เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 290

บทที่ 290 ขับไล่ฝูงสัตว์อสูร จักรพรรดิมังกรทะเล!

“ที่รัก เราไปช่วยพวกเขากันก่อนเถอะ!”

เฉินซีเวยกล่าว

“ได้ เธอไปจับสัตว์อสูรแล้วถามผู้คนที่นั่นว่าเกิดอะไรขึ้น”

ฉู่โม่วพยักหน้า

ในเมื่อไม่รู้ก็ต้องไปถามพวกเขาให้เข้าใจถึงสถานการณ์ตรงหน้า

เมื่อเขาคิดอย่างนั้น

ฉู่โม่วก็ให้เทียนเผิงบินดิ่งลงไปที่ฝูงสัตว์อสูรทันที

ในขณะนี้ จำนวนของสัตว์อสูรที่โจมตีฐานของมนุษย์บนพื้นดินนั้นดูน่ากลัวอย่างมาก ความแข็งแกร่งของพวกมันก็น่ากลัวมากเช่นกัน ในฝูงมีสัตว์อสูรระดับ 7 และระดับ 8 อยู่หลายตัวที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าขั้นราชันย์ยุทธ์ ไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูรระดับต่ำอื่น ๆ ที่รวมตัวกันอย่างหนาแน่นเพื่อโจมตีฐาน

ในสถานการณ์นี้

ฐานขนาดใหญ่ที่มีพลังการต่อสู้สูงสุดอยู่ที่จ้าวยุทธ์ระดับแปดนั้นไม่สามารถต้านทานพวกมันได้เลย

แม้ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างหนัก แต่ก็ต้องอาศัยค่ายกลขนาดใหญ่เพื่อต่อสู้กับสัตว์อสูร ดูท่าแล้วพวกเขาคงต้านได้ไม่เกินครึ่งวัน ค่ายกลขนาดใหญ่ก็ได้พังทลายลง และสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรี่เข้ามาได้ พร้อมทั้งกวาดล้างผู้ปลุกพลังทุกคน

“มันจบแล้ว มันจบแล้ว!”

“ฐานไต๋ชานของเราจบสิ้นแล้ว!”

“ใครก็ได้ช่วยเราด้วย ฉันยังไม่อยากตาย!”

“ฮือออ คุณแม่ ผมกลัว…”

“สู้ เราต้องสู้กับสัตว์อสูรพวกนี้ ต่อให้ต้องตายก็ต้องตายอย่างมีเกียรติ!”

เกิดความโกลาหลในฐาน ทุกคนล้วนมีสีหน้าสิ้นหวัง แต่นอกจากความสิ้นหวังแล้ว ยังมีผู้ปลุกพลังบางคนที่รวบรวมพลังของพวกเขาและเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับสัตว์อสูรเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม

ในเวลานี้เอง

ตูม!!!

ทันใดนั้น เสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งก็ดังขึ้น เหล่าผู้ปลุกพลังและคนธรรมดาจำนวนนับไม่ถ้วนในฐานทัพมองไปตามเสียง และเห็นเปลวไฟพวยพุ่งลงมาจากท้องฟ้าที่นอกฐาน ครอบคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้สัตว์อสูรเหล่านั้นล้วนตายอย่างน่าอนาถ

สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งยังพอมีเวลาเพียงให้เปล่งเสียงกรีดร้องก่อนที่จะถูกเผาไหม้เป็นเถ้าถ่าน

ตัวที่อ่อนแอกว่าไม่มีเวลาให้กรีดร้องเสียด้วยซ้ำ มันกลายเป็นเถ้าธุลีทันที

ในช่วงพริบตาเดียว

ภายในรัศมีหลายสิบกิโลเมตร สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนถูกกวาดล้าง

ไม่เพียงเท่านั้น

หลังจากนั้นยังมีสัตว์อสูรจำนวนมากที่วิ่งเข้ามาหาพวกเขา แต่ทันใดนั้นท้องฟ้าก็ปั่นป่วน กลุ่มเมฆดำรวมตัวกัน มีเสียงฟ้าร้องครืน ๆ พร้อมทั้งมีสายฟ้าผ่าลงมา

และทุกครั้งที่มันผ่าลงมาที่พื้นดิน จะเกิดหลุมระเบิดขนาดใหญ่ในรัศมีหลายกิโลเมตร สัตว์อสูรที่อยู่ในระยะจะถูกขยี้เป็นจุณ

“นี่มัน…”

“นี่คือ…”

เมื่อมองไปยังภาพตรงหน้า ทุกคนต่างก็ตกตะลึง ในจิตใจของพวกเขาว่างเปล่า

เป็นไปได้ไหมว่าเหล่าทวยเทพสัมผัสได้ถึงคำอธิษฐานครั้งสุดท้ายในชีวิตของพวกเขา ทำให้สวรรค์ลงทัณฑ์สัตว์อสูรพวกนี้?

“ไม่ใช่!”

“ไม่ใช่การลงทัณฑ์ของสวรรค์ แต่เป็นกำลังเสริมของเรา!”

“มันคือกำลังเสริมของเราที่มาถึงแล้ว!”

ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

เป็นชายชราที่พูดแบบนี้ เขาเป็นผู้อาวุโสของสำนักติงเชา ซึ่งเป็นกองกำลังที่ทรงพลังที่สุดในฐานไต๋ชาน เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นจ้าวยุทธ์ระดับปลายแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เขารู้สึกตื่นเต้นพร้อมทั้งชี้ไปยังที่ไกล ๆ และตะโกนเสียงดัง

เมื่อมองไปตามทางที่ชายชราชี้

พวกเขาก็เห็นร่างสองร่างลอยอยู่บนท้องฟ้าจากระยะไกล ทั้งสองล้อมรอบด้วยสายฟ้าและเปลวไฟ แรงกดดันของพวกเขามหาศาลราวกับว่าเทพเจ้าแห่งพลังที่ไม่มีใครเทียบได้ลงมายังโลก

“นี่คือกำลังเสริมของเราจริง ๆ กำลังเสริมของเรามาแล้ว!”

“เรารอดแล้ว รอดแล้ว!”

“ผู้อาวุโสคนนี้น่าทึ่งมาก ฉันไม่รู้เลยว่าเขาจะสามารถจัดการกับสัตว์อสูรมากมายเพียงลำพังได้ไหม!”

“แน่นอน ทำได้อย่างแน่นอน!”

ผู้คนเริ่มแสดงความตื่นเต้น และในขณะเดียวกันก็สวดอ้อนวอนเงียบ ๆ ในใจ โดยหวังว่าผู้ปลุกพลังที่มาช่วยพวกเขาจะสามารถเอาชนะสัตว์อสูรได้

ไม่ต้องพูดถึงว่าคนธรรมดา ๆ ในฐานจะรู้สึกอย่างไร

ตอนนี้ฉู่โม่วยืนอยู่กลางอากาศพร้อมกับฆ่าสัตว์อสูรอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าสัตว์อสูรเหล่านี้จะมีจำนวนมาก แต่ภายใต้เปลวเพลิงและสายฟ้าที่พวยพุ่งอย่างต่อเนื่อง พวกมันก็ตายตกกันเป็นจำนวนมาก และในไม่ช้าพวกมันก็เกือบจะถูกทำลายล้างจนสิ้นซาก

“ฮู้! ฮู้! ฮู้!”

ณ ขณะนี้ ทันใดนั้นพลันมีเสียงคำรามที่น่าหวั่นใจดังขึ้นหลายครั้ง

สัตว์อสูรสี่ตัวพุ่งเข้าหาฉู่โม่วโดยพลัน

พวกมันทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว แรงกดดันปล่อยออกมาห่อหุ้มร่างกายของมัน มันพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ทำให้ควันและเมฆกระจายตัวออกไป

“สัตว์อสูรระดับ 8!”

“พวกมันทั้งหมดเป็นระดับ 8!”

ฉู่โม่วชำเลืองมองประเมินพลังของพวกมัน

ทันใดนั้นกระบี่สารทสังหารก็ถูกชักออกพร้อมกับเสียง ‘ชิ้ง’ เลือดในร่างกายไหลเวียน อณูแห่งชีวิต และพรสวรรค์มากมายก็หลั่งไหลออกมา ภายใต้การเพิ่มขึ้น 400 เท่า เขาจะมีพลังกว่า 600,000 พลังมังกร ทันใดนั้นแสงก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า พาดผ่านเหมือนม้าศึก และฟันไปที่สัตว์อสูรระดับ 8 ทั้งสี่ตัว

มีเพียงเสียงอู้อี้ดังขึ้นมาจากสัตว์อสูร

สัตว์อสูรระดับ 8 ทั้งสามตัวไม่มีพลังที่จะต้านทาน หัวของพวกมันถูกตัดทีละตัว และร่างของพวกมันก็ร่วงลงไป

มีเพียงสัตว์อสูรตัวสุดท้ายเท่านั้นที่ถูกฟันและยังไม่ตาย หากแต่มันยังได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน ปราณกระบี่ปรากฏอยู่บนบาดแผล และยังคงทำลายร่างกายของมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรตัวนี้ฟื้นฟูบาดแผลได้

นี่เป็นพยานปากสำคัญที่ฉู่โม่วจงใจเหลือไว้เพื่อที่เขาจะบังคับถามเหตุผลที่มาบุกฐานทัพของพวกมันได้

และในตอนนี้

ฉู่โม่วไม่ยั้งมือของเขา อีกครั้งที่เปลวเพลิงลุกไหม้เพื่อเผาผลาญทุกสรรพสิ่งบนโลก และในไม่ช้าสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนก็ตายอย่างอนาถ

ความเสียหายนั้นกินวงกว้างไปทั่วบริเวณ พร้อมกับความจริงที่ว่าสัตว์อสูรระดับสูงหลายตัวถูกตัดหัวและได้รับบาดเจ็บสาหัส จนสัตว์อสูรเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำการบุกฐานได้อีกต่อไป และพวกมันก็ล่าถอยไปเหมือนกระแสน้ำ

“แกบอกก่อนหน้านี้ว่าเข้ามาได้ง่าย ๆ แกไม่เจอการป้องกันของทางชายฝั่งเหรอ?”

ฉู่โม่วยังคงถามต่อไป

“ก็เจออยู่หรอก แต่การป้องกันที่เราเจอนั้นอ่อนแอมาก และเราโจมตีโดยไม่ได้สูญเสียอะไรไปมากนัก ดูเหมือนว่าจะมีปัญหากับผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์ในแนวป้องกันนั้น… ฉันไม่รู้สถานการณ์ละเอียดหรอก ฉันแค่ทำตามคำสั่ง”

กุ้งทะเลยักษ์พูดอย่างอึกอัก

ได้ยินเช่นนี้ หน้าตาบูดบึ้งก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉู่โม่ว

เขาไม่ค่อยได้รู้อะไรจากปากของกุ้งยักษ์นี่มากนัก

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉู่โม่วมั่นใจได้

นั่นคือมีปัญหาที่แนวชายฝั่ง

และ…

คำถามนี้ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิมังกรทะเลที่สัตว์อสูรตัวนี้กล่าวถึง

“มันดูเหมือน…”

‘ถ้าคราวหน้าสัตว์อสูรทะเลบุกแผ่นดินอีก มันจะไม่ง่ายแบบคราวนี้แน่!’

ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง

จากนั้นเขาก็ถามคำถามอีกสองสามข้อ และพรสวรรค์ห้วงวิญญาณถูกปลดออก กุ้งทะเลยักษ์ก็ตื่นขึ้นเช่นกัน

พอมันได้สติแต่ความจำก็ยังไม่หายไป ณ วินาทีนี้มันจึงระลึกได้ว่ามันได้เล่าทุกอย่างให้ฉู่โม่วฟังหมดเปลือก

“เจ้ามนุษย์ แกใช้วิชาอะไรกับฉัน!”

มันส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว

ฉู่โม่วไม่พูดเรื่องไร้สาระกับมันต่อ ดังนั้นเขาจึงฟันและฆ่ากุ้งทะเลยักษ์ทิ้ง

แม้แต่ศพของมันก็ไม่เหลือไว้ แต่ถูกใส่เข้าไปในมิติพกพาทันที กุ้งทะเลยักษ์ตัวโต ๆ แบบนี้เนื้อต้องอร่อยมากแน่ เขาสามารถอบมันในภายหลังและลิ้มรสมันได้

เมื่อฉู่โม่วเสร็จสิ้นทั้งหมดนี้

ในตอนนี้

มีหลายร่างบินออกมาจากฐานไม่ไกล

คนแรกดูเหมือนชายชรา เมื่อเขาเห็นฉู่โม่วเขาก็ทำความเคารพทันที “ผู้อาวุโสแห่งฐานไต๋ชาน กั๋วฟาน มาพบคุณแล้ว!”

ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ก็ทำความเคารพเช่นกัน พร้อมมองไปที่ฉู่โม่วด้วยความขอบคุณและเคารพในสายตาของพวกเขา

แค่คนเดียวสามารถฆ่าสัตว์อสูรจำนวนมากขนาดนี้ได้ แถมยังฆ่าสัตว์อสูรระดับสูงอย่างง่ายดาย พละกำลังต้องมหาศาลขนาดไหนกัน เกรงว่าในเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด เขาต้องเป็นผู้มีชื่อเสียงและเป็นคนใหญ่คนโตแน่นอน

“ไม่เป็นไร ฉันแค่ผ่านมา”

ฉู่โม่วพยักหน้าเล็กน้อย

หลังจากชะงักไปสักพัก เขาก็นึกอะไรขึ้นได้และเตือน “คราวนี้ฝูงสัตว์อสูรไม่ธรรมดานัก ต่อไปพวกคุณต้องระมัดระวังกว่านี้ หากคุณยังกังวลอีกละก็ สามารถส่งคนไปที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์ในสุดยอดฐานจงไห่เพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ได้… ลาก่อน!”

ว่าแล้วฉู่โม่วก็หันหลังและจากไป

ในที่นั้น

มีเพียงกัวฝานและผู้ปลุกพลังสองสามคนที่ต่างมองหน้ากัน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์