บทที่ 25 รับสมัคร
“คุณหนูหมัวช่างสุภาพจริง ๆ”
ฉู่โม่วโค้งหัวให้เล็กน้อยก่อนจะพูดเข้าประเด็นทันที “แต่มันย่อมต้องมีจุดประสงค์ใดอื่นซ่อนมาด้วยสินะครับ?”
“จริง ๆ ก็มีค่ะ ฉันอยากจะเชิญคุณฉู่โม่วมาเข้าร่วมกับทางเครือหอการค้าหยกแก้วของพวกเรา!”
หมัวซานซานพูดเสริม “แต่ได้โปรดอย่าเข้าใจฉันผิดไป… ฉันไม่ได้สงสัยอะไรในตัวคุณหรอกค่ะ แค่เพราะฉันเผอิญไปเห็นว่าก่อนหน้านี้คุณได้ช่วยเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไว้ที่โถงภารกิจ ฉันก็เลยเกิดความสนใจขึ้นมา”
“เท่าที่ฉันรู้มา ตัวคุณมีคู่หมั้นที่แสนประเสริฐอยู่แล้วคนหนึ่ง แล้วก็รู้มาด้วยว่าชื่อเสียงของคุณที่ด้านนอกนั้นไม่ค่อยจะดีนัก ทุกคนภายนอกต่างคิดว่าคุณเป็นเพียงคนธรรมดาไม่สามารถฝึกพลังกายหรือใด ๆ ได้”
พูดถึงเรื่องนี้
สีหน้าประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นกับใบหน้าของหมัวซานซาน “แต่ดูตอนนี้สิ บางทีวรยุทธ์กับพลังกายของคุณฉู่โม่วอาจจะอยู่ในขั้นผู้ฝึกยุทธ์แล้วก็ได้ ฉันน่ะคิดว่าคุณแข็งแกร่งมาก ๆ แล้วเลยคิดว่าความสามารถคงไม่ด้อยไปกว่าใครเลยด้วย!”
“แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันสนใจเสียทีเดียวหรอกค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าท่านผู้ทรงเกียรติฝึกฝนตนเองอย่างไร แต่ก็ไม่ได้คิดจะขุดหาความลับ ตามที่ฉันได้บอกไว้ว่า ฉันประทับใจที่คุณฉู่โม่วตั้งมั่นที่จะทำตามคำขอของเด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง หัวใจของคุณเป็นสิ่งที่หาได้ยาก”
“ใจดี มีความสามารถ แล้วก็แข็งแกร่ง… ไม่ว่าใครจะมองว่าคุณเป็นอย่างไร ฉันมั่นใจว่าคุณฉู่โม่วคืออัจฉริยะค่ะ”
“และสำหรับอัจฉริยะเช่นนี้ พวกเราเครือหอการค้าหยกแก้วยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่งมาโดยตลอด!”
หมัวซานซานพูดออกมาด้วยน้ำเสียงซื่อตรง
ครั้นฟังคำพูดของเจ้าหล่อน ฉู่โม่วก็ขมวดคิ้วก่อนจะพูดตอบอย่างฉะฉาน “ขอบคุณสำหรับคำชมเหล่านั้นจริง ๆ ครับคุณหนูหมัว แต่ว่า… ผมยังสนุกกับอิสระที่มีอยู่ตอนนี้ เพราะงั้นก็เลยยังไม่มีความคิดที่จะเข้าร่วมกับฝ่ายไหนน่ะครับ”
ฉู่โม่วเลือกที่จะปฏิเสธไปตรง ๆ
ตัวเขานั้นมีระบบกลืนกินเป็นตัวช่วยอยู่แล้ว ดังนั้นเขาสามารถเติบโตได้ด้วยตนเองไปทีละนิด ๆ
การเข้าร่วมกับฝ่ายใด สำหรับเขาแล้วมันจะทำให้ตัวเองทำอะไรไม่สะดวกสักเท่าไหร่
การเสียอิสระนั่นแหละ ที่ทำให้เขาใช้ชีวิตลำบาก
“อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไปค่ะ”
ดูเหมือนว่านี่เองก็จะอยู่ในการคำนวณของหญิงสาวมานานแล้วเหมือนกัน เพราะหลังจากที่ได้ยินคำพูดของฉู่โม่วแล้ว หมัวซานซานก็ไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแต่อย่างใด “ทางที่ดีคุณฉู่โม่วควรจะฟังฉันให้จบเสียก่อน”
หมัวซานซานหยุดพูดไปครู่หนึ่งแล้วถามกลับ “เครือหอการค้าหยกแก้วของฉันเป็นกองกำลังระดับหนึ่งในฐานลู่หยางแห่งนี้ แม้แต่ผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งยังต้องยอมให้ความเคารพแก่พวกเรา จุดนี้คุณฉู่โม่วรู้หรือเปล่าว่าทำไม?”
ฉู่โม่วแสดงสีหน้าอยากรู้ออกมาแทนคำตอบของตน
“นั่นก็เพราะว่าเครือหอการค้าหยกแก้วไม่ใช่สิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฐานลู่หยางยังไงล่ะคะ!”
เธอพูดเสียงดัง “กองกำลังหลักของพวกเราตั้งอยู่ที่ฐานจินหลิงที่อยู่ห่างจากฐานลู่หยางถึงพันหกร้อยกว่ากิโลเมตร!”
ไม่เกินจากที่คาดไว้สักเท่าไหร่ ตอนนี้ฉู่โม่วเหมือนจะเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างแล้ว
“เครือหอการค้าหยกแก้วที่ตั้งอยู่ภายในฐานลู่หยางแห่งนี้เป็นเพียงสาขาย่อยของธุรกิจของพวกเรา ส่วนฉันที่รับหน้าที่ดูแลที่นี่มาตั้งแต่ต้นก็จะเป็นคนคอยเฟ้นหาเหล่าผู้ที่มีความสามารถ และมอบข้อเสนอให้พวกเขาสองทางเพื่อที่จะให้มาอยู่กับพวกเรา”
“อย่างแรกก็คือ เข้าร่วมเป็นกองกำลังเดียวกัน เพลิดเพลินไปกับผลประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน และสวัสดิการมากมายจากพวกเรา แต่นั่นก็หมายถึงคนคนนั้นจะต้องผูกมัดอยู่กับเครือหอการค้าหยกแก้วและอยู่ภายใต้ข้อบังคับต่าง ๆ ด้วย… ในเมื่อคุณฉู่โม่วไม่อยากจะยอมรับข้อเสนอนี้ ฉันในฐานะผู้ดูแลเครือหอการค้าหยกแก้ว ก็ยังมีอีกข้อเสนอ และหวังว่าคุณจะชอบมัน!”
“นั่นคือการร่วมมือกันค่ะ!”
คราวนี้หัวใจของฉู่โม่วเหมือนถูกกระตุ้นให้เกิดความสนใจ เขาถาม “ร่วมมือที่ว่านั่น…”
“คุณฉู่โม่วจะกลายมาเป็น ‘พันธมิตร’ ของเครือหอการค้าหยกแก้วของพวกเรา โดยพันธมิตรจะไม่ถูกควบคุมด้วยข้อบังคับใด ๆ นอกจากนี้ทางเครือของพวกเราก็จะตอบแทนด้วยการมอบหินปฐมกาลจำนวนหนึ่งให้ทุก ๆ เดือน มอบการดูแล รวมถึงหากเครือของเรามีของหายากใด ๆ ก็จะเชิญชวนคุณมาดูสิ่งเหล่านั้นก่อน หากว่าต้องการก็จะเสนอราคาพิเศษให้ด้วย ไม่เพียงเท่านี้ คุณฉู่จะได้รับส่วนลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์สำหรับซื้อของจากร้านค้าใดก็ตามที่อยู่ภายในเครือหอการค้าหยกแก้วด้วยนะคะ!”
“ที่สำคัญ คุณฉู่โม่วสามารถทำสิ่งที่ทำเป็นปกติได้ ทางเครือของพวกเราไม่บังคับอะไรทั้งนั้น”
“แต่คุณฉู่โม่วเพียงต้องช่วยเครือหอการค้าหยกแก้วจัดการอะไรสักอย่างเป็นอย่างน้อยในทุก ๆ ปี แน่นอนว่าสิ่งนี้เราจะไม่มอบหมายให้หรอกนะคะ คุณสามารถเลือกปฏิเสธและเปลี่ยนภารกิจใหม่ได้ด้วยตนเองเลย!”
พูดไปเช่นนั้นแล้ว หมัวซานซานก็มองไปยังฉู่โม่วอีกครั้งด้วยแววตาเป็นประกาย “คุณฉู่โม่ว คิดยังไงกับข้อเสนอนี้คะ?”
สิ่งที่หญิงสาวคนนี้พูดนั้น ฉู่โม่วเข้าใจได้เป็นอย่างดี
ด้วยความสัตย์จริง
นี่มันสุดยอดไปเลย!
เครือหอการค้าหยกแก้วแข็งแกร่งเพราะพวกเขามีเหล่าอัจฉริยะมากมายอยู่ในกำมือ พวกเขาหาคนเหล่านี้มาเสริมทัพเรื่อย ๆ ขนาดที่แม้ว่าอัจฉริยะคนนั้นจะไม่ประสงค์เข้าร่วม พวกเขาก็ยังมีวิธีอื่นรองรับเพื่อที่จะสร้างสัมพันธไมตรีอันดีงามกับอัจฉริยะเหล่านั้น
และด้วยวิธีดังกล่าว
ว่ากันตามตรง
มันทำให้ฉู่โม่วสนใจไม่น้อยเลย
แต่ท่าทีและหัวใจที่กว้างขวางของหญิงสาวที่แสดงออกมา ก็ทำให้เขาอดที่จะชื่นชมเธอไม่ได้
ในทันที เขาตอบกลับ “ถ้างั้นก็ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ!”
หลังจากพูดคุยกันต่ออีกนิดหน่อย เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มจะใช้เวลานานเกินไปแล้ว ฉู่โม่วจึงตัดสินใจอำลา
ภายหลังจากที่เขาออกมา
ห้องรับร้องพลันกลับเงียบสงบ
หญิงชราที่ไม่ได้พูดอะไรเลยมาตั้งแต่ต้นก็เริ่มปริปากพูดขึ้น “คุณหนูคะ ถึงแม้ว่าฉู่โม่วจะเป็นคนจิตใจดีและมีพลังที่กล้าแกร่ง แต่ยังไงเสียเขาก็ยังเป็นแค่อัจฉริยะในฐานเล็ก ๆ แห่งนี้นะคะ ทำไมท่านถึงพยายามที่จะว่าจ้างเขาที่มาจากฐานเล็ก ๆ เช่นนี้กัน? ไม่ลังเลที่จะใช้โควต้าของพันธมิตรหน่อยหรือคะ?”
เธอค่อนข้างงุนงง
แน่นอนว่าเธอเองก็มองว่าฉู่โม่วเป็นคนดีเหมือนกัน
แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคนที่น่าลงทุนด้วยขนาดนั้น
“อาวุโสโจว ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่ง แต่คุณกลับมองไม่เห็นความพิเศษของฉู่โม่วหรอกเหรอคะเนี่ย?”
หมัวซานซานลุกขึ้นยืนและพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนิ่ม “คุณเองก็รู้ใช่ไหม ว่าฉันตื่นขึ้นมาพร้อมความสามารถพิเศษสองอย่าง หนึ่งคือความสามารถด้านวิชากระบี่ และสองก็คือตัวช่วยพิเศษของฉัน”
“ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันเห็นฉู่โม่วในร้านค้าของเรา ฉันก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างในตัวเขาได้ ก็เลยตัดสินใจเชิญเขาขึ้นมา”
“รู้หรือเปล่าคะว่าฉันอยากจะพูดอะไร?”
หญิงสาวเดินไปยังหน้าต่างช้า ๆ มองฉู่โม่วที่กำลังกลับออกจากร้านของเธอไปและพูดต่อ “ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่คุ้นเคยจากเขา”
“หรือถ้าจะให้พูดง่าย…”
“ฉันกับเขาเหมือนกันค่ะ”
เสียงของเธอนั้นไม่ได้ดัง
แต่ภายในโสตประสาทของหญิงชราแห่งสกุลโจวนี้ มันดังราวกับสายฟ้าฟาดที่ทำเอาเธอช็อกไปทั้งยืนได้เลย
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์