เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 464

บทที่ 464 คุณคือราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ตัวจริงงั้นเหรอ? มุ่งสู่จักรวาลทมิฬกันเถอะ!

ซูเจาเจาและกวนหนิงหนิงทักทายกันอย่างรื่นรมย์อยู่พักหนึ่ง จากนั้นกวนหนิงหนิงก็มองไปยังผู้ปลุกพลังที่อยู่เบื้องหลังซูเจาเจา

“ซูเจาเจานี่คือผู้ปลุกพลังของตระกูลซูที่เธอพามาเหรอ?”

เธอมองไปรอบ ๆ ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “ฉันจำได้ว่าเธอเคยบอกว่าเชิญผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งมาคนหนึ่ง แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนล่ะ”

“นี่ไง!”

ซูเจาเจาพูดและดึงชายหนุ่มเข้ามาแนะนำทันที

เมื่อเห็นฉู่โม่วระยะใกล้ กวนหนิงหนิงซึ่งเดิมมีความอยากรู้อยากเห็นก็ตกตะลึงจนตาค้างในทันที!

“หนิงหนิง ฉันขอแนะนำให้รู้จัก นี่ไงพ่อคนเก่งที่ฉันเล่าให้ฟัง ชื่อของเขาคือฉู่โม่ว แต่อย่ามองแค่รูปร่างหน้าตาภายนอกล่ะ อันที่จริงแล้ว…”

เธอไม่ได้สังเกตสีหน้าที่เปลี่ยนไปของกวนหนิงหนิงเลยแม้แต่น้อย และยังคงแนะนำต่อไป

ทันใดนั้นเอง

ก่อนที่เธอจะพูดจบประโยค กวนหนิงหนิงก็ขัดจังหวะเธอ “เดี๋ยวก่อนเจาเจา แน่ใจนะว่าเขาคือผู้เชี่ยวชาญที่เธอเคยเล่าให้ฉันฟัง!”

“ใช่ ทำไมเหรอ”

ซูเจาเจาพยักหน้าอย่างุนงง

หลังจากได้รับคำยืนยัน กวนหนิงหนิงก็อดไม่ได้ที่จะหายใจเข้าลึก

เธอมองไปที่ฉู่โม่วด้วยความตกใจ และใช้เวลาสักพักก่อนจะสงบอารมณ์ลงได้ “ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ เราพบกันอีกแล้วนะ!”

“ยินดีที่ได้พบเช่นกัน”

ฉู่โม่วพูดพร้อมยิ้มเล็กน้อย

“ระ… ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์?” ซูเจาเจายังไม่หายงุนงง และมองไปที่ฉู่โม่ว สลับกับกวนหนิงหนิง แล้วพูดอย่างตะกุกตะกักว่า “หนิงหนิง ตอนนี้ฉันสับสนอยู่นิดหน่อย… ถ้าฉันได้ยินไม่ผิด เธอเรียกเขาว่า …ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์เหรอ?”

“ใช่แล้ว!”

หนิงหนิงพยักหน้า “เขาก็คือราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ผู้โด่งดังคนนั้น ผู้ปลุกพลังที่เอาชนะฉันได้ในหอคอยท้าดารกะ!”

เมื่อเห็นสถานการณ์ผิดปกตินี้ กวนหนิงหนิงจึงมองไปยังสีหน้าที่ดูสับสนของซูเจาเจา และอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจาเจา เธอไม่รู้ว่าเหรอว่าเขาเป็นใคร?”

“ฉะ… ฉัน”

ซูเจาเจารู้สึกสับสนไปหมด

เธองุนงงจนในหัวขาวโพลนไปหมด

“คุณคือราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ตัวจริงเหรอ?!”

หลังจากนั้นไม่นาน

ในที่สุดซูเจาเจาก็สงบสติอารมณ์ได้และยอมรับความจริงที่ว่าฉู่โม่วก็คือราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์

หลังจากรู้ความจริง ซูเจาเจาก็รู้สึกตกใจในตอนแรก แต่เพียงไม่นาน เธอก็แสดงความตื่นเต้นออกมา

เดิมทีเธอก็พอจะรู้ว่าความแข็งแกร่งของราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์นั้นเหนือล้ำกว่าผู้ปลุกพลังทั่วไป แต่ไม่รู้ว่ามันแข็งแกร่งถึงเพียงใด

แต่เมื่อเธอรู้แล้วว่าฉู่โม่วคือราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ ซูเจาเจาก็รู้สึกมีความมั่นใจในการเดินทางสำรวจครั้งนี้ยิ่งกว่าเดิม

เขามีสถิติแข่งขันมากกว่า 170 ครั้ง ในหอคอยท้าดารกะ จนสามารถชนะทุกการท้าทายและรักษาสถิติไร้พ่ายจนถึงตอนนี้

ด้วยชัยชนะที่ต่อเนื่อง ทำให้เขามีรายชื่อติดอันดับ 3000 อันดับแรก ซึ่งกลายเป็นตัวตนที่เจิดจรัสที่สุดในเครือข่ายโลกเสมือนจริงระหว่างดวงดาวในปัจจุบัน และกองกำลังขนาดใหญ่จำนวนมากกำลังต้องการผูกมิตรกับเขา

แม้ว่าการติดอันดับ 3000 อันดับแรก จะไม่ถูกมองว่าสูงมากสำหรับซูเจาเจา เพราะผู้ซึ่งเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ระดับแนวหน้าอย่างกวนหนิงหนิง ก่อนจะมาพ่ายแพ้ให้แก่ฉู่โม่ว ก็เคยติดอันดับ 300 อันดับแรกจากการชนะต่อเนื่องเช่นกัน

ความจริงแล้ว ไม่ใช่เพราะชายหนุ่มมีขั้นพลังต่ำเกินไป แต่เป็นเพราะเขาผ่านการท้าทายน้อยเกินไปต่างหาก

ถ้าเขายังคงท้าทายต่อไป ด้วยความแข็งแกร่งของเขาจะต้องไปถึง 300 อันดับแรกอย่างแน่นอน หรือกระทั่ง 100 อันดับแรกก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในปฏิบัติการสำรวจเขตแดนลับครั้งนี้

เมื่อร่วมมือกับกวนหนิงหนิงและซูเจาเจาที่เป็นอัจฉริยะเช่นเดียวกัน การเดินทางครั้งนี้ก็รับประกันได้เลยว่าภยันตรายต่าง ๆ จะลดลงอย่างมาก

มันทำให้ฉู่โม่วมีความสุขยิ่งนัก

และที่สำคัญที่สุด

“ความจริงที่ฉันได้รู้จักกับราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์โดยบังเอิญ นี่หมายความว่าฉันมีสายตาที่ดีกว่าผู้คนทั่วไปใช่ไหมนะ?!”

“ไม่อย่างนั้นฉันจะเข้าไปพูดคุยกับเขาตั้งแต่แรกเห็นได้ยังไง”

“หรือมันจะเป็นรักแรกพบ?”

ซูเจาเจากำลังหลงตัวเอง

ในเวลาเดียวกัน

ผู้ปลุกพลังคนอื่นที่อยู่รอบ ๆ พลันเกิดความโกลาหลทันที เมื่อรู้ว่าฉู่โม่วก็คือราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าผู้ปลุกพลังตระกูลซูที่เคยเย้ยหยันเขามาก่อน สีหน้าของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นซีดเซียวตัวสั่นเทา

ดูเหมือนฉู่โม่วจะไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ กระทั่งเหลียวมามองพวกเขา

จึงทำให้พวกเขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก

จากนั้นพวกเขาก็พยายามทำตัวให้อ่อนน้อมมากที่สุด และพยายามไม่ไปป้วนเปี้ยนต่อหน้าฉู่โม่วให้รำคาญใจ

“คุณหนูครับถึงเวลาแล้ว พวกเราไปกันเถอะ!”

ผู้ปลุกพลังจากตระกูลหนิงวิ่งเข้ามากระซิบ

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ!”

กวนหนิงหนิงกล่าว

ฟู่ว!

เมื่อได้รับคำสั่ง ประตูก็เปิดออก และผู้ปลุกพลังก็บินเข้าไปในยานอวกาศ

“เราเข้าไปกันเถอะ!”

กวนหนิงหนิงกล่าว

ในเวลาต่อมา

เธอพาฉู่โม่วและซูเจาเจาไปที่ยานอวกาศด้วยกัน

หลังจากที่ทุกคนเข้ามาแล้วประตูก็ปิดลงตามคำสั่ง จากนั้นยานอวกาศก็ค่อย ๆ ออกจากท่าอากาศยานและเคลื่อนตัวสู่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันกว้างใหญ่

พื้นที่ในยานอวกาศนั้นใหญ่มาก ผู้ปลุกพลังทุกคนจะได้รับห้องส่วนตัว ส่วนห้องของฉู่โม่วนั้นอยู่ถัดจากห้องซูเจาเจากับกวนหนิงหนิง และเป็นหนึ่งในห้องที่ดีที่สุดบนยานลำนี้

ทว่า

เขากลับไม่ได้อยู่แต่ในห้อง แต่มาที่ห้องควบคุมหลักของยานอวกาศ

ในเวลานี้ ยานอวกาศกำลังเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง เหนือกว่าความเร็วเสียงหลายเท่า และไต่ขึ้นสู่ความเร็วแสงในเวลาอันสั้น จากนั้นเครื่องยนต์ข้ามมิติก็ทำงานและกระโจนหายไปในห้วงอวกาศ

ยานกระโดดข้ามห้วงอวกาศครั้งแล้วครั้งเล่า จนห่างจากดาวเคราะห์สีเงินไปหลายปีแสงในช่วงเวลาสั้น ๆ

“เรากำลังจะไปที่ไหนกันเหรอ?”

ฉู่โม่วถามด้วยความสงสัย

“จักรวาลทมิฬค่ะ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์