เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 383

บทที่ 383 สุดยอดฐานซูฮั่งแตกพ่าย!

ภายในสุดยอดฐานใหญ่ สัตว์อสูรร้ายจำนวนมหาศาลที่ไม่มีใครหยุดได้ พลันถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน

พวกมันบุกเข้าไปตามตรอกถนน พื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าผ่านไปที่ใดล้วนถูกทำลาย อาคารใหญ่พังทลาย ถนนถูกเหยียบย่ำ ประชาชนนับไม่ถ้วนถูกล้างบางสังหารตกตายราวกับมดปลวก

“ไม่ไหว! เราหยุดมันไม่อยู่แล้ว!”

“สุดยอดฐานซูฮั่งจบสิ้นแล้ว เผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดในฐานแห่งนี้ไม่หลงเหลืออีกแล้ว!”

“ทำไม ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมจู่ ๆ สัตว์อสูรทะเลพวกนั้นถึงสามารถ ทะลวงฝ่ากำแพงป้องกันชายฝั่งแล้วเข้ามาที่นี่ได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”

“เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น!”

เหล่าราชันย์เทพยุทธ์หรือผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งหลายคน ต่างต่อสู้กับสัตว์อสูรร้ายอย่างพลีกายสละเลือดเนื้อ พวกเขาเปล่งเสียงคำรามอย่างน่าหดหู่

และสับสนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้ยังไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิตใด จนกระทั่งเมื่อวาน จู่ ๆ กำแพงป้องกันชายฝั่งก็พังทลาย ก่อนจะมีกองทัพสัตว์อสูรทะเลจำนวนมหาศาลบุกเข้ามา

เพียงเวลาชั่วข้ามคืน ฐานขนาดกลางและฐานขนาดเล็กกว่าสิบแห่งในบริเวณใกล้เคียงก็ถูกบุกยึดอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับสุดยอดฐานซูฮั่ง

พวกเขาต่างสับสนอลหม่าน

ทำไมโลกถึงกลับตาลปัตรกลายเป็นเช่นนี้!

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนเรื่องพวกนี้!”

บนท้องฟ้า พลันปรากฏร่างที่มีรัศมีสุดลึกล้ำราวกับมหาสมุทร พร้อมตะโกนเสียงดังกึกก้อง

ร่างนั้นก็คือ ประมุขแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ของสุดยอดฐานซูฮั่ง

ซึ่งเป็นผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งทรงพลังที่สุดในฐานใหญ่แห่งนี้ ตัวตนขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว!

ในขณะนั้น จะเห็นได้ว่าทั่วร่างของชายผู้นี้ห่อหุ้มไปด้วยแสงสีทอง เปล่งประกายออกมาราวกับดวงอาทิตย์เจิดจ้า มีท่าทีอันน่าเกรงขามไร้ขอบเขต

ซึ่งกำลังปะทะติดพันอยู่กับสัตว์อสูรระดับ 8 ตัวหนึ่งที่มีพลังเทียบเท่ากับราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว

ในขณะที่ต่อสู้ เขายังคงพูดเสียงดังไปด้วยว่า “สุดยอดฐานซูฮั่งแตกพ่ายแล้ว เราไม่สามารถสกัดกั้นหยุดมันได้อีกต่อไป!”

“พวกเราชาวซูฮั่ง ไม่ควรตายอยู่ที่นี่ทั้งหมด”

“ภารกิจสำคัญเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้ คือปกป้องผู้คนแล้วทยอยพาอพยพออกไปให้ห่างไกลที่สุด”

“ราชันเทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้า ฉันขอออกคำสั่งให้คุณรีบนำข่าวนี้ออกไปแจ้งแก่ฐานใหญ่อื่น ๆ เพื่อกระจายข่าวเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งใหญ่นี้ เพื่อให้ทุกฐานเตรียมพร้อมรับศึกหนัก!”

เมื่อได้ยินคำสั่งจากระยะไกล

ราชันเทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้าตัวตนระดับ 7 ดาวที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ ตะโกนตอบกลับไปว่า “ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น! ผมราชันเทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้า เป็นผู้ปลุกพลังแห่งสุดยอดฐานซูฮั่ง ผมจะกล้านิ่งเฉยดูคุณต่อสู้กับกองทัพสัตว์อสูรในขณะที่หนีไปคนเดียวได้ยังไง!”

ไฟลุกโชนไปทั่วร่างของเขา ก่อนจะปลดปล่อยพลังโจมตีออกไปอย่างรุนแรง แผดเผาสัตว์ร้ายจำนวนนับไม่ถ้วน!

“เจ้าศิษย์ดื้อด้าน!”

ประมุขแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

แต่ทันใดนั้นเอง

บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!

ท่ามกลางฝูงสัตว์อสูรในระยะไกลสุดสายตา มีเสียงระเบิดรุนแรงหลายครั้งดังขึ้น

จากนั้นเพียงไม่นาน ก็ปรากฏร่างของสัตว์อสูรสามตัวที่มีความสูงนับร้อยเมตรพุ่งตรงดิ่งมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง

ร่างนั้นห่อหุ้มด้วยกลิ่นอายที่น่าพรั่นพรึงหวาดหวั่น

ผู้คนโชคร้ายนับไม่ถ้วนที่อยู่ระหว่างเส้นทางนั้น พลันถูกสัตว์ร้ายบดขยี้เป็นผุยผงด้วยแรงกดดันอันมหาศาล และแม้แต่ความว่างเปล่าก็ไม่อาจทนรับแรงกดดันที่น่ากลัวเช่นนี้ได้

“สัตว์อสูรระดับ 9 สามตัวที่มีพลังเทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด!”

สีหน้าของประมุขแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ซีดเผือดไปทันที

เพียงไม่กี่อึดใจ

สัตว์อสูรระดับ 9 ทั้งสามตัวกำลังตรงดิ่งมาทางนี้อย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นเช่นนั้น

ประมุขแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ก็รีบตะโกนขึ้นทันทีว่า “ไม่ดีแล้ว ราชันเทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้ารีบไปเดี๋ยวนี้ซะ! คุณต้องรีบไปแจ้งข่าวแก่ทุกคนถึงการดำรงอยู่ของตัวตนสัตว์อสูรระดับ 9 ทั้งสามตัวนี้!”

เมื่อสิ้นประโยคนั้น

สัตว์อสูรระดับผู้นำทั้งสามพลันโจมตีประสานเข้าใส่ประมุขวิหารทันที

ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเปรียบดั่งดวงอาทิตย์ ที่แม้แต่ในขณะนี้ก็ยังเปล่งรัศมีเจิดจ้าแผดเผาศัตรูอย่างไม่รู้จบ เขาตัดสินใจเค้นพลังถึงขีดสุดปลดปล่อยพลังโจมตีสวนกลับไปหาสัตว์อสูรระดับผู้นำทั้งสามตัวอย่างไม่รีรอ

ปัจจุบันเขาเป็นผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว!

ซึ่งมีความแข็งแกร่งถึงขีดสุด ใกล้จะเลื่อนขั้นเป็นราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดอยู่รอมร่อแล้ว หากมีเวลาอีกไม่กี่ปีก็จะสามารถกลายเป็นขุนเขาลำดับที่สิบสองต่อจากฉู่โม่ว ให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้พึ่งพิง

เพียงแต่ตอนนี้…

เขายังไม่ใช่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดอย่างแท้จริง!

ยังคงมีช่องว่างที่ผ่านไปไม่ได้ระหว่างราชันย์เทพยุทธ์ระดับเก้าและราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด!

ใช่แล้ว

ในขณะนี้ เขาประเมินแล้วว่าต้องตายอย่างแน่นอน ยังไงก็ไม่อาจรอดไปได้

แล้วยังไง!

ถึงแม้ประมุขแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์จะไม่อาจเป็นคู่มือกับผู้นำสัตว์อสูรทั้งสามได้ เพราะแค่รับการโจมตีนี้ครั้งเดียว เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนกระเด็นถอยหลังล้มพับไป

แต่เขายังคงลุกขึ้นยืนหยัด พร้อมร่างกายที่สั่นสะท้าน กลิ่นอายทั่วร่างอ่อนแอเฉื่อยชาลงจนถึงขีดสุด ผิวหนังปริแตก ชโลมด้วยเลือดจนทั่วร่าง

“ท่านอาจารย์!!!”

เมื่อเห็นรูปลักษณ์อันน่าอดสูของประมุขแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ ราชันเทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้าจึงตะโกนคำรามทันที ดวงตาของเขาแดงก่ำอย่างเจ็บแค้น พร้อมน้ำตาเลือดที่ไหลออกมา

“เป็นบ้าอะไร อย่าร้องไห้ไป!”

ประมุขแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อเห็นน้ำตาของราชันเทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้า จึงพูดกำชับทันทีว่า “ในฐานะที่นายเป็นศิษย์ของฉันราชันย์เทพยุทธ์ ฉันขอสั่งนาย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่าได้ร้องไห้อีกเด็ดขาด นายโตแล้วนะ เจ้าหนู!”

เมื่อพูดจบ

เขาก็เบนสายตาไปยังผู้นำสัตว์อสูรทั้งสาม

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เร่งรีบ น้ำเสียงของเขาจึงผ่อนลงเล็กน้อย “ฟังอาจารย์ดี ๆ นายต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป รีบออกไปจากที่นี่ตอนยังมีโอกาส นำข่าวนี้ไปแจ้งคนอื่น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในที่แห่งนี้บ้าง!”

“แล้วก็…”

“นายเป็นคนมีพรสวรรค์นะ ถ้าหมั่นฝึกฝนอย่างหนัก สักวันในอนาคตนายอาจจะได้เป็นถึงราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด”

“แต่น่าเสียดายที่ตาแก่คนนี้ คงไม่ได้มีชีวิตอยู่จนเห็นฉากนั้น!”

เขาถอนหายใจอย่างอาลัย

แล้วมองไปรอบ ๆ ทันที

เขาเห็นซากบ้านเรือนที่หักพัง ก่อนจะหันไปมองผู้นำสัตว์อสูรทั้งสามพร้อมสีหน้าอาฆาต “เจ้าพวกสัตว์อสูรน่ารังเกียจ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกแก…สุดยอดฐานซูฮั่งของฉันจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ยังไง!”

“ต่อให้ฉันต้องตายก็ไม่มีวันปล่อยให้พวกแกมีชีวิตที่สุขสบายหรอก!”

หลังจากพูดจบ

ประมุขแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์หรือที่รู้จักกันในนามราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพสวรรค์ ก็ฝืนประคองตัวเองให้ยืนขึ้น และเผาผลาญแก่นชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมด

พลันกลิ่นอายทั่วร่างปะทุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

“เจ้าพวกเดรัจฉาน…ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็ขอลากพวกแกลงไปด้วย!”

จ้าวยุทธ์คนนี้เต็มไปด้วยพรสวรรค์ เขาพลันกระตุ้นพลังปราณ เลือดและอณูแห่งชีวิตอย่างบ้าคลั่ง มิหนำซ้ำยังใช้เคล็ดวิชาลับบางอย่างที่เพิ่มพลังขึ้นมหาศาลได้ชั่วคราว แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากเช่นกัน

มันทำให้ขั้นพลังบ่มเพาะของเขายกระดับขึ้นทันที จากจ้าวยุทธ์ระดับสูง ทันใดนั้นก็พุ่งไปเป็นจ้าวยุทธ์ระดับสูงสุด กระทั่งแตะขอบเขตขั้นราชันย์ยุทธ์

แต่ราคาที่ต้องจ่ายก็คือเส้นลมปราณทั่วร่างของเขาฉีกขาดสะบั้นทั้งหมด พร้อมทั้งเผาผลาญแก่นพลังชีวิตจนหมดสิ้น

แต่เขาไม่ได้สนใจอะไร!

ญาติ เพื่อน และครอบครัวของเขาเสียชีวิตที่นี่หมดแล้ว

เขา…จึงสาบานว่าจะต่อสู้กับกองทัพสัตว์อสูรจวบจนวินาทีสุดท้าย!

ภาวะบีบคั้นดังกล่าว

ในเวลานี้มันปรากฏขึ้นทุกที่ของสุดยอดฐานซูฮั่ง

ผู้ปลุกพลังที่เหลืออยู่กำลังต่อกรกับสัตว์ร้ายอย่างสิ้นหวัง

ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นหน้าใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกของผู้ปลุกพลัง หรือยอดฝีมือที่เป็นราชันย์ยุทธ์ หรือแม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์

ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร ทั้งหมดต่างมีดวงตาสีแดงก่ำ และกำลังต่อสู้กับสัตว์ร้ายอย่างสุดกำลัง

แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นไร้ค่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองทัพสัตว์อสูรที่มากมายไม่มีที่สิ้นสุด

การขัดขืนต่อต้านเหล่านี้ พลันถูกคลื่นทะเลซัดจมหายไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง

เสียงกรีดร้องของการฆ่าฟันในสุดยอดฐานซูฮั่งได้เงียบหายไปอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงซากศพที่แขวนอยู่บนซากปรักหักพังของอาคารต่าง ๆ

นั่นหมายความว่า

ในตอนนี้ สุดยอดฐานซูฮั่งทั้งหมดได้แตกพ่ายอย่างสมบูรณ์แล้ว!

ประชาชนยี่สิบล้านคนในฐาน มีเพียงผู้โชคดีไม่กี่คนที่รอด แต่ส่วนใหญ่ที่เหลือได้เสียชีวิตลงภายใต้การบุกโจมตีครั้งนี้!

ณ สุดยอดฐานจงไห่ วิหารราชันย์เทพยุทธ์

ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางที่กำลังเก็บตัวฝึกฝน จู่ ๆ ก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากสร้อยข้อมือ เมื่อเขาเปิดอ่านมัน สีหน้าแต่เดิมซึ่งสงบนิ่งก็พลันเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที

ในแววตาของเขามีอาการตกใจและหวาดหวั่น

“นี่…”

“สัตว์อสูรทะเลบุกทะลวงฝ่าแนวกำแพงป้องกันชายฝั่งเข้ามายังแผ่นดินใหญ่ ยึดเอาฐานสิบกว่าแห่งติดต่อกัน และคร่าชีวิตประชาชนไปนับไม่ถ้วน!”

“สุดยอดฐานซูฮั่งแตกพ่าย ผู้คนกว่ายี่สิบล้านคนถูกกวาดล้าง พร้อมทั้งสูญเสียราชันย์เทพยุทธ์ไปมากมาย กระทั่งราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพสวรรค์ก็ตายลงที่นั่นด้วยเช่นกัน”

“ไม่ มันเป็นไปได้ยังไงกัน!”

เขาอุทานโดยไม่รู้ตัว พร้อมร่างที่สั่นเทา

เขาไม่อาจเชื่อสายตาตัวเอง จึงอ่านทวนทีละคำอีกครั้ง

หลังจากยืนยันจนมั่นใจ

ในที่สุดราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็ตระหนักได้ถึงเหตุการณ์ร้ายแรง

เขาผงะลุกขึ้นยืนพร้อมเส้นเลือดบนศีรษะที่ปูดโปน

โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็ออกคำสั่งเสียงดังลั่นทันที

“ทุกคนรีบมาที่นี่!”

เขาส่งข้อความถึงราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริง ราชันย์เทพยุทธ์ดับดารา ราชันย์เทพยุทธ์มังกร และคนอื่น ๆ ทันที

“ขอให้ทุกคนมาที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์ เพื่อหารือเรื่องเร่งด่วนนี้ทันที!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์