บทที่ 430 คมกระสวยสังหาร กับ บรรพบุรุษผู้เดินออกมาจากสุสานแห่งทวยเทพ!
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ควบคู่ไปกับการโจมตีเหล่านั้น เสียงระเบิดดังตามมาอย่างต่อเนื่องไล่ ๆ กัน
แสงสีทองระยิบระยับส่องสว่างไปทั่วภูเขาไท่หัว ดวงแสงนับร้อยพุ่งเข้าปะทะกัน และในทุก ๆ ครั้งที่ได้คลุกเคล้าเข้าด้วยกัน สวรรค์และโลกต่างสั่นสะเทือน
ฟากฟ้าเกิดรอยแยกและแตกออก
ช่องว่างมิติถูกบดบี้และส่งเสียงครวญ
ปฐพียังคงแตกระแหงอย่างต่อเนื่องและเกิดรอยแยกอยู่เป็นนิจ
ในขณะที่การต่อสู้ยังคงดำเนินไปด้วยความดุเดือดและบานปลาย ขอบเขตของทั้งสองฝ่ายก็ขยายมากขึ้นจนกินพื้นที่ไปกว่าแสนกิโลเมตรแล้วจากพื้นที่ล้านกิโลเมตร
เป็นครั้งคราว มีบ้างที่อาจจะมีคนพบเห็นแสงสีทองสว่างวาบออกมา ราวกับเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นแล้วดับลงดังเดิม
ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวที่มีสถานะสูงสุดในโลกภายนอกและอยู่ในจุดสูงสุดของกองกำลังมนุษย์ถ้ำ ในเวลานี้ต่างตกตาย
ไปอย่างง่ายดาย
“ฆ่ามันเลย! ฆ่ามัน!”
“แก้แค้นให้กับประชากรกว่าสามสิบห้าล้านคนและล้างแค้นให้ราชันย์เทพยุทธ์อสงไขย!”
“ฆ่าพวกคนทรยศนี่ซะ อย่าให้มีใครเหลืออีก!”
ผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์เต็มไปด้วยความโกรธแค้น พวกเขากล่าวออกมาด้วยถ้อยคำที่เต็มไปด้วยจิตอาฆาตต่อเหล่ามนุษย์ถ้ำเต็มเปี่ยม
อีกฝั่งหนึ่ง เหล่ามนุษย์ถ้ำที่โดนโจมตีจากเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดมากถึงสิบคน ผนวกกับราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวอีกหลักสิบคนต่างก็ได้แต่ถอยหลังไปเรื่อย ๆ พวกมันสูญเสียนักรบฝีมือดีอย่างต่อเนื่อง และนักรบระดับราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวของพวกมันเองก็ล้มตายกับบาดเจ็บไปเป็นจำนวนมาก ส่วนราชันย์เทพยุทธ์ทั่ว ๆ ไปนั้น ล้มตายกันเป็นผักปลาเลย นอกเสียจากบางส่วนที่ถูกฆ่าโดยราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวของมนุษย์ นักรบมนุษย์ถ้ำส่วนมากล้วนตกตายหลังจากได้รับผลกระทบจากการโจมตีของเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดกันทั้งหมด
และเหล่ามนุษย์ถ้ำธรรมดา ๆ จำนวนนับไม่ถ้วนนั้น พวกเขาเลือกความเป็นความตายไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
เหตุการณ์ในครั้งนี้ เรียกได้ว่าคือโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของพวกมนุษย์ถ้ำเลยก็ว่าได้
ทว่าเมื่อมองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษยชาติ แค่นี้มันยังน้อยนัก
“อ๊ากกกกก!”
มั่วลาเกรี้ยวกราดอย่างที่สุด
ถึงแม้ว่าตั้งแต่ที่เริ่มปะทะกันจนถึงตอนนี้ บาดแผลที่เกิดจากการโดนเหล่าราชันย์เทพยุทธ์โจมตีจะถูกรักษาจนหายหมดแล้ว แต่เลือดสีทองที่หลั่งไหลออกมาจากร่างกาย ผนวกกับพลังที่ลดต่ำลงไปเยอะ ก็ทำให้มันอ่อนแอลงไปเป็นอย่างมาก ถึงอย่างนั้นยามที่ความโกรธมันสุมไฟอยู่ในใจ เจ้าตัวก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้
พวกนี้น่ะ เป็นถึงนักรบระดับสูงของเผ่าพันธุ์มนุษย์ถ้ำเลยนะ!
หมื่นปีที่ได้เก็บซ่อนตนเองและขัดเกลาพลังจนสามารถกลับมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ พัฒนาทั้งร่างกายและความสามารถจนเรียกได้ว่าเก่งกาจ ทว่าในศึกกับเหล่ามนุษย์บนดินครั้งนี้ พวกเขากลับเป็นฝ่ายสูญเสียหนักหน่วง… ต่อให้อณูแห่งชีวิตจะฟื้นฟูบนโลกนี้แล้ว แต่มันก็ยังใช้เวลาอีกอย่างน้อย ๆ ก็ร่วมร้อยปีกว่าที่พวกเขาจะฟื้นพลังได้ใหม่!
“น่าอัปยศ! น่าอัปยศจริง ๆ!”
“พวกมนุษย์ ฉันจะไม่ยอมตายตรงนี้แน่!”
มั่วลาที่กำลังโกรธ ในสภาพที่พลังของเขาเริ่มจะลดต่ำแถมยังไม่มั่นคงเหมือนทะเลที่ไม่สงบ ผิวหนังของเขาพลันแห้งกร้านอย่างรวดเร็ว
มันชัดเจน
มั่วลากำลังจุดไฟเผาตนเอง เขากำลังผลาญอณูแห่งชีวิตภายในร่าง!
ยามที่แก่นแท้แห่งชีวิตของตัวเขาเองถูกเผาไหม้ มันก็ส่งพลังประหลาดออกมา กลิ่นอายพลังที่เคยลดถอย บัดนี้ได้กลับมารุกโชติช่วงอย่างมั่นคงอีกครั้ง เพียงไม่นานก็แข็งแกร่งเทียบเท่ากับเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ได้ และสูงขึ้นไปอีกจนแข็งแกร่งกว่าราชันย์เทพยุทธ์
“ฮึ่ม!”
“นั่นก็แค่วิชาที่บังคับให้ความแข็งแกร่งของตนเองเพิ่มขึ้นน่ะ ทุกคนอย่าไปกลัว!”
เห็นพลังของศัตรูเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ราชันเทพยุทธ์มารอหังการกลับไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด กลับกันเขากำลังยิ้มและเยาะเย้ยกลับไปด้วย
“จะบังคับหรือไม่แล้วมันจะทำไม? แค่นี้ก็เพียงพอที่จะฆ่าแกได้แล้ว!”
มั่วลาแผดเสียง
จากนั้นเขาก็หยิบเอากระสวยพันด้ายที่มีรูปทรงแหลมคม เปล่งประกายแสงมันวาวและปลดปล่อยพลังปราณอย่างน่าเหลือเชื่อออกมา
“กระสวยสังหาร!”
“สิ่งนี้ถือเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำของฉัน! ถูกส่งต่อมานับพันปี มีพลังที่สูงยิ่งกว่ายุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 9 … ดังนั้น แก! ตายซะ!”
สิ้นเสียง
มั่วลาก็สะบัดกระสวยพันด้ายนี้ออกไป ใบมีดที่แหลมคมพุ่งหายไปในอากาศเบื้องหน้า มันหายไปในรอยแยกมิติเพื่อลดระยะทาง ระหว่างนั้น ตัวกระสวยสังหารนี้เองก็แสดงพลังของมันเองซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของคมมีดไปอยู่ในระดับที่สูงเสียจนน่ากลัวด้วย
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ทั้งสองเริ่มเข้าปะทะกัน กระสวยพันด้ายพุ่งเข้าโจมตีราชันเทพยุทธ์มารอหังการผู้ที่เฝ้าระวังตนเป็นอย่างดี เขายกเอาค้อนคู่ที่เป็นอาวุธประจำกายขึ้นมาและพยายามหวดฟาดกระสวยพันด้ายนั้นกลับไป
แต่เพราะความเร็วของกระสวยสังหารนั้นเร็วมาก ๆ มันจึงยากที่จะมองทันตลอด ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นเรื่องยากที่ราชันเทพยุทธ์มารอหังการจะสามารถหยุดมันไว้ได้ เขาทำได้เพียงปัดป้องยามที่กระสวยพันด้ายเข้ามาใกล้เพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น
ในท้ายสุด
เคร้ง!
ราชันเทพยุทธ์มารอหังการมองเห็นจุดอ่อนของกระสวยสังหารจนได้ เขาตั้งใจง้างค้อนด้ามหนึ่งและฟาดลงไปตามจุดที่เป็นจุดอ่อนนั้น ซึ่งด้วยพลังของมหาค้อนในมือของเขาอันเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 9 หากสามารถทำลายสมดุลของกระสวยสังหารได้ อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะสามารถทำให้มันหมดพลังไปได้สักครู่ใหญ่ ๆ
ทว่าไม่มีใครคาดคิดเลยว่าในจังหวะที่ยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงทั้งสองชิ้นกำลังปะทะกัน จู่ ๆ ราชันเทพยุทธ์มารอหังการก็ตระหนักได้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่แผ่ซัดออกมา ทำให้แขนของเขาต้องสั่นเทาจนยากที่จะรั้งมหาค้อนไว้ในมือตน จนท้ายที่สุดทั่วทั้งร่างเขาก็รับแรงปะทะนั้นจนมีเลือดไหลท่วมและกระเด็นลอยออกไปไกลหลายสิบกิโลเมตร
พร้อมกันนั้นเอง พายุใหญ่ก็ได้ก่อเกิดขึ้นมา มันสร้างความเสียหายเป็นคลื่นอัดกระแทกปั่นป่วนบรรยากาศในระยะหลักพันกิโลเมตรให้ยากต่อการยืนหยัด แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวสองคนที่อยู่ใกล้เคียงยังต้องถูกพัดกระเด็นไป
“ฉันบอกไปแล้ว ต่อให้มันเป็นการบังคับเพิ่มพลัง มันก็เพียงพอที่จะฆ่าแกแล้ว!”
มั่วลาหัวเราะเสียงดัง ใบหน้าของเขาเยือกเย็นก่อนจะแผดเสียงที่แหบแห้งออกมา “ตายซะ!”
สิ้นเสียง
กระสวยสังหารก็เปล่งแสงสว่างออกมา แสงนั้นสว่างจ้าก่อนที่ตัวมีดจะพุ่งเข้าใส่ราชันเทพยุทธ์มารอหังการด้วยความเร็วที่เร็วกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว ซึ่งด้วยความเร็วระดับนี้ มันทำให้ราชันเทพยุทธ์มารอหังการไม่อาจจะหลบได้เลย
เห็นเช่นนั้นเขาก็ตระหนักได้เลยว่าตนเองจะต้องตายด้วยกระสวยสังหารนี้แน่ ๆ
ซู่ม!
หลังจากนั้นก็เป็นคราของราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพา ราชันย์เทพยุทธ์สุริยันสีชาด ราชันย์เทพยุทธ์ชิงหงหรือราชันย์เทพยุทธ์รุ้งมรกต และคนอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ซึ่งล้วนเติบโตขึ้นมาในยุคที่มนุษยชาติกำลังเผชิญหน้ากับภัยร้ายทั้งสิ้น เพื่อช่วยปกป้องมนุษย์อีกนับหลายล้านชีวิตให้รอดพ้นภัย เปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งยุคสมัยที่นำพาความหวังมาสู่มนุษยชาติ
จนกระทั่งตอนนี้
เมื่อครั้งที่แนวป้องกันชายฝั่งที่มนุษย์สร้างขึ้นล่มสลาย
ในการที่จะระงับไม่ให้มีราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดคนใหม่ถือกำเนิด มั่วลาจงใจเรียกให้ราชาอสูรปรากฏตัวขึ้นมา ด้วยความเชื่อว่าจะสามารถทำให้มนุษย์ประสบกับหายนะอย่างแท้จริงได้ แต่เขาไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดคนใหม่จะได้ถือกำเนิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นแล้ว!
และฉู่โม่ว ก็คือคนผู้นั้น!
ตั้งแต่ที่เขาสามารถกำจัดราชาอสูรตนแรกในสุดยอดฐานจงไห่ได้ จากนั้นก็ไปไล่สังหารราชาอสูรตนอื่น ๆ อีกที่แนวชายฝั่ง ดำดิ่งลงไปใต้ทะเลลึกเพียงคนเดียว และสังหารราชาอสูรไปอีกห้าตนด้วยพลังของตนเอง ก่อนจะนำพาความสงบสุขที่การันตีไปได้อีกนับทศวรรษกลับคืนสู่ชายฝั่งอีกครั้ง!
ต่อให้จะย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของเหล่ามนุษย์ถ้ำที่บันทึกไว้ ณ มาตุภูมิที่ถูกทำลาย ต่อให้เป็นพวกเขาในยุครุ่งเรืองเองก็ตาม ผู้ที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานเช่นฉู่โม่วนี้ก็ยังถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก ๆ!
และมนุษยชาติ
ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะเรียนรู้วรยุทธ์ได้เพียงสองร้อยปีเท่านั้น เหตุไฉนถึงได้มีผู้ที่มีพลังแกร่งกล้าระดับนี้เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ ได้!
ห้วงความคิดของมั่วลาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังมากมาย
ฉู่โม่วไม่ได้รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ กระนั้นเขาก็ไม่ได้ทำอะไรต่อเช่นกัน แต่แล้วชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจจะมาปรากฏตัวอะไรทั้งนั้น เขาแค่หมายจะมาจัดการสถานการณ์โดยรวมในครั้งนี้หลังจากที่อ่านสถานการณ์เรียบร้อยแล้วเท่านั้น
หากว่าทางฝั่งมนุษย์ถ้ำไม่มีกำลังเสริมซ่อนอยู่ ลำพังเพียงมหาราชันย์เทพยุทธ์ทั้งสิบคนรวมถึงราชันเทพยุทธ์มารอหังการ ก็น่าจะสามารถจัดการล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ถ้ำพวกนี้ได้แล้ว แต่ถ้าอีกฝ่ายมีกำลังเสริม เมื่อนั้นเขาถึงค่อยลงมือช่วย
ทว่าแนวคิดนั้นก็ต้องเปลี่ยนเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่เขาคาดไว้เลย
วิกฤตที่ราชันเทพยุทธ์มารอหังการต้องเผชิญหน้าเมื่อครู่ ฉู่โม่วไม่อาจจะปล่อยให้อีกฝ่ายตายได้ ดังนั้นเขาจำเป็นต้องช่วย
ในตอนนี้การมีอยู่ของเขาภายในที่แห่งนี้ถูกเปิดเผยแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายหากเขาจะถอนตัวออกไป
เช่นนั้นแล้ว ทางที่เลือกต่อไปได้ก็คือ ตัดสินใจที่จะรีบช่วยเหลือมนุษยชาติทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ถ้ำออกไปให้เร็วที่สุด
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วก็เตรียมที่จะโจมตีใส่มั่วลาที่กำลังบาดเจ็บอีกครั้ง
แต่ใครจะไปคาดคิด
ตอนนี้ จากแผ่นดินส่วนที่ลึกที่สุด กลิ่นอายพลังที่ล้ำลึกยากจะเข้าใจได้ก็ถูกปลดปล่อยออกมา ในทันทีที่มันโผล่พ้นผืนดินขึ้นมา มันก็กระจายตัวไปทั่วพื้นที่กว่าล้านกิโลเมตรอย่างรวดเร็ว
ตู้ม!
แรงระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวจากใต้พิภพ ทำให้ผืนดินพองตัวสูงเสมือนชั้นเค้กหลายร้อยชั้น จากนั้นร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวออกมาจากแผ่นดินที่ยกตัวลอยนี้
“บรรพบุรุษอาวุโส!”
“ท่านบรรพบุรุษอาวุโสมาแล้ว!”
“โอ้ววว ท่านบรรพบุรุษได้ออกมาจากสุสานแห่งทวยเทพเพื่อมาช่วยพวกเราแล้ว!”
เห็นร่างดังกล่าว มั่วลาและเหล่ามนุษย์ถ้ำที่กำลังรับมือกับการต่อสู้อันดุเดือดต่างปลดปล่อยน้ำตาแห่งความดีใจออกมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์