บทที่ 34 ผมไม่เห็นด้วย!
‘ครั้งนี้เราเดินทางไปที่ฐานฉางเฟิงเพื่อนำสมบัติกลับมา คุณหนูหมัวซานซานยินดีจ่ายมากขนาดนี้แปลว่ามันต้องเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเองระหว่างทางกลับ
สมบัตินั่นจะล้ำค่าหรือไม่นั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ
ไม่ว่ามันจะหายากขนาดไหนเขาจะไม่โลภ ถึงชายหนุ่มจะไม่ใช่คนดีนักแต่ก็ยังมีขอบเขตอยู่บ้าง
หมัวซานซานคอยดูแล ให้เกียรติ และตอบคำถามมากมายของฉู่โม่วเกี่ยวกับการฝึกยุทธ์มากมาย เธอนับว่าเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งทีเดียว
ฉู่โม่วจึงไม่อยากทำอะไรหักหลังเธออย่างไม่มีเหตุผล
เพียงแต่ว่า
การเดินทางนี้ยาวกว่าหมื่นกิโลเมตรและมีอันตรายรออยู่ไม่น้อย
เขาต้องเตรียมพร้อม
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็ตัดสินใจว่าจะไปที่ย่านยุทธภัณฑ์ในวันพรุ่งนี้
วันถัดมา
ฉู่โม่วเดินไปรอบย่านยุทธภัณฑ์เพื่อซื้อยารักษาและฟื้นฟู รวมไปถึงสิ่งของที่จำเป็นในการเอาตัวรอดในป่าด้วยเช่นกัน
หลังจากนั้น เขาก็ฝึกยุทธ์อยู่ที่บ้านและรอวันสำคัญที่จะมาถึง
เวลาห้าวันเดินผ่านไปในชั่วพริบตา
วันนี้
ฉู่โม่วมายังสถานที่ที่ตกลงกันไว้
เขาเห็นหมัวซานซานรออยู่ที่นั่นแล้ว และยังมีผู้ฝึกยุทธ์อีกเจ็ดถึงแปดคนเป็นผู้เข้าร่วมการเดินทางในครั้งนี้ด้วย
ฉู่โม่วตรวจสอบดูและพบว่าพวกเขาต่างเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางไปจนถึงสูง และมีบางส่วนเป็นจอมยุทธ์
ไม่มีใบหน้าใดเป็นที่คุ้นเคย
หนึ่งในนั้นเป็นชายชราผู้มีรัศมีล้ำลึกและดวงตาเฉียบคมราวกับเหยี่ยว เมื่อเทียบกับผู้ฝึกยุทธ์หญิงชราที่ตามหลังหมัวซานซานมาแล้วก็ไม่ต่างกันมากนัก
ขณะที่ฉู่โม่วสังเกตการณ์อยู่นั้นเอง หมัวซานซานก็สังเกตเห็นเขาและตรงเข้ามาทักทายทันที
ทั้งสองพูดคุยกันเล็กน้อยขณะที่มีคนตามเข้ามาคนแล้วคนเล่า
หลังจากนั้นไม่นานนัก
ใครบางคนพลันพูดขึ้นจากไม่ไกลออกไป
“จางเสวี่ยนมาแล้ว!”
“ผู้จัดการจางก็มาด้วยเหรอ?”
“เยี่ยมมากผู้จัดการจาง!”
กลุ่มผู้คนต่างทักทายกันและกัน
จางเสวี่ยนเหรอ?
ฉู่โม่วเลิกคิ้วขึ้นขณะที่หันไปมอง
ชายหนุ่มเห็นผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าภาคภูมิ อีกฝ่ายดูไม่สนใจใครทั้งนั้น จนกระทั่งเจอกับผู้ปลุกพลังชราเท่านั้นที่เขาค่อย ๆ โค้งคำนับอย่างสุภาพ
“นี่คือจางเสวี่ยน ผู้จัดการทรัพย์สินของหอการค้าหยกแก้วจากฐานลู่หยาง เขามีพรสวรรค์ด้านวิชากระบี่ระดับกลางและพรสวรรค์โลหะระดับ 2 เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์สองด้านที่แข็งแกร่งหาพบได้ยาก ตอนนี้เขาอายุแค่ยี่สิบปีเท่านั้นแต่ก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง จนไม่ห่างไกลไปจากขั้นจอมยุทธ์แล้ว เป็นอัจฉริยะหาจับตัวยากจริง ๆ!”
หมัวซานซานข้าง ๆ เขากล่าวแนะนำ
เมื่อจางเสวี่ยนเห็นหมัวซานซานก็ตรงเข้ามาทันที
“ซานซาน!”
จางเสวี่ยนกล่าวทักทาย และมองหมัวซานซานด้วยสายตาสะท้อนความรุ่มร้อนในใจ
แต่เมื่อเห็นฉู่โม่วยืนอยู่ข้างหมัวซานซาน โดยเฉพาะเมื่อเห็นใบหน้าแสนหล่อเหลา เขาก็ทำหน้าบึ้งทันที “ซานซาน นี่ใครเหรอ?”
“ผู้จัดการจาง ฉันจะแนะนำให้รู้จัก นี่คือฉู่โม่ว พันธมิตรที่เครือหอการค้าพึ่งจะรับเข้ามาเมื่อไม่นานนี้!”
หมัวซานซานแนะนำ
พันธมิตรงั้นเหรอ?
เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของจางเสวี่ยนก็จับจ้องไปยังฉู่โม่วทันที
เขามองชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ แล้วจึงหันไปมองหมัวซานซานพร้อมกล่าว “ซานซาน ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นพันธมิตรได้หรอก อย่าไปหลงกลเข้า!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็ขมวดคิ้ว
จางเสวี่ยนดูจะเพ่งเล็งเขาเป็นพิเศษ
และเมื่อหมัวซานซานได้ยินดังนั้น สีหน้าของเธอก็แสดงความไม่พอใจออกมาเช่นกัน
ตอนที่หญิงสาวกำลังจะเอ่ยปากพูด
ตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งดังขึ้น!
“ทุกคนเงียบ!”
“ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางงั้นเหรอ?”
“ล้อกันเล่นรึเปล่า?”
“เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลาง เขาเป็นพันธมิตรของเครือหอการค้าได้จริง ๆ เหรอ?”
“ภารกิจนี้อันตรายมากและมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางมาด้วย เขาจะไม่เป็นตัวถ่วงเหรอ?”
เมื่อฉู่โม่วพูดจบ เหล่าผู้คนก็เริ่มซุบซิบนินทาทันที
โดยพื้นฐานแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางนั้นไม่ได้อ่อนแอ
แต่ด้วยสถานะตอนนี้ เขาอยู่ในระดับล่างสุด
ยิ่งไปกว่านั้น ภารกิจนี้อันตรายอย่างถึงที่สุด
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางจะไปทำอะไรได้?
“ทุกคน ถึงพันธมิตรคนนี้จะเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลาง ในเมื่อเขาเป็นพันธมิตรได้ เขาก็จะต้องมีอะไรพิเศษแน่!”
“อีกอย่าง การเข้าร่วมพันธมิตรจะไม่ส่งผลต่อรางวัลตอบแทน”
“คุณจะบอกว่ามันเป็นเรื่องจริงเหรอ?”
ตอนนั้นเอง
ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งที่เงียบมาตลอดพลันพูดขึ้น
ทันทีที่เขาอ้าปากพูด คนอื่น ๆ ก็รับฟังและเข้าใจในทันที
ถึงแม้พละกำลังของฉู่โม่วจะต่ำที่สุดในที่แห่งนี้ อย่างไรแล้ว มีคนเพิ่มหนึ่งคนก็ดีกว่าคนลดลงไปหนึ่ง
และฉู่โม่วเองก็เป็นพันธมิตรของเครือหอการค้าด้วย
ในแง่ของสถานะ นอกจากหมัวซานซานแล้ว เขามีสถานะสูงที่สุดในหมู่ผู้คนที่นี่
เรียกได้ว่าฉู่โม่วเป็นหน้าเป็นตาเลยก็ได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ทุกคนก็ไม่ข้องใจอีกต่อไป และเตรียมพร้อมออกเดินทาง
ดูเหมือนว่าเรื่องจะจบลงตรงนี้ แต่ในตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งโพล่งขึ้นมากลางวง “ไม่!”
ผู้คนหันไปตามเสียงนั้นทันที
จางเสวี่ยนลุกขึ้นยืนและกล่าวอย่างเอาจริงเอาจัง “ผมไม่เห็นด้วย!”
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์