เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 40

บทที่ 40 การกลับมา

หลังกลับไปที่หอการค้าหยกแก้ว

เฉียนหยวนและซุนอู๋ หรือผู้อาวุโสในตระกูลซุนซึ่งเป็นผู้ปลุกพลังขั้นจอมยุทธ์ที่เคยพบกันไปก่อนหน้านี้กำลังพูดคุยกัน

“ฉู่โม่ว กลับมาแล้วหรอ!”

เฉียนหยวนทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม

ดูอบอุ่นเป็นอย่างมาก

ผู้อาวุโสซุนอู๋หันไปมองและแอบคิดอยู่ในใจ

ชายที่ชื่อว่าฉู่โม่วตรงหน้ายังหนุ่มแน่น อีกทั้งพละกำลังไม่ควรจะแข็งแกร่งขนาดนี้ แต่เฉียนหยวนก็ใจดีกับเขามาก

หรือว่าฉู่โม่วคนนี้จะเป็นลูกหลานของตระกูลเฉียนกันนะ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น ผู้อาวุโสซุนอู๋ก็อดถามไม่ได้

หลังจากที่ได้ยินคำถาม เฉียนหยวนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “พี่ซุน พี่เมารึเปล่าเนี่ย! ถ้าฉัน เฉียนหยวน จะมีลูกหลานแบบนี้ ฉันคงต้องหัวเราะตั้งแต่ฝันจนตื่นแน่ ๆ!”

ประโยคนั้นทำให้ผู้อาวุโสซุนอู๋สับสนยิ่งกว่าเดิม

โชคยังดีที่เฉียนหยวนไม่ว่าอะไรและอธิบาย “ฉันผิดเองที่ไม่ได้แนะนำให้นายรู้จัก นี่คือพันธมิตรของหอการค้าหยกแก้วในฐานลู่หยางของเรา ฉู่โม่ว! เขาอาจจะยังหนุ่มแต่ก็เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางแล้ว นี่แหละอัจฉริยะตัวจริง!”

คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม

“เป็นพันธมิตรอย่างนั้นเหรอ!”

ผู้อาวุโสซุนอู๋ตะลึงงัน

เขาไม่รู้ว่าฉู่โม่วแข็งแกร่งขนาดไหน แต่เมื่อได้ยินว่าเขาเป็นถึงพันธมิตรของหอการค้าก็รู้ได้ทันทีว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดา

ในฐานะคนเก่าแก่ของหอการค้าหยกแก้ว ผู้อาวุโสซุนอู๋รู้เรื่องนี้ดี

เขารู้เงื่อนไขในการที่จะเป็นพันธมิตรของเครือหอการค้าหยกแก้วดี

อีกฝ่ายจะต้องทรงพลังมาก หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นขั้นจอมยุทธ์!

หรือไม่ก็มีพรสวรรค์และอนาคตกว้างไกล!

ฉู่โม่วได้เป็นพันธมิตรตอนอยู่ในขั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามีพรสวรรค์ขนาดไหน

“พี่เฉียนชมกันเกินไปแล้ว น่าอายจริง ๆ!”

ฉู่โม่วกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง

หลังจากนั้น

ชายหนุ่มกล่าวทักทายผู้อาวุโสซุนอู๋อีกครั้งและพูดคุยกันเล็กน้อย

ทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าฉู่โม่วไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร และรู้ว่าเป็นมิตรอัธยาศัยดี

ยิ่งทั้งสามพูดคุยกัน จนบรรยากาศก็เริ่มผ่อนคลายลงมากขึ้น และในไม่ช้าก็สนิทสนม

ระหว่างบทสนทนา

ฉู่โม่วนึกถึงเรื่องประหลาดที่ฐานฉางเฟิงได้ และคิดว่าผู้อาวุโสซุนอู๋ที่อาศัยอยู่ที่นั่นมาหลายปีคงจะรู้อะไรบางอย่าง เขาจึงถามออกไปด้วยความสงสัย

“อะไรกัน?” เมื่อเฉียนหยวนได้ฟังเรื่องราวจากฉู่โม่ว ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “พี่ซุน ที่นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?”

“เรื่องยาวนะนั่น!”

ซุนอู๋ผู้ยิ้มแย้มถอนหายใจออกมาหลังจากที่ได้ฟังเหตุการณ์ที่ฉู่โม่วเล่าให้ฟัง

เมื่อเดือนก่อน จู่ ๆ เหล่าสัตว์อสูรในบริเวณฐานฉางเฟิงก็โกลาหลมากกว่าปกติ

แม้แต่สัตว์อสูรทั้งหลายที่เคยอาศัยอยู่ในป่าลึกก็ปรากฏตัวขึ้นบ่อย ๆ และกระทั่งบุกเข้ามาในอาณาเขตของฐานหลายครั้ง

การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ทำให้ผู้บริหารระดับสูงของฐานฉางเฟิงไม่อาจมองข้ามได้

เพื่อสืบหาที่มา ทางฐานได้ส่งผู้ฝึกยุทธ์มากมายเข้าไปสืบข้อมูลและพยายามหาต้นเหตุของการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเหล่าสัตว์อสูร

เพียงแต่ว่า…

ผู้ฝึกยุทธ์มากมายที่ถูกส่งออกไปไม่ได้กลับมา…

ส่วนผู้ที่รอดชีวิตกลับมาได้ก็ไม่มีข้อมูลอะไรเลย…

ยิ่งเวลาผ่านไป เหล่าอสูรยิ่งปรากฏตัวบ่อยยิ่งขึ้น ทำให้เหล่าผู้บริหารระดับสูงของฐานไม่สบายใจและทนรอต่อไปไม่ได้แล้ว

พวกเขาตัดสินใจส่งผู้ปลุกพลังเกือบทั้งหมดออกไปสืบหาเบาะแสครั้งใหญ่ พวกเขาต้องหาต้นเหตุให้ได้เร็วที่สุด

นั่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว

เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสซุนอู๋ก็ส่ายหน้าและกล่าว “เพราะเรื่องนี้ คนที่ต่อสู้ได้ของฐานถูกส่งออกไปข้างนอกกันเกือบหมด ที่นั่นเคยมีปรมาจารย์ยุทธ์หกคน แต่ตอนนี้เหลืออยู่ที่ฐานแค่คนเดียว ส่วนอีกห้าคนออกไปหมดแล้ว”

“ผู้ปลุกพลังส่วนมากก็ถูกเกณฑ์ไปด้วย ทำให้กองกำลังในฐานฉางเฟิงขาดแคลนอย่างหนัก”

“อีกอย่าง… พวกสัตว์อสูรปรากฏตัวบ่อยขึ้น ทั้งบุกเข้ามาในอาณาเขตและเข้ามาในฐานด้วย”

เมื่อได้ฟังคำอธิบายเหล่านี้

ตอนนั้นเองที่เฉียนหยวนนึกขึ้นได้และเอ่ยขึ้น “หวังว่าจะหาต้นตอของเรื่องนี้ได้โดยเร็วนะ”

“ถ้าหาต้นตอไม่เจอและเป็นแบบนี้ต่อไป แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ก็คงไม่กล้าไปออกล่าแน่!”

ผู้อาวุโสซุนอู๋เห็นด้วย

ฉู่โม่วไม่ได้พูดอะไร

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขารู้สึกหนักใจเหลือเกิน

แม้ว่าฐานฉางเฟิงจะดูไม่เป็นอะไรในตอนนี้ แต่ชายหนุ่มก็รู้ดีว่ามีอะไรผิดปกติอย่างแน่นอน

ฉู่โม่วรู้ดีด้วยสัญชาตญาณจากการดิ้นรนเอาตัวรอดมานานในชีวิตก่อนหน้า

หากมีอะไรผิดแปลกไปก็แปลว่าจะต้องมีตัวต้นเหตุ

“ไปพักผ่อนกันเถอะ ผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจะได้ค่าชดเชย รวมถึงรางวัลตอบแทนก็จะเพิ่มขึ้นด้วย!”

หมัวซานซานกล่าว

เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็ดูสดใสขึ้นมา “ขอบคุณคุณหนูหมัวซานซาน!”

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว พวกเขาก็แยกย้ายกันออกไป

ผู้ฝึกยุทธ์เหล่านี้ล้วนเป็นคนของเครือหอการค้าหยกแก้ว และจะมีคนไปส่งมอบรางวัลตอบแทนให้

ส่วนฉู่โม่วนั้น

เขาเองก็ได้รับรางวัลจากหมัวซานซานด้วยเช่นกัน

ยานอแรดหยกสิบขวด!

นี่มันมากกว่าที่เคยตกลงกันไว้ตั้งห้าขวด!

ฉู่โม่วประหลาดใจเล็กน้อย “คุณหนูหมัวซานซาน คุณ…”

“คุณฉู่โม่ว ฉันได้ยินเรื่องมาจากผู้จัดการเฉียนแล้ว ทุกคนเดินทางกลับมาได้อย่างราบรื่นเพราะคุณ… ซึ่งสมควรได้รับยานอแรดหยกเพิ่มห้าขวดแล้วละค่ะ”

เมื่อได้ยินดังนั้น

ฉู่โม่วก็ลังเลอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงพยักหน้าพร้อมกล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมากครับ!”

หลังจากที่พูดคุยกับหมัวซานซานอีกเล็กน้อย ชายหนุ่มก็กล่าวลา

หลังจากที่เขาออกไป

คล้อยหลังชายหนุ่มไป หมัวซานซานก็สูดหายใจลึกอยู่ในห้อง

‘จับตาดูเขามาตั้งนาน ไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องให้ประหลาดใจได้อีก!

เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เฉียนหยวนเล่าถึงวีรกรรมตัดหัวพังพอนมายาของฉู่โม่วให้ฟัง จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังไม่สามารถสงบจิตสงบใจได้

เขาฆ่าพังพอนมายา!

สัตว์อสูรระดับ 3 ที่สามารถเดินทางข้ามมิติได้ แม้แต่ปรมาจารย์ยุทธ์ยังต้องหนักใจเมื่อเผชิญหน้ากับมัน

แต่ฉู่โม่วกลับสังหารมันได้อย่างรวดเร็ว!

เขาใช้เวลาแค่ไหนกัน?

ในการเติบโตขึ้นได้ขนาดนี้!

พรสวรรค์เช่นนี้ช่างน่าตกใจจริง ๆ!

‘บางที…’

‘อาจจะขอให้ฉู่โม่วมาช่วยเรื่องนั้นได้…’

หลังจากที่ได้เห็นพรสวรรค์ของเขา หมัวซานซานก็เริ่มมีความคิดบางอย่างขึ้นในหัว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์