บทที่ 410 เผ่าพันธุ์มนุษย์เศร้าโศก ก่อจลาจล… พวกเราจะไม่มีวันตาย!
ฝนโลหิตยังคงตกลงมา
บนโลกทั้งใบ ไม่ว่าจะเป็นประชากรอาณาจักรตงเสวียน เกาะซากุระ หรือแผ่นดินอื่น ๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ผู้คนต่างก็มารวมตัวกันภายใต้ฝนเลือดนี้
นี่คือความรู้สึกของสวรรค์และโลกที่อาลัยต่อราชันย์เทพยุทธ์อสงไขย!
ในสุดยอดฐานจงไห่
ผู้ปลุกพลังและผู้คนธรรมดานับไม่ถ้วนต่างก็เศร้าโศกและส่งคำอำลาให้แก่วีรบุรุษผู้ยืนหยัดต่อสู้ในวินาทีที่มืดมนที่สุดของมนุษยชาติ!
ครืน!
ภูเขาเต็มไปด้วยแสงสีเงินและสายฟ้าผ่าลงมา ทำให้เกิดเสียงฟ้าร้องและแสงสว่างวาบทั่วทุกหนแห่ง
หมู่เมฆสีดำปรากฏขึ้นและฝนโลหิตเทลงมาอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศแสนกดดันแผ่กระจายไปทั่วทั้งโลก ทำให้ความเศร้าโศกคืบคลานเข้าไปในหัวใจของทุกสิ่งมีชีวิต
“การตายของราชันย์เทพยุทธ์อสงไขยเป็นความสูญเสียที่น่าเศร้าสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์!”
“สมัยก่อนเขายืนหยัดต่อสู้เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราและสร้างผลงานเอาไว้นับไม่ถ้วน ซึ่งรวมไปถึงปกป้องประชากรหลายร้อยล้านคนด้วย ตอนนี้เขากลับต้องตายในการต่อสู้ที่แนวป้องกันชายฝั่ง แล้วพวกเราเผ่าพันธุ์มนุษย์จะนิ่งเฉยอยู่ได้ยังไง?!”
ภายในฐานจงไห่ที่พังทลาย ราชันย์เทพยุทธ์คนหนึ่งพลันเงยหน้าขึ้นและแผดเสียงลั่น “ตอนการเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้น มนุษย์อย่างเราไม่มีพละกำลังอะไรและได้แต่หลบหนีการโจมตีของสัตว์อสูรไปเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ถึงอย่างนั้นสัตว์อสูรก็ยังบุกรุกเข้ามาทำลายสุดยอดฐานซูฮั่งและทำลายพื้นที่หลายล้านกิโลเมตรทางใต้ของสุดยอดฐานจงไห่ ถ้าไม่ได้แก้แค้นแล้วจะเรียกว่าเราเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ยังไง?!”
เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความเกลียดชังไร้ที่สิ้นสุด
หลังจากที่ได้ยินดังนั้น ผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์หลายคนในพื้นที่โดยรอบก็กู่ร้อง
ราชันย์เทพยุทธ์เหล่านี้ต่างก็มีชีวิตอยู่มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง พวกเขามาจากยุคสมัยเดียวกันกับราชันย์เทพยุทธ์อสงไขย แต่พวกเขามีศักยภาพหรือดวงที่ต่างกัน ในตอนที่พวกเขายังเป็นราชันย์ยุทธ์หรือราชันย์เทพยุทธ์ ราชันย์เทพยุทธ์อสงไขยก็เป็นถึงราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดแล้ว
ดังนั้นแล้ว พวกเขาจึงเข้าใจและซาบซึ้งในตัวราชันย์เทพยุทธ์อสงไขยยิ่งกว่ามาก
เรียกได้ว่า
ราชันย์เทพยุทธ์อสงไขยแทบจะเป็นอาจารย์ของพวกเขาเลยก็ว่าได้!
และตอนนี้
เมื่อเห็นความตายของผู้อาวุโสของเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกเขาจะยังเฉยอยู่ได้ยังไงกัน?! พวกเขาจะไม่สนใจได้ยังไงกัน?!
“พระเจ้า!”
“ราชันย์เทพยุทธ์อสงไขยต้องตายเพราะสัตว์อสูร ถ้าพวกเราไม่แก้แค้น เราจะไปสู้หน้าใครได้?!”
“ความแค้นนี้ต้องชำระ!”
“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน!”
“ต้องทำให้พวกสัตว์อสูรเจ็บปวดบ้าง มันจะได้ไม่บุกรุกเข้ามาในเขตแดนของเผ่าพันธุ์มนุษย์อีก!”
พวกเขาคำรามขึ้นมาคนแล้วคนเล่า คำพูดของคนเหล่านั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเสียใจที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งฐาน
หลังจากนั้นไม่นาน
ผู้คนนับไม่ถ้วนก็ได้ยินเสียงนี้
หลังจากที่เงียบไปได้ไม่นาน เสียงตะโกนก็ดังขึ้นมาจากทั่วทุกทิศทางของฐาน
“เอาสิ!”
“พวกเราต้องแก้แค้น!”
“ชีวิตของราชันย์เทพยุทธ์อสงไขยและชีวิตของมนุษย์สามสิบห้าล้านคนจะต้องไม่สูญเปล่า พวกเราต้องแก้แค้น!”
ทุกคนตะโกนอย่างพร้อมเพรียงกัน
ตอนแรกมันเป็นเสียงที่ยุ่งเหยิง แต่ยิ่งผู้คนตะโกนมากยิ่งขึ้น เสียงเหล่านี้ก็รวมตัวกันราวกับกระแสน้ำที่หลั่งไหลไปทั่วทั้งฐานและกระทั่งพื้นที่โดยรอบหลายกิโลเมตร
“แก้แค้น!”
“แก้แค้น!”
“แก้แค้น!”
ทุกคนตะโกนออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ น้ำเสียงที่โศกเศร้าแต่เต็มไปด้วยความโกรธดังขึ้นเรื่อย ๆ และกึกก้องไปทั่วทั้งฐาน
ภายใต้เสียงคำรามนี้ ทั่วทั้งโลกกลับเงียบสงัด
สายลมหยุดลง สายฝนหยุดตก และหมู่เมฆสีดำสลายหายไป
แม้แต่แรงสั่นสะเทือนและสายฟ้ามากมายก็เงียบลงให้กับคลื่นพลังแห่งมนุษย์นี้ในทันใด!
“ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ออกคำสั่งเร็ว!”
“เจ้าวิหาร ได้โปรดตัดสินใจเถอะ!”
“ถ้าไม่ได้แก้แค้น มนุษย์อย่างเราจะมีหน้าไปสู้ใครได้?!”
ราชันย์เทพยุทธ์คนแล้วคนเล่าหันไปยังราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางผู้เงียบมาตลอดและขอให้เขาออกคำสั่งเริ่มสงคราม
ตอนนี้
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางยืนอยู่กลางอากาศ เขาได้ยินเสียงโอดครวญของราชันย์เทพยุทธ์มากมายและคำร้องขอของผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทั้งฐานด้านหลัง แต่เขาก็ปิดปากเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากแก้แค้น!
ไม่ใช่ว่าไม่อยากปลดปล่อยความแค้นนี้!
ตรงกันข้าม เขาคือคนที่อยากแก้แค้นมากที่สุด และยังเป็นคนที่อยากระบายความเกลียดชังนี้ที่สุดด้วย!
อย่างไรแล้ว
ราชันย์เทพยุทธ์อสงไขยก็เป็นอาจารย์ของเขา
ทั่วทั้งฐานในตอนนี้ คนที่หนักใจ เศร้าใจ และโกรธแค้นที่สุดคือราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง!
แต่…
เขาคือเจ้าวิหารราชันย์เทพยุทธ์ผู้มีสถานะสูงสุดในสุดยอดฐานจงไห่!
เขาจะสั่นไหวไม่ได้
เพราะเขาต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทั่วทั้งฐาน ไม่อย่างนั้น หากไม่รอบคอบ มนุษย์หลายสิบล้านคนอาจถูกส่งลงไปยังเหวแห่งความตายเลยก็ได้
ดังนั้นแล้ว เขาต้องระมัดระวังและไม่ประมาทอย่างเด็ดขาด!
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ คุณคิดว่าไง?”
หลังจากที่เงียบอยู่นาน ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็เงยหน้าขึ้นไปมองฉู่โม่ว เขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและตาแดงก่ำ
ฉู่โม่วไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เขาตอบออกไปทันที
“ฉันก็เหมือนกัน…”
ฉู่โม่วชี้ไปยังผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์มากมายด้านล่างและกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ราชันย์เทพยุทธ์อสงไขยจากไปแล้ว เผ่าพันธุ์มนุษย์กำลังเศร้าโศกและหัวใจเต็มไปด้วยความเสียใจ ความแค้นนี้ต้องได้รับการปลดปล่อย!”
หง่างเหง่ง!
เสียงดังกึกก้องกว่าสิบแปดครั้งและไร้ที่สิ้นสุดราวกับคลื่นสมุทร
ระฆังแดนสวรรค์ดูจะไม่ถูกใช้งานหากไม่ใช่เรื่องที่สำคัญอย่างถึงที่สุด
ส่วนระฆังครั้งที่สิบแปดนั้นดังขึ้นเพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นตั้งแต่การก่อตั้งสุดยอดฐานจงไห่
ครั้งสุดท้ายคือเมื่อไม่กี่วันก่อนที่สุดยอดฐานจงไห่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นความตายและได้ยินเสียงระฆัง
แต่ตอนนี้ หลังจากที่ผ่านมาได้ไม่นาน มันก็ดังขึ้นอีกครั้ง!
แต่
ความแตกต่างคือครั้งก่อนเป็นเสียงระฆังของการทำลายล้างที่หมายถึงหายนะสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์
และตอนนี้
เป็นเสียงระฆังแห่งการแก้แค้น!
มันคือสัญญาณของมนุษย์นับไม่ถ้วนที่เศร้าโศก โกรธแค้น และตัดสินใจที่จะโต้กลับ!
ใช่แล้ว
ตอนที่ระฆังดังขึ้นเป็นครั้งที่สิบแปด ไม่มีมนุษย์คนใดในฐานแสดงความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกออกมา แต่กลับกลายเป็นใบหน้าที่แน่วแน่และบังเกิดจิตวิญญาณต่อสู้ที่รุนแรง
“แก้แค้น! แก้แค้น! แก้แค้น!”
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม!”
“ผู้ปลุกพลังทุกคนเหนือขั้นจอมยุทธ์ต้องมาพบกันที่จุดรวมพลทันทีโดยไม่ล่าช้า!”
เสียงตะโกนดังมาจากทั่วทุกหนแห่ง
เหล่าผู้ปลุกพลังที่ได้สัมผัสการต่อสู้อันยิ่งใหญ่และยังไม่ได้กลับไปพักผ่อนต่างก็มุ่งหน้าไปยังจุดรวมพล
ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ลูกศิษย์ หรือผู้ปลุกพลังทั่วไปต่างก็เดินทางมาจากเขตย่านและถนนมากมาย
หลังจากที่เสียงระฆังแห่งการแก้แค้นดังขึ้น ทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่ก็เริ่มเคลื่อนไหวราวกับเครื่องจักรขนาดยักษ์
ในตอนนี้
หากมองลงมาจากท้องฟ้าก็จะเห็นคนหนุ่มสาว คนชรา และเด็กปรากฏตัวขึ้นจากทั่วทุกทิศทาง พวกเขาดูราวกับสายน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลผ่านแม่น้ำลงไปยังมหาสมุทร
มียานพาหนะและยานบินอณูแห่งชีวิตมากมายที่ขนทรัพยากรมหาศาลมายังจุดรวมพลและรอคอยเวลาออกเดินทาง
บนท้องถนน
ผู้คนธรรมดาปรากฏตัวให้เห็นทั่วทุกประตูบ้านเพื่ออำลาบุคคลอันเป็นที่รักของตัวเอง
พ่อบอกลาภรรยาและลูก ส่วนลูกก็บอกลาพ่อแม่ของตน
ผู้คนมากมายทิ้งคำสั่งเสียและพินัยกรรมเอาไว้ก่อนที่จะจากมา
พวกเขารู้ว่า
การเดินทางครั้งนี้อันตรายยิ่งกว่ามากและเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาจะไม่กลับมาอีก แต่ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือตัวผู้ปลุกพลังเอง พวกเขาต่างก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธคำสั่งแม้แต่น้อย
เมื่อกล่าวลาครอบครัว เหล่าผู้ปลุกพลังก็กลับหลังหันมาด้วยความภาคภูมิใจ
ผู้ปลุกพลังที่จากครอบครัวมาต่างก็แน่วแน่และมีพลังใจอันแรงกล้า
ภาพเช่นนี้ปรากฏขึ้นหลายที่ในฐานและเกิดขึ้นทุกช่วงเวลา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์