เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 270

บทที่ 270 จิตวิญญาณสายฟ้าแห่งความโกลาหล เจตจำนงแห่งสายฟ้าขั้นสูง!

อย่างที่ทราบกันดี

วิถีแห่งผู้ปลุกพลัง ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เป็นเส้นทางที่โหดร้าย เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

เมื่อฝึกฝนมาถึงระดับที่สูงขึ้น การมองโลกก็จะแตกต่างจากเดิมขึ้นเรื่อย ๆ

สิ่งที่สามารถสัมผัสได้ง่ายที่สุด ก็คือทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนมีจิตวิญญาณ

ไม่ว่าจะเป็นพืช ต้นไม้ สัตว์ป่า ลมที่พัดผ่าน แม่น้ำลำธาร หรือแม้แต่ผืนดินที่ยืนอยู่ ทุกอย่างนั้นล้วนมีพลังงาน

เมื่อผู้ปลุกพลังรู้แจ้งในเจตจำนงจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ 100% และหากยังต้องการปีนขึ้นไปในระดับที่สูงกว่านั้นอีก พวกเขาจำเป็นต้องได้รับจิตวิญญาณมาเติมเต็มเจตจำนง

ด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงเจตจำนงและก้าวไปข้างหน้าต่อได้

แต่…

เจตจำนงนั้นไร้ซึ่งชีวิต มิหนำซ้ำ ยังเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้ปลุกพลังที่จะได้รับการยอมรับจากจิตวิญญาณ ดังนั้นเขาจึงไม่เคยได้ยินว่ามีใครเคยทำเช่นนั้นได้มาก่อนในสุดยอดฐานจงไห่

ในขณะนี้

เหล่าลูกบอลสายฟ้าที่อยู่ข้างหน้าชายหนุ่ม ล้วนมีจิตวิญญาณแห่งสายฟ้าหลากหลายประเภท!

เพียงแค่ยื่นมือไปสัมผัส ก็จะสามารถคว้าจิตวิญญาณพวกนั้นมาหลอมรวมเข้ากับเจตจำนงแห่งสายฟ้าภายในตัวเขาได้ เพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยสมบูรณ์อย่างแท้จริง และก้าวไปข้างหน้าสู่อีกระดับ!

เมื่อคิดดูแล้ว

แม้แต่ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง และตื่นเต้นกับสิ่งตรงหน้า

ในขณะนี้มีจิตวิญญาณสายฟ้ามากมายหลายร้อยตนปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

นั่นหมายถึง…

มันมีมากพอที่จะช่วยให้ผู้ปลุกพลังทั้งหลายสามารถบรรลุเจตจำนงแห่งสายฟ้าได้ในทันที!

ไม่ต้องสงสัยเลย

หากทุกคนรู้เรื่องนี้ โลกทั้งใบจะต้องสั่นสะเทือน ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนคงจะคลุ้มคลั่ง พากันมาแย่งชิงสิ่งนี้กันอย่างสุดความสามารถเป็นแน่

“โลกแห่งสายฟ้านี้ ช่างน่ามหัศจรรย์จริง ๆ!”

ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา

หลังจากนั้น

เขาเฝ้ามองไปที่ลูกบอลสายฟ้าเหล่านี้ด้วยความหลงใหล

ด้วยจำนวนจิตวิญญาณสายฟ้าเหล่านี้ รวมเข้ากับเจตจำนงแห่งสายฟ้า จะช่วยให้เขาก้าวไปสู่ขอบเขตที่สูงขึ้นได้ทันที!

“เริ่มเลือกเลยดีกว่า!”

ฉู่โม่วดึงสติกลับมา และครุ่นคิดทันที

เนื่องจากเป็นคนแรกที่ผ่านด่านทดสอบ เขาจึงมีคุณสมบัติเป็นผู้สืบทอดมรดกขั้นสูงสุด และสามารถเก็บจิตวิญญาณสายฟ้าใด ๆ ก็ได้เป็นรางวัล

แต่อีกเรื่องที่สำคัญคือ

เมื่อเจตจำนงใดถูกสถิตด้วยจิตวิญญาณไปแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง ต้องเดินไปตามเส้นทางที่เลือกเท่านั้น

ท่ามกลางบรรดาจิตวิญญาณ ต่างก็มีการแบ่งระดับความแข็งแกร่งเช่นกัน

หากโชคร้ายไปเลือกจิตวิญญาณที่ไม่ดี ในอนาคตก็จะเต็มไปด้วยอุปสรรค

ดังนั้นฉู่โม่วจึงเลือกมองข้ามจิตวิญญาณที่มีกลิ่นอายธรรมดา ๆ และจ้องไปยังจิตวิญญาณระดับสูงที่หลบซ่อนอยู่

ในระยะไกลสุดสายตา

ที่ชายขอบโลกสายฟ้าแห่งนี้ มีลูกบอลสายฟ้าสามตนลอยอยู่อย่างสงบนิ่ง ราวกับดวงอาทิตย์เจิดจ้า พวกมันต่างมีกลิ่นอายที่ลึกลับ และน่าสะพรึงกลัว

เมื่อเปรียบกับเหล่าวิญญาณสายฟ้าธรรมดา ๆ ที่ด้านล่างนั้น ต่างกันราวฟ้ากับเหว

“การทำลายล้าง!”

“การฟื้นคืน!”

“ความโกลาหล!”

นี่คือกลิ่นอายที่ฉู่โม่วสัมผัสได้จากจิตวิญญาณสายฟ้าทั้งสามตน

จิตวิญญาณสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง มีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสีม่วงทอง แผ่รัศมีกดดันออกมา ราวกับสามารถกวาดล้างได้ทุกสิ่ง และควบคุมทุกชีวิตได้ด้วยพลังของมัน

ตนที่สองคือจิตวิญญาณสายฟ้าแห่งการฟื้นคืน มีประกายสีเขียวมรกต แผ่รัศมีที่น่าเกรงขาม และมีพลังชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ดังคำกล่าวที่ว่า เมื่อปรากฏเสียงฟ้าร้องในฤดูใบไม้ผลิ ทุกสิ่งจะฟื้นตัว มันมีพลังแห่งการฟื้นฟูทุกสิ่ง รวมถึงต่อต้านความชั่วร้ายทั้งปวง

และสุดท้าย จิตวิญญาณสายฟ้าแห่งความโกลาหล ซึ่งมีกลิ่นอายพิเศษที่แตกต่างออกไปจากสองตนแรก

มีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสีดำเทาหม่น ๆ มองแวบแรกจะพบเพียงความโกลาหลไร้รูปแบบ เข้าใจยาก แต่หากมองลึกลงไป จะสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณที่ซับซ้อน และไม่เหมือนใคร จากความโกลาหลเหล่านี้ บางครั้งมีการทำลายล้าง บางครั้งก็เต็มไปด้วยพลังชีวิต บางครั้งก็น่าเกรงขาม… ไม่สิ้นสุด

กล่าวอีกนัยหนึ่ง

จิตวิญญาณสายฟ้าแห่งความโกลาหล ไม่มีคุณลักษณะใด ๆ เป็นพิเศษ แต่ควบรวมไว้ด้วยทุกสิ่ง มันสามารถทำลายล้าง ฟื้นฟู หรือจะใช้อัตลักษณ์ใด ๆ ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้

หลังจากเฝ้าสังเกตจิตวิญญาณสายฟ้าทั้งสามแล้ว ฉู่โม่วก็ตัดสินใจเลือกจิตวิญญาณสายฟ้าแห่งความโกลาหล!

เหตุผลง่าย ๆ

หากเขาเลือกจิตวิญญาณสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง หรือจิตวิญญาณสายฟ้าแห่งการฟื้นคืน มันจะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นเพียงด้านเดียว

แต่ตัวเขามีระบบกลืนกิน และมีพรสวรรค์มากกว่าสิบอย่าง หากเลือกจิตวิญญาณสายฟ้าแห่งความโกลาหล ซึ่งไม่มีคุณลักษณะใด ๆ เป็นพิเศษ มาใช้ร่วมกับความสามารถอื่นได้อย่างไม่มีข้อจำกัด มิหนำซ้ำยังช่วยส่งเสริมร่างอัสนีบาตคงกระพันให้แข็งแกร่งทรงพลังยิ่งขึ้นอีกด้วย

เมื่อตัดสินใจเสร็จสิ้น

ฉู่โม่วบินตรงไปที่มัน และเอื้อมมือไปแตะจิตวิญญาณสายฟ้าแห่งความโกลาหลทันที

[ท่านผู้ปลุกพลัง คุณแน่ใจแล้วหรือว่าต้องการเลือกมรดกจิตวิญญาณสายฟ้าตนนี้]

จู่ ๆ ก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมา

“แน่ใจครับ!”

ฉู่โม่วกล่าวอย่างหนักแน่น

[เมื่อเป็นเช่นนั้น… การสืบทอดนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว โปรดออกไปจากที่นี่ด้วย]

เสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง

กระบวนการนี้กินเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงเต็ม

เมื่อฉู่โม่วลืมตาขึ้น เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีรัศมีแห่งความโกลาหลที่ไร้รูปร่างในดวงตา ซึ่งเผยให้เห็นร่องรอยการทำลายล้าง การฟื้นคืน หรือรัศมีอื่น ๆ ของสายฟ้า ที่อาจทำให้ผู้พบเห็นต้องหวาดกลัว

นี่คือรัศมีที่เหลืออยู่ หลังจากที่เขากลืนกินจิตวิญญาณสายฟ้าสำเร็จ

“กระบวนการกลืนกินน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว!”

ฉู่โม่วเปิดใช้งานร่างอัสนีบาตคงกระพันทันที

เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

เมื่อทดลองรวบรวมพลังธาตุสายฟ้าขึ้นมาบนฝ่ามือ ประกายสายฟ้าวูบวาบไหลผ่านนิ้ว เผยให้เห็นถึงจิตวิญญาณที่เลือนราง ในขณะเดียวกันเขาก็ควบคุมสายฟ้าได้แม่นยำและทรงพลังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

หากก่อนหน้านี้เป็นเพียงการรู้แจ้งในเจตจำนง ตอนนี้ก็คือควบคุมการใช้งาน

เขาเหลือบมองไปยังข้อมูลส่วนตัวที่เด้งขึ้นมา

[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]

[ระดับร่างกาย : ร่างอสนีบาตคงกระพันระดับราชันย์ (กฎเกณฑ์มายา), กายากระบี่เทวะระดับพิเศษ]

[พรสวรรค์ : วิชากระบี่ระดับดาราลับฟ้า, ธาตุลมระดับดาราลับฟ้า, ธาตุดินระดับดาราลับฟ้า, ธาตุน้ำระดับดาราลับฟ้า, ธาตุไฟระดับพิเศษ, ธาตุไม้ระดับพิเศษ, ธาตุเหล็กระดับพิเศษ, ห้วงมิติระดับ 5, ธาตุมืดระดับ 4, ห้วงเวลาระดับ 4, พลังเนตรระดับ 3, ห้วงวิญญาณระดับ 2]

“นี่มัน…”

ฉู่โม่วมีสีหน้าตกตะลึงกับข้อมูลตรงหน้า

ร่างอสนีบาตคงกระพันไม่สามารถก้าวข้ามระดับราชันย์ได้ แต่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง มีวงเล็บฉายาเพิ่มเติมต่อท้ายว่า ‘กฎเกณฑ์มายา’ ปรากฏขึ้น

‘เป็นไปได้ไหมว่า ขอบเขตที่อยู่เหนือกว่าเจตจำนงคือผู้คุมกฎ’

‘รู้แจ้งในเจตจำนงเพื่อที่จะเป็นผู้คุมกฎ!’

‘แต่… ทำไมตอนนี้ฉันถึงเป็นเพียง ‘กฎเกณฑ์มายา’ เป็นไปได้ไหมว่าฉันต้องเชี่ยวชาญในกฎให้ถึงที่สุดก่อน ถึงจะเลื่อนขั้นเป็นผู้คุมกฎแท้จริงได้?’

ฉู่โม่วครุ่นคิด

แต่ในขณะนั้น ก็มีกลิ่นเหม็นเน่าโชยขึ้นมาขัดจังหวะ

หลังจากตรวจสอบดูอย่างละเอียด จึงพบว่ามันเป็นของเสียที่ถูกขับออกจากร่างกายเขาเอง เลยอดหน้าแดงไม่ได้

“ช่างมันเถอะ!”

“ในเมื่อตอนนี้คิดไม่ออก ก็รอให้กลับไปถึงที่สุดยอดฐานจงไห่ก่อนแล้วกัน”

“อีกอย่างโลกแห่งสายฟ้าใกล้จะปิดแล้วด้วย แถมฉันก็กลืนกินเสร็จพอดี งั้น… ออกไปก่อนแล้วกัน!”

“ไปอาบน้ำชำระตัว จากนั้นค่อยกลับไปที่สระอัสนี เพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งครั้งสุดท้ายดีกว่า!”

เมื่อวางแผนเสร็จสรรพ

เขาก็ลุกขึ้นและออกจากโลกแห่งสายฟ้าทันที

หลังจากนั้นไม่นาน

เมื่อพ้นเขตประตูออกมา ชายหนุ่มก็แวะชำระร่างกายที่ทะเลสาบชั่วครู่ ก่อนจะตรงดิ่งไปยังสระอัสนี

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์