เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 266

บทที่ 266 อสนีบาตไหลเข้าสู่ร่างกาย เปิดจุดฝังเข็มและจุดตันเถียน!

“ในที่สุดก็กำจัดไปได้ซะที!”

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสิ้นลมหายใจ ฉู่โม่วจึงปลดภาพลวงตาอีกาสุริยันออก ก่อนจะแสดงสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“พลังจิตยังแข็งแกร่งไม่พอ!”

‘ถ้าสามารถสร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณขึ้นมาเองได้ ตอนที่เผชิญหน้ากับอสูรสีทองตนนี้ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องใช้มันตราเลย แถมยังสังหารมันได้ด้วยพลังจิตเพียงอย่างเดียว!’

‘ดูเหมือนว่าตอนฉันกลับไปที่ฐานคราวนี้จะต้องฟื้นฟูร่างกายให้เร็วที่สุด แล้วก็สร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณของตัวเองซะแล้ว!’

ฉู่โม่วคิดในใจ

ต่อมา

เขาเพ่งสายตาไปยังหน้ากาก

ด้วยการตายของอสูรสีทอง ประตูก็ได้ปรากฏขึ้นยังเบื้องหลังของเขา

ฉู่โม่วเดินตรงเข้าไปทันที

เมื่อเข้าไปแล้ว ก็พบกับอาคารแออัดตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า แต่ละหลังล้วนมีคานแกะสลักอย่างวิจิตร ดูเป็นสถานที่สำคัญของที่นี่

ด้านใน ฉู่โม่วเห็นแท่นศิลาซึ่งจารึกคำว่า ‘ดินแดนแห่งวิญญาณสายฟ้า’ ตั้งอยู่

“ดินแดนแห่งวิญญาณสายฟ้า… หมายความว่าไง”

เขาพึมพำ

เขาไม่รู้เลยว่าที่แห่งนี้เป็นสถานที่แบบไหนกันแน่

สิ่งเดียวที่สามารถบอกได้ตอนนี้ก็คือ น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับพรสวรรค์ธาตุสายฟ้า

ฉู่โม่วเดินผ่านมันไป

ในที่สุดเขาก็เข้ามาในอาคารอย่างไม่รู้ตัว

มันเป็นห้องโถงขนาดใหญ่

ภายในโถงนั้นว่างเปล่า หลังจากที่ลองสำรวจอย่างระมัดระวังแล้ว ฉู่โม่วพบว่ามันไม่มีอะไรอยู่เลย เขาจึงเดินออกไปเพื่อเดินต่อไปยังอาคารอีกหลัง

ครั้งนี้เขาได้พบกับสมบัติ

มันเป็นหนังสือหยกชุดหนึ่งประมาณสิบเล่ม ทั้งหมดเป็นคัมภีร์วิทยายุทธ์และคัมภีร์กระบวนท่า โดยมีตั้งแต่ระดับเงินไปจนถึงระดับทอง และมีกระบวนท่าระดับแพลทินัม

ตอนนี้ฉู่โม่วมีกระบวนท่าระดับแพลทินัมอยู่จำนวนมาก สิ่งเหล่านี้จึงไม่ถือว่าล้ำค่าสำหรับเขา เขาเหลือบมองมันเพียงเล็กน้อย ก่อนจะโยนมันเข้าไปในที่เก็บของ

“หาต่อไป!”

เขาเริ่มกวาดตามองไปรอบ ๆ อาคารสลับซับซ้อน

ภายในห้องโถงด้านข้าง ฉู่โม่วพบกับชั้นวางหนังสือ แต่มันไม่ใช่คัมภีร์กระบวนท่าใด ๆ หากเป็นนิทานปกรณัมซึ่งส่วนใหญ่เล่าถึงตำนานโบราณต่าง ๆ แน่นอนว่าสำหรับเขามันไม่ใช่ของมีค่าอะไรในยามนี้

กระนั้น

ด้วยหลักการของนักรื้อค้นในตำนานอย่างเขา ฉู่โม่วก็เลือกที่จะเก็บมันไว้ในช่องเก็บของแม้จะไม่เห็นความสำคัญ เขาคิดว่าหากมีเวลาในอนาคต อาจจะได้ลองอ่านมันสักครั้ง เผื่อจะได้ข้อมูลบางอย่างที่เป็นประโยชน์

เขาออกสำรวจต่อ

ภายในสถานที่อื่นเช่นห้องปรุงยา ฉู่โม่วพบขวดยามากกว่าสิบขวดซึ่งมีเม็ดยาอยู่ห้าเม็ด แน่นอนว่าเขาไม่มีความรู้ในเรื่องฤทธิ์และสรรพคุณจากสมุนไพรมากนัก เขาจึงคิดว่าจะนำมันไปถามราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานเพื่อสกัดพลังภายในยา

เวลาเคลื่อนคล้อยไป

ไม่นานก็ผ่านไปแล้วครึ่งวัน

ฉู่โม่วสำรวจทุกอาคารจนครบถ้วนและสะสมสมบัติได้มากมาย เท่าที่ประเมินได้ พวกมันน่าจะมีมูลค่าอยู่ราว ๆ หินปฐมกาลคุณภาพต่ำจำนวนล้านล้านก้อน

นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรวิญญาณที่เขาไม่รู้จัก ยาวิญญาณและวัตถุดิบอื่น ๆ ที่เขาไม่คุ้นเคย แต่ก็พอจะรู้ว่ามันล้ำค่าอยู่บ้าง

การสำรวจนี้ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกดีใจ

ตอนนี้เหมือนว่าเขาจะมีทรัพย์สินรวม ๆ เท่ากับหินปฐมกาลล้านล้านก้อนในกระเป๋า ใครกันจะกล้าดูถูกความมั่งคั่งนี้

“อาคารโดยรอบถูกค้นจนหมดแล้ว เหลือแต่โถงหลังใหญ่เป็นที่สุดท้าย!”

ฉู่โม่วตรงไปยังด้านหลังของอาคาร เพื่อไปหยุดอยู่ตรงหน้าโถงใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านและตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา

มันเป็นโถงสูงที่สุดและใหญ่ที่สุดในบรรดาอาคารทั้งหมด ภายนอกทำจากวัตถุแปลกตาสีม่วง และปลดปล่อยพลังที่รุนแรงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึงพลังสายฟ้า เขาอดไม่ได้ที่จะมองมันด้วยความหวั่นใจ

ตอนนั้นเอง ประตูของห้องโถงได้เปิดออก พร้อมกับที่ฉู่โม่วก้าวเข้าไป

ทันทีที่ฝ่าเท้าย่างลงบนพื้นด้านใน

เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

[ที่นี่คือดินแดนแห่งสมบัติจิตวิญญาณอัสนี หลักจากผ่านการทดสอบทั้งสามครั้ง ท่านก็จะได้รับสมบัติชิ้นสุดท้าย!]

[ท่านผู้ปลุกพลัง ท่านต้องการทดสอบหรือไม่]

เป็นเสียงที่กระหึ่มไปทั่วห้องโถง

พอเสียงนี้เงียบลง

ฉู่โม่วก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย อย่างไรเสียเขาก็มาที่นี่ด้วยหวังว่าจะได้สมบัติชิ้นสุดท้ายอยู่แล้ว

“เริ่มได้!”

ตึ้ง!

ทันใดนั้น ฉู่โม่วพลันรู้สึกถึงบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนไป จากห้องโถงกว้างกลายเป็นลานยกพื้นสูง เมฆมัวทะมึนก่อตัวขึ้นเหนือเบื้องบน มองเห็นสายฟ้าพาดผ่านเมฆดำได้เลือนราง

[การทดสอบแรกคือพายุอัสนีบาต ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงจึงจะผ่านเข้ารอบ สองชั่วโมงอยู่ในระดับยอดเยี่ยม และห้าชั่วโมงอยู่ในระดับที่สมบูรณ์แบบ รับรู้ไว้ว่าความรุนแรงของคลื่นอัสนีบาตจะแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา มันจะรุนแรงขึ้น ขอให้ท่านรู้ขีดจำกัดของตัวเอง!]

เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

ไม่นานหลังจากนั้น

เปรี้ยง!

เกิดเสียงกังวานราวกับแผ่นดินเลื่อนลั่น ทันใดนั้นสายฟ้าสีม่วงก็ปรากฏจากหมู่เมฆและพุ่งตรงมาทางฉู่โม่ว

ตอนนั้น

ไม่มีที่ใดให้หลบซ่อน ฉู่โม่วทำได้เพียงต้านพลังไว้

เขารวบรวมเลือดและอณูแห่งชีวิตทั้งหมดให้แล่นสู่เส้นลมปราณ ก่อนจะเปิดใช้พลังพรสวรรค์ธาตุดินระดับดาราลับฟ้า

หน้ากากสีกากีชิ้นหนึ่งพลันลอยขึ้นมาและประกอบติดกับเรือนกาย

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

สายฟ้าฟาดลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า พลังอันน่าสะพรึงหลั่งไหลสู่ร่างกาย ซึมลึกถึงกระดูก สร้างความเสียหายทางกายภาพอย่างมาก

แต่โชคดีที่เขามีพรสวรรค์ธาตุดิน และพลังป้องกันจากธาตุดิน ทำให้ไม่มีความเสียหายใดเกิดขึ้นแม้ปลายเล็บ

อีกทั้ง

ฉู่โม่วสัมผัสได้ว่า

ยามใดที่สายฟ้าตกสู่ร่างกายของเขา พลังสายฟ้าที่บริสุทธิ์จะโหมกระหน่ำอยู่ภายใน และจุดฝังเข็มในร่างกายจะดูดซับพลังนั้นเอาไว้ ทำให้มันแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

การค้นพบนี้ทำให้ฉู่โม่วประหลาดใจ

‘หรือว่านี่… ‘

เสียงเตือนผ่านการทดสอบดังขึ้นเช่นเคย มันถามถึงคำถามเดิมอีกครั้ง

แน่นอนว่าฉู่โม่วยังคงเลือกที่จะทดสอบต่อ

ทว่า…

คราวนี้ พลังสายฟ้ารุนแรงขึ้นอีกหลายเท่า แม้แต่ลำแสงสีทองยังปรากฏขึ้นจาง ๆ ในแสงสีม่วงของอสนี

แม้ว่าฉู่โม่วจะมีพลังพรสวรรค์ธาตุดิน แต่ความแข็งแกร่งนี้มันยากจะทนได้ไหว ในที่สุดร่างกายของเขาก็เริ่มได้รับบาดเจ็บ

แต่โชคยังดี

เขายังมีพลังพรสวรรค์ธาตุไม้ที่ช่วยเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

ดังนั้นฉู่โม่วจึงยังสามารถตั้งสมาธิ และฝึกฝนคัมภีร์ชีพจรวิญญาณเทวะต่อไป

เวลาผ่านไปสามชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว

ในยามนี้ ฉู่โม่วฝึกฝนและต้านทานต่อพลังสายฟ้ามาร่วมห้าชั่วโมงแล้ว

[ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้ปลุกพลัง ท่านผ่านบททดสอบพายุอัสนีบาตมาได้ 5 ชั่วโมงเต็ม และได้รับการประเมินให้อยู่ในระดับสมบูรณ์แบบ การท้าทายทั้งหมดสิ้นสุดแล้ว โปรดเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับบททดสอบต่อไป!]

เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

ทันใดนั้น ฉู่โม่วก็เห็นว่าตนกลับมายังห้องโถงอีกหนหนึ่ง

“ทำไมจบไวแบบนี้นะ!”

ฉู่โม่วที่ยังคงหมกมุ่นกับการเปิดจุดฝังเข็มรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่การฝึกยังไม่สำเร็จ

พายุอัสนีบาตนั่นทรงพลังมาก

อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาเปิดจุดฝังเข็มได้มากถึง 39 จุด!

อย่างที่ทราบกันดีกว่าจุดฝังเข็มแต่ละจุดมีพลังเท่ากับ 1 ใน 20 ของพลังที่อยู่ในจุดตันเถียนของจริง ดังนั้นจุดฝังเข็ม 39 จุดนี้ก็สามารถเพิ่มขีดจำกัดพลังวิญญาณให้เขาได้มากถึงสองเท่า!

กล่าวอีกนัยหนึ่ง

ปริมาณพลังงานทั้งหมดในจุดตันเถียนของฉู่โม่ว เทียบได้กับผลรวมพลังของจอมยุทธ์สามคนในขั้นเดียวกัน

นั่นทำให้ความสามารถในการต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก!

“การทดสอบแรกทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ ชักอยากรู้แล้วสิว่าบททดสอบต่อไปคืออะไร”

ความหวังเล็ก ๆ ก่อขึ้นในใจของฉู่โม่ว

ตอนนั้นเอง

เขาพบว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไปอีกครั้ง เบื้องหน้าของเขาคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่

[การทดสอบครั้งนี้ประกอบไปด้วยสัตว์อสูรประมาณพันล้านตัว ท่านต้องต้านทานพลังของพวกมันให้ได้เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงจึงจะผ่านการทดสอบ สองชั่วโมงอยู่ในขั้นยอดเยี่ยม และห้าชั่วโมงอยู่ในระดับสมบูรณ์แบบ โปรดทราบไว้ว่าพลังของสัตว์อสูรจะรุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ขอให้ท่านรู้ขีดจำกัดของตัวเอง!]

เสียงปริศนาดังขึ้นอีกครั้ง

พอสิ้นเสียง

ทุ่งหญ้าเขียวขจีเริ่มสั่นสะเทือน เมื่อเขามองไปตามเสียงกระแทก ก็เห็นลำแสงสีดำปรากฏเหนือผืนฟ้ากำลังคืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ

ไม่กี่อึดใจ แสงเหล่านั้นก็ชัดเจนยิ่งขึ้น เห็นได้ชัดว่านั่นคือฝูงสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วน

พวกมันมากันเยอะมากจนยากจะมองว่าใครเป็นใคร หากแต่ห่อหุ้มด้วยแรงกดดันอันมหาศาล สัตว์อสูรดุดันกระโจนเข้าหาฉู่โม่วด้วยหวังจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า

โฮก! โฮก! โฮก!

เมื่อมันเคลื่อนเข้ามาใกล้ เสียงคำรามที่สะเทือนฟ้าสะท้านดินก็กู่ก้อง แผ่นดินสั่นสะเทือนยิ่งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่านัก

พวกมันใกล้เข้ามาแล้ว!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์