เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 257

บทที่ 257 การตัดสินใจของเฉียนเหิง ส่งต่อตราอัสนีบาตคำรนมาแล้ว!

เรื่องมันผิดคาดไปแบบสุด ๆ

ราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดที่ชื่อเสียงในด้านความแข็งแกร่งระบือลือไกลไปทั่วทั้งเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับต้องมาตายเช่นนี้

ต่อหน้าต่อตาพวกเขาทุกคน เขาถูกผู้ปลุกพลังหนุ่มสังหารภายในสามกระบี่เท่านั้น

โดยไม่สามารถต้านทานอะไรได้เลย

ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

ทั่วทั้งตระกูลเฉียน แม้แต่ทั่วทั้งเมืองหยวนซานต่างตกอยู่ในความเงียบสงัดไปชั่วขณะ

ด้านฉู่โม่ว

ในตอนนี้ เขากำลังเดินตรงไปยังร่างของราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดและหยิบเอากระเป๋าเก็บของของอีกฝ่ายขึ้นมา

เปิดออกและมองของข้างใน

ภายในนั้นมีสมบัติแห่งโลกและสวรรค์มากมายรวมถึงหินปฐมกาลอยู่เป็นจำนวนมาก เพียงมองแค่นี้ก็รู้แล้วว่ามีมูลค่าไม่ใช่น้อย ๆ

จากนั้น

ฉู่โม่วก็หันไปมองยังร่างของราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดที่นอนอยู่บนพื้น

เหตุผลที่เขาสังหารคนคนนี้ ก็เพราะพลังธาตุมืดในตัวอีกฝ่าย แต่เพราะตอนนี้ระบบกลืนกินของเขายังไม่พร้อมใช้งาน เขาจึงจำเป็นต้องเก็บร่างนี้ไว้ในมิติพกพาเสียก่อน รอเวลาที่พร้อมแล้วค่อยกลืนกินทีหลัง

หลังจากที่เก็บร่างนั้นเข้าไป ฉู่โม่วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ในตอนนี้

เฉียนเหิงและคนอื่น ๆ เริ่มได้สติกันแล้ว

“ขอบคุณคุณฉู่มากจริง ๆ ที่ช่วยกำจัดราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดและหยุดยั้งการล่มสลายของตระกูลเฉียน บุญคุณในครั้งนี้ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าจะทดแทนได้อย่างไร!”

เขาเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าฉู่โม่ว แสดงความเคารพและขอบคุณอย่างจริงใจ

“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ผมเองก็ต้องขอบคุณที่ไว้วางใจกันนะครับ”

ฉู่โม่วพูดด้วยรอยยิ้ม

เฉียนเหิงส่ายหน้าอีกครั้งและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณฉู่จะถ่อมตนมากไปแล้วครับ สำหรับคุณนี่อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่สำหรับพวกเรา นี่มันยิ่งใหญ่มาก ๆ เลยครับ!”

น้ำเสียงของเขาอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้น

ในตอนแรก เขาคิดว่าฉู่โม่วนั้นมีพลังเพียงแค่ราชันย์ยุทธ์ระดับต้นเท่านั้น ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกผิดหวังขึ้นมาในใจเล็กน้อย จนเขาเคยต่อว่าหวังเฉิงในใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายเกรงกลัวพลังของราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดเสียจนไม่กล้ามาเผชิญหน้า

แต่ใครกันจะไปคาดคิด

ฉู่โม่วที่อยู่แค่ระดับราชันย์เทพยุทธ์ที่เรียกได้ว่า “ระดับพลังต่ำ” จนไม่สามารถทำอะไรได้ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่เพียงแค่เขาขยับตัวกลับแสดงพลังที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ออกมา แสดงว่าเขาคนนี้ต้องแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับราชันย์เทพยุทธ์ และยังเต็มใจช่วยตระกูลเฉียนของเขาด้วย!

‘โชคดีจริง ๆ ที่ไม่ได้พูดอะไรต่อหน้าคุณฉู่ในตอนนั้น ถ้าขืนเขาไม่พอใจละก็ ตระกูลเฉียนของฉันคงไม่รอดแน่!’

คิดได้เช่นนั้น

เขาก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณฉู่โม่วมากขึ้นไปอีก

“คุณฉู่ครับ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ตระกูลเฉียนของฉันรอดพ้นอันตรายมาได้ พวกเขาจึงอยากจะจัดงานเลี้ยงให้ที่คฤหาสน์คืนนี้ให้คุณน่ะ ขอเชิญคุณฉู่มาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย!”

เฉียนเหิงกล่าวเชิญอย่างจริงใจ

ได้ยินอย่างนั้น

ฉู่โม่วก็ครุ่นคิดนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้าตกลง “ด้วยความยินดีครับ”

ข่าวคราวเรื่องการตายของราชันย์ยุทธ์เงามืดกระจายไปทั่วทั้งเมืองหยวนซาน ไม่เพียงเท่านั้น มันยังกระจายไปยังพื้นที่รอบข้างด้วย

ผู้ปลุกพลังทุกคนแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่พวกเขาได้ยินมาในตอนแรก

ราชันย์ยุทธ์เงามืดเลยนะ!

คนคนนี้แข็งแกร่งถึงขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับสูงแล้ว ไหนจะมีความเชี่ยวชาญในด้านการลอบสังหาร เขาสามารถสังหารได้แม้กระทั่งผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์มาแล้วตั้งหลายคน

แต่เขากลับถูกฆ่าตายเสียเองในเมืองหยวนซานงั้นเหรอ!?

มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน!

ไม่ว่าพวกเขาจะไม่อยากเชื่อเรื่องที่ได้ยินมาเพียงไหน แต่ก็มีผู้ปลุกพลังหลายคนยืนยันว่าราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดนั้นถูกฆ่าตายโดยกระบี่จริง ๆ พวกเขาจึงเริ่มเชื่อในเรื่องนี้ขึ้นมา

นอกจากนี้

สิ่งที่ทำให้หลายกองกำลังจากเมืองหยวนซานและคนอื่น ๆ ต่างหวาดระแวงกันทั้งนั้น

คือการที่ราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดถูกใครก็ไม่รู้ที่แข็งแกร่งกว่าขั้นราชันย์เทพยุทธ์สังหารต่างหาก นี่มันหมายความว่า… ตระกูลเฉียนมีราชันย์เทพยุทธ์คอยหนุนหลังอยู่งั้นเหรอ!?

“ผู้นำตระกูลเฉียน เฉียนเหิงเป็นราชันย์ยุทธ์ระดับสูง ตระกูลเฉียนก็เป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองหยวนซาน แต่ไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าเบื้องหลังตระกูลนี้ยังมีคนหนุนหลังเป็นผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งเหนือกว่าระดับราชันย์เทพยุทธ์อยู่อีก! บ้าไปแล้ว ”

“พูดถึงเรื่องนั้นแล้ว ฉันก็สงสัยว่าทำไมตระกูลเฉียนถึงได้โชคดีมีคนระดับราชันย์เทพยุทธ์มาคอยหนุนหลังได้ล่ะ?”

“นายไม่รู้เหรอว่าผู้นำตระกูลอย่างเฉียนเหิงน่ะ ชอบผูกมิตรกับผู้คนไปทั่ว บางทีราชันย์เทพยุทธ์คนนี้เองก็อาจจะเป็นคนที่ผู้นำตระกูลเฉียนไปผูกมิตรไว้ก็ได้!”

“จะว่าไปก็น่าขำอยู่นะ ที่ผู้นำตระกูลเฉียนผูกมิตรไปทั่วจนแทบจะเป็นมิตรกับคนทั้งโลกแล้ว เขามีพันธมิตรมากมายแท้ ๆ แต่พอราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดปรากฏตัวขึ้นมา คนที่ตัวเองเรียกว่าพันธมิตรกลับไม่กล้าเสนอหน้าออกมาช่วย จนราชันย์เทพยุทธ์คนนี้ต้องลงมือช่วยเหลือตระกูลเฉียนเอง บางทีป่านนี้พวกนั้นคงกำลังนอนเสียใจหลังรู้ข่าวแล้วมั้ง!”

“ก็สมควรแล้ว ทำตัวเป็นหมาป่ากระหายเลือดหวังผลประโยชน์อย่างเดียวแบบนั้นน่ะ!”

“จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว ยังไงซะนี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อผลประโยชน์ของคนอื่นสักเท่าไหร่หรอก การที่พวกเขาไม่อยากตาย มันก็ไม่ใช่การเห็นแก่ตัวอะไร แต่ก็นั่นแหละ หลังเรื่องนี้จบลง คนพวกนั้นคงไม่กล้ามาสู้หน้าตระกูลเฉียนอีกแน่นอน”

“ใช่ ๆ”

“ผลลัพธ์จากการต่อสู้ครั้งนี้ คงจะทำให้ตระกูลเฉียนเติบโตไปได้อีกขั้นแน่ ๆ”

ภายในเมืองหยวนซาน ผู้ปลุกพลังมากมายและหลายฝ่ายต่างก็พูดคุยกันถึงเรื่องนี้

พวกเขาดูจะเคารพตระกูลเฉียนกันมากกว่าเดิมอยู่บ้าง

ตะวันลับฟ้า…

ในขณะที่ทั่วทั้งเมืองกำลังตกตะลึงอยู่กับข่าวการตายของราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืด

ในตอนนั้น ที่คฤหาสน์ตระกูลเฉียน แสงสว่างกำลังสาดส่องไปทั่ว

หลังจากเรื่องวุ่นวายถูกคลี่คลายลง ตระกูลเฉียนก็ได้จัดงานเลี้ยงครั้งใหญ่ที่คนนอกไม่ได้ถูกรับเชิญ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงภายในที่มีแต่คนในตระกูลจริง ๆ มาร่วมเฉลิมฉลอง

ณ โถงกลางคฤหาสน์ตระกูลเฉียน ผู้นำตระกูลและเหล่าผู้อาวุโสรวมไปถึงฉู่โม่วกำลังพากันดื่มด่ำกับอาหารยามค่ำคืนนี้อยู่

ที่โต๊ะอาหาร

แก้วไวน์บนโต๊ะถูกรินเพิ่มแล้วเพิ่มอีกเพื่อกล่อมเกลาบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความครื้นเครง

พอดื่มไวน์แก้วที่สาม

เฉียนเหิงก็หันไปพูดกับฉู่โม่วด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณฉู่ ฉันต้องขอบคุณจริง ๆ ที่คุณได้ช่วยปกป้องตระกูลเฉียนของฉันเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่รู้จะตอบแทนคุณอย่างไรดี สิ่งนี้เองก็ถือเป็นสิ่งเล็กน้อยมากที่ฉันพอจะทำให้ได้… เพราะงั้นได้โปรดรับมันไว้ด้วยเถอะนะครับ”

พูดจบ

เขาก็หันไปหยิบเอาบางสิ่งบางอย่างออกมาจากกระเป๋าและวางมันลงตรงหน้าฉู่โม่ว

“ผู้นำตระกูลเฉียน นี่คุณ…”

เห็นใบหน้าของเหล่าคนตระกูลเฉียนดูมีความสุข ฉู่โม่วก็อดนิ่งดูดายไม่ได้

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้นจึงเปิดมิติพกพา ก่อนหยิบเอาสมุดหยกเล่มหนึ่งออกมา “ผมเห็นว่าคนในตระกูลเฉียนส่วนใหญ่ฝึกฝนกระบวนท่าฝ่ามือกัน เพราะงั้น นี่คือกระบวนท่าฝ่ามือระดับแพลทินัมครับ ผมขอมอบไว้ให้ตระกูลเฉียน”

กระบวนท่าระดับแพลทินัม?

ได้ยินเช่นนั้น เฉียนเหิงและคนอื่น ๆ ภายในโถงก็พากันตกตะลึง

ถึงแม้ว่าตระกูลเฉียนจะเลื่องลือเรื่องกระบวนท่าฝ่ามือก็จริง แต่ระดับสูงที่สุดที่พวกเขามีก็เป็นเพียงระดับทองเท่านั้น แถมกระบวนท่าระดับทองที่ว่าก็ไม่ใช่ระดับสูงที่สุดในระดับนั้น ๆ ด้วย!

ทว่าฉู่โม่วกลับมีสิ่งนี้ กระบวนท่าฝ่ามือระดับแพลทินัม!

“ส สิ่งนี้… มันมีค่ามากเกินไป!”

เฉียนเหิงรู้สึกกลัวที่จะรับสิ่งนี้ไว้

“รับไว้เถอะครับ กระบวนท่าประเภทนี้ไม่เหมาะกับผมอยู่แล้ว” ฉู่โม่วจับสมุดหยกเล่มนั้นยัดลงไปในมือเฉียนเหิงโดยตรง

เห็นแบบนั้นแล้ว

เฉียนเหิงก็ไม่สามารถเสแสร้งทำเป็นไม่อยากได้ต่อไปได้อีก ยังไงเสีย กระบวนท่าระดับแพลทินัมนี้ก็ถือว่ามีค่ากับตระกูลของพวกเขาเป็นอย่างมาก

เพราะงั้น เมื่อได้มาเขาจึงรีบเก็บสมุดหยกเล่มนี้เข้าไปในกระเป๋าเก็บของอย่างระมัดระวังที่สุด จากนั้นก็โค้งคำนับให้ด้วยความเคารพพร้อมกับพูดขอบคุณ “ขอบคุณจริง ๆ คุณฉู่”

จากนั้น

งานเลี้ยงดำเนินต่อไป

ยิ่งเวลาผ่านไป บรรยากาศภายในงานเลี้ยงก็ยิ่งมีสีสันมากยิ่งขึ้น และไม่ได้ลดลงเลยจนกระทั่งดวงจันทร์ตระหง่านขึ้นกลางฟากฟ้า

คฤหาสน์ตระกูลเฉียน ภายในห้องที่สะอาดและเงียบสงบ

ฉู่โม่วกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในนั้น

ตรงหน้าเขาคือสมบัติสีดำสนิท

“จากที่เฉียนเหิงพูดไว้ เขาได้ตรานี้มาจากเขตแดนลึกลับแห่งหนึ่ง”

“เขตแดนลึกลับนั้นเต็มไปด้วยสายฟ้าฟาดที่รุนแรง ทำให้ตรานี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์แห่งสายฟ้า ถ้าสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้นั้นถูกต้อง บางทีนี่อาจจะเป็นสื่อกลางหรือกุญแจเพื่อไปยังแดนโชคชะตาภายในเขตแดนลึกลับได้”

“แต่ตอนที่ได้ตรานี้มา เขาบาดเจ็บสาหัสจนไม่กล้าเดินทางต่อไป จึงตัดสินใจที่จะกลับออกมาก่อน”

คิดถึงสิ่งที่เฉียนเหิงพูดไว้ในงานเลี้ยง ฉู่โม่วก็พูดพึมพำกับตนเอง

ในสายตาของฉู่โม่ว

การคาดเดาของเฉียนเหิงน่าจะไม่ผิดพลาดแน่ ๆ

และถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็ไม่น่าแปลกใจเลยหากสถานที่นั้นจะมีสมบัติแห่งโลกและสวรรค์ที่อัดแน่นไปด้วยพรสวรรค์แห่งสายฟ้ามากมายหลายชิ้น หรือแม้แต่… มรดกแห่งอัสนีบาตคำรน

‘ในเมื่อธาตุสายฟ้าของฉันกลายเป็นอัสนีบาตคงกระพันไปแล้ว มันเลยถูกหยุดไว้ที่ระดับ 5 จนถึงตอนนี้พลังสายฟ้าของฉันก็แทบจะไม่สูงขึ้นไปกว่าเดิมเลย’

‘บางทีครั้งนี้ อาจจะเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ธาตุสายฟ้าของฉันแข็งแกร่งขึ้นอีก!’

คิดได้เช่นนั้น

ฉู่โม่วก็ตัดสินใจจะออกจากที่นี่ในวันพรุ่งนี้ และไปตามหาเขตแดนลึกลับนั้นให้เจอ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์