อโจมตีสามารถปลดปล่อยได้ถึงหลายพันพลังมังกรซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ แต่เมื่อได้เห็นภาพนี้ ฉันรู้แล้วว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน!”
“ฉันควรจะได้เป็นราชันย์เทพยุทธ์ที่แข็งแกร่งผู้มีกายเนื้ออันสูงส่ง… ชีวิตนี้ฉันจะได้เข้าสู่ขั้นราชันย์เทพยุทธ์ไหมนะ?!”
“ทั้งชีวิตนี้คงมีพละกำลังมากขนาดนั้นไม่ได้หรอก!”
“เป็นไปไม่ได้!”
ผู้ปลุกพลังเหล่านี้ต่างพูดคุยกันมากมาย
ผู้ปลุกพลังบางคนต้องตกตะลึงเมื่อสัมผัสได้ว่ามนุษย์ไม่อาจเข้าสู่ระดับขั้นนี้ได้ ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียสติกับจิตวิญญาณ
และผู้ปลุกพลังจำนวนมากต่างก็มุ่งมั่นว่าวันหนึ่งจะไปถึงจุดนั้นได้
แต่ไม่ว่าอย่างไร
ในตอนนี้
พวกเขาตกตะลึงเมื่อเห็นภาพนี้ตรงหน้า
ไม่ต้องสงสัยเลย
ภาพนี้จะฝังอยู่ในหัวใจและไม่อาจลืมมันไปได้อีกเป็นเวลานาน
…
อีกฝั่งหนึ่ง
ตอนนี้ฉู่โม่วต่อสู้กับบรรพบุรุษตระกูลโจวมากว่าหลายร้อยครั้งแล้ว
ทุกครั้งที่ปะทะกัน ทั้งสองจะกระเด็นถอยหลังออกไป
แต่เพราะบรรพบุรุษตระกูลโจวแข็งแกร่งกว่า ตามการคาดการณ์ของฉู่โม่ว เขาจะต้องมีอย่างน้อย 200,000 พลังมังกรเป็นแน่
ดังนั้นแล้ว แม้ว่าชายหนุ่มจะระเบิด 160,000 พลังมังกรด้วยขีดจำกัดที่เพิ่มขึ้นซึ่งเทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับกลางออกไป แต่ละครั้งที่ทั้งสองปะทะกัน ความเสียหายที่ได้รับก็ยังมากกว่าอยู่ดี
เพียงแต่ว่า…
ภายใต้การฟื้นฟูของพรสวรรค์ธาตุไม้ ฉู่โม่วยังสามารถรักษาบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว
เพราะบรรพบุรุษตระกูลโจวไม่มีพรสวรรค์ในการรักษาฟื้นฟู แม้ว่าการปะทะแต่ละครั้งจะทำให้การทำงานของอวัยวะภายในลดลงเล็กน้อย ทว่าการปะทะหลายร้อยครั้งก็ทำให้ภายในได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก
เมื่อทั้งสองปะทะกัน
แสงกระบี่ของฉู่โม่วหยุดนิ่งลงทันที มันกลายเป็นสายพลังชีวิตและจางหายไปกลางอากาศ
ในขณะเดียวกัน
พายุพลังอันน่าสะพรึงกลัวยังคงตรงเข้ามาหาฉู่โม่วอย่างไม่ลดละ
“นี่คือ…”
“พลังจิตวิญญาณเหรอ?!”
เมื่อชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงพายุพลังงานลึกลับก็หรี่ตาลง หัวใจเต้นแรงยิ่งขึ้นในทันใด
‘บรรพบุรุษตระกูลโจวเป็นผู้ใช้จิตวิญญาณเหรอ?!’
ฉู่โม่วคิดอย่างไม่เชื่อสายตา
แต่หลังจากนั้น
เขาก็ปฏิเสธการคาดการณ์
เพราะสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังจิตวิญญาณไม่ได้ออกมาจากร่างของเขา แต่ออกมาจากจานในมือต่างหาก
ตอนนี้
ในสายตาของฉู่โม่ว
จานใบนั้น
คือสมบัติที่กักเก็บพลังจิตวิญญาณเอาไว้ชัด ๆ !
‘บรรพบุรุษตระกูลโจวมีสมบัติของผู้ใช้จิตวิญญาณอยู่จริง ๆ !’
‘เขาไปได้มาจากไหนกัน?!’
‘บนโลกใบนี้ยังมีผู้ใช้จิตวิญญาณที่ทรงพลังคนอื่นอีกเหรอ?!’
ความคิดมากมายเข้ามาในหัว
แต่ในตอนนี้ไม่มีเวลาให้คิดมากนัก
พายุพลังจิตวิญญาณเข้าจู่โจม ฉู่โม่วแทบจะเคลื่อนพลังจิตวิญญาณในสมองทันทีโดยไม่รู้ตัว
แทบจะในเวลาเดียวกัน
ข้างในสมอง
พลังความคิดที่ยิ่งใหญ่รุนแรงยิ่งขึ้นพุ่งเข้าใส่ ทำให้ชายหนุ่มกลายเป็นค้อนขนาดยักษ์ที่ทุบลงไป
ตู้ม!
เมื่อทั้งสองปะทะกัน คลื่นสั่นสะเทือนของอาวุธล่องหนก็กวาดออกไป
ราวกับว่าน้ำแข็งและหิมะกำลังละลาย พายุพลังจิตวิญญาณของบรรพบุรุษตระกูลโจวพังทลายลงทันที ในขณะเดียวกันค้อนพลังจิตวิญญาณของฉู่โม่วยังคงสมบูรณ์แบบและมุ่งหน้าไปหาบรรพบุรุษตระกูลโจว
แค่ในพริบตาเดียว
ร่างกายของชายชราดูเหมือนถูกภูเขาขนาดใหญ่บดขยี้ ร่างกายพังทลายและร่วงลงบนพื้น ทำให้เกิดหลุมลึกอันน่าสะพรึงกลัว
“อัก!”
บรรพบุรุษตระกูลโจวได้รับบาดเจ็บสาหัส เขากระอักเลือดออกมามากมาย แต่ยังคงเงยหน้ามองไปยังฉู่โม่วที่ยืนอยู่กลางอากาศก่อนจะตะโกนลั่น “แก… แกเป็นผู้ใช้จิตวิญญาณ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์