เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 275

บทที่ 275 ความเร็วในการฝึกอันน่าสะพรึงกลัว ฝึกฝนกระบวนท่าในตำนาน!

ในขณะเดียวกัน

ฉู่โม่วที่ยังไม่รู้ว่าเจียงเยว่เหยากลับมามีความหวังอีกครั้ง ตอนนี้เขาติดต่อกับหยางเซี่ยวและขอให้เขาช่วยหาสถานที่ในการจัดงานแต่งงานให้

หลังจากที่รู้เรื่องนี้ หยางเซี่ยวก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล

นี่เป็นการจัดงานแต่งงานให้กับผู้สืบทอดฉู่ ถ้าตั้งใจจะทำ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้สืบทอดฉู่ก็จะสนิทสนมกันมากขึ้นด้วยใช่ไหมนะ?

หยางเซี่ยวตัดสินใจว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้อย่างดีและไม่ให้ผิดพลาดโดยเด็ดขาด

ฉู่โม่วเองก็อารมณ์ดีเช่นกัน

เขาขึ้นไปข้างบนเพื่อดูว่าได้รับอะไรมาจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์บ้าง

ทันทีที่เข้าไป เขาก็เห็นหลี่โย่วเวยและหลี่เสวียนจีพักผ่อนอยู่ หลังจากที่เห็นฉู่โม่ว พวกเขาก็กล่าวทักทายทันที

เวลาผ่านไปนานเหลือเกิน

พละกำลังของหลี่โย่วเวยทะยานสูงขึ้นอีกครั้งและมาถึงขั้นจ้าวยุทธ์ระดับสูงสุดแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากขั้นราชันย์ยุทธ์อีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น

เมื่อเทียบกันแล้ว ความเร็วในการพัฒนาของหลี่เสวียนจีนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ามาก

เขาฝึกฝนมาได้ไม่ถึงหนึ่งปี

ก็มาถึงขั้นนายพลเมืองและทะลุขีดจำกัดเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ภายในเวลาครึ่งเดือนนี้ เขาก็มาถึงขั้นนายพลเมืองระดับสูงสุดและจะเข้าสู่ขั้นจ้าวยุทธ์ในไม่ช้า

ความเร็วในการฝึกที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้นั้น แม้แต่ฉู่โม่วเองก็อดตกตะลึงไม่ได้

‘ด้วยความเร็วในการฝึกเช่นนี้ ถ้ามีใครเชี่ยวชาญมันได้ก็คงจะก้าวข้ามขีดจำกัดได้อย่างรวดเร็ว!’

‘ถึงจะเป็นฉัน ถ้าไม่ฝึกอย่างหนัก อีกเดี๋ยวก็คงโดนแซงแล้ว!’

ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง

ในฐานะอาจารย์ เขาจะปล่อยให้ลูกศิษย์ก้าวข้ามตัวเองไปได้ยังไงกัน?

เขาตัดสินใจว่าหลังจากที่แต่งงานกับเฉินซีเวย เขาจะตั้งใจฝึกฝนและไปถึงขั้นราชันย์เทพยุทธ์ให้เร็วที่สุด

หลังจากนั้น

ฉู่โม่วก็พูดคุยกับลูกศิษย์ทั้งสองเล็กน้อย และตอบคำถามเกี่ยวการฝึกฝน เวลาหลายชั่วโมงก็เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในตอนนี้

ฉู่โม่วนึกบางสิ่งขึ้นได้และหยิบสมบัติสองชิ้นออกมาจากพื้นที่เก็บของ

“นี่เป็นเพราะอาจารย์บังเอิญได้ยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 9 มาสองชิ้น ชิ้นหนึ่งเรียกว่าลูกแก้วอัสนี ส่วนอีกชิ้นเรียกว่าโล่มังกรเพลิงสวรรค์ พวกนายเลือกไปใช้เป็นสมบัติป้องกันคนละชิ้นได้เลย!”

ฉู่โม่วกล่าว

“ยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 9 สองชิ้นเหรอ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่โย่วเวยและหลี่เสวียนจีก็ตะลึงงัน

พวกเขาต่างก็ฝึกฝนมาเป็นเวลานานและออกไปซื้อทรัพยากรในการฝึกฝนมากมาย พวกเขารู้ดีว่ายุทธภัณฑ์วิญญาณมีค่ามากแค่ไหน แม้ว่าจะเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 8 ก็สามารถขายได้ราคามหาศาลในสุดยอดฐานจงไห่นี้

แต่ตอนนี้

กลับมียุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 9 ถึงสองชิ้นอยู่ตรงหน้า นี่มันน่ากลัวเกินไปไหม?

“อาจารย์ นี่มันล้ำค่าเกินไป เรารับไว้ไม่ได้หรอก!”

หลี่โย่วเวยและหลี่เสวียนจีส่ายหน้าพร้อมกล่าวปฏิเสธ

“พวกนายคือศิษย์ของฉัน ไม่มีอะไรที่พวกนายไม่สมควรได้รับ… เอาไปสิ นี่เป็นของขวัญจากอาจารย์ ยังไงฉันก็ไม่ได้ใช้พวกมันอยู่แล้ว!” ฉู่โม่วกล่าว

เมื่อได้ยินดังนั้น

สองพี่น้องก็ได้แต่มองหน้ากันและพยักหน้า “ขอบคุณนะอาจารย์”

หลังจากนั้น

ทั้งสองต่างก็เลือกกันไปคนละชิ้น

หลี่เสวียนจีมีจิตวิญญาณธาตุไฟแต่กำเนิดอยู่ในร่างกาย เขาสนใจในสมบัติธาตุไฟอย่างโล่มังกรเพลิงสวรรค์ ซึ่งมีทั้งพลังโจมตีและป้องกันเป็นอย่างมาก เขาจึงหยิบมันมา

ส่วนหลี่โย่วเวยก็เลือกลูกแก้วอัสนีไป

เมื่อเห็นว่าทั้งสองต่างก็มองสมบัติด้วยความสงสัย หลังจากที่ให้คำแนะนำ เขาก็ตรงไปยังห้องฝึกสมาธิทันที

ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูก

เขาตั้งใจว่าจะฝึกฝนพละกำลัง

แต่พอคิดดู เขาก็พบว่าการฝึกฝนทั้งหมดมาถึงคอขวดแล้ว

ในไม่ช้า

รอบกายเขาพลันเต็มไปด้วยรัศมีลึกลับของเส้นทางแห่งกระบี่ที่พลุ่งพล่านและกระบี่สารทสังหารก็สั่นไหวพร้อมส่งเสียงหึ่ง ๆ ออกมาทันที

สามวันหลังจากนั้น ฉู่โม่วก็ฝึกฝนกระบี่สะบั้นดาราสวรรค์ขั้นที่ 1 สำเร็จ

สิบวันผ่านไป

ฉู่โม่วก็ฝึกฝนกระบี่สะบั้นดาราสวรรค์ไปถึงขั้นที่ 2

จนถึงตอนนี้

ด้วยความรู้ในเส้นทางแห่งกระบี่ของฉู่โม่ว เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจในกระบี่สะบั้นดาราสวรรค์ไปให้ถึงขั้นที่ 3 ภายในเวลาสั้น ๆ

ดังนั้นแล้ว ฉู่โม่วจึงยอมแพ้ที่จะฝึกฝนวิชากระบี่ต่อและเริ่มฝึกฝนย่างก้าวปีศาจลึกลับแทน

ย่างก้าวปีศาจลึกลับยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น สำหรับฉู่โม่วผู้มีพรสวรรค์ธาตุลมระดับดาราลับฟ้าแล้ว ความยากลำบากในการทำความเข้าใจนั้นน้อยกว่ามาก

เขาใช้เวลาในการฝึกฝนมันเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น

และใช้เวลาสามวันในการฝึกฝนมันให้ถึงขั้นที่ 1

ห้าวันหลังจากนั้น

ฉู่โม่วก็ฝึกฝนไปถึงขั้นที่ 2

หลังจากที่มาถึงขั้นที่ 2 ความเข้าใจในย่างก้าวปีศาจลึกลับของฉู่โม่วก็มาถึงคอขวดด้วยเช่นกัน

วันนี้

ฉู่โม่วที่เก็บตัวมากว่ายี่สิบสองวันก็เดินออกมาจากห้องฝึกฝนและออกไปจากคฤหาสน์

เขาจะไปทดลองการฝึกฝนที่เพิ่งจะเสร็จสิ้น

ในขณะเดียวกัน

ก็เพื่อสังหารสัตว์อสูร และพัฒนาพรสวรรค์ของทั้งห้าธาตุไปให้ถึงระดับดาราลับฟ้า และฝึกฝนอวัยวะภายในทั้งห้าให้กลับไปสู่สภาพเดิม

แน่นอนว่า

ก่อนหน้านั้น

เขาต้องไปที่ห้องโถงรางวัลก่อนเช่นเคย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์