เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 477

บทที่ 477 หญิงสาวในโลงศพ และ หยกเบิกสวรรค์ชิ้นที่สอง

ในวันนี้ ด้วยระดับพลังและวิสัยทัศน์ของฉู่โม่ว ไม่ว่าสถานการณ์แบบไหนก็ยากที่จะทำให้เขาเสียท่าทีสงบและสำรวมไปได้

แต่ตอนนี้ ชายหนุ่มกลับแสดงสีหน้าวิงเวียนออกมาทันทีหลังจากที่เห็นมัน เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่อยู่ในโลงศพนั้นเหนือความคาดหมาย

ข้างในโลงศพมีร่างหนึ่งนอนอยู่!

พูดให้ถูกก็คือ

เป็นร่างของผู้หญิงเปลือยคนหนึ่ง!

เธอมีรูปลักษณ์งดงาม ผิวของเธอขาวยิ่งกว่าหิมะ และเธอนอนหลับใหลอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ในโลงศพ ทั่วทั้งร่างกายไม่มีข้อบกพร่องแม้แต่น้อย เมื่อได้เห็นเธอแล้วก็จะต้องเสียสติไปครู่หนึ่งเลยทีเดียว

โชคยังดีที่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้สติกลับมา

แม้ว่าหน้าตาและท่าทีของเธอจะโดดเด่นเป็นอย่างมาก ฉู่โม่วก็ไม่ได้สนใจเธอมากนัก แต่กลับปลดปล่อยจิตวิญญาณออกไปตรวจสอบหญิงสาวคนนี้

เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าหญิงสาวในโลงศพนี้เต็มไปด้วยอณูแห่งชีวิต แต่กลับไม่มีวิญญาณอยู่ข้างในร่างกาย ราวกับว่ามันเป็นแค่ร่างกลวงเปล่าและมีอณูแห่งชีวิตคอยรักษาร่างกายเอาไว้ไม่ให้เน่าเปื่อย

‘ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน แล้วทำไมถึงมานอนอยู่ในนี้ล่ะ?’

คำถามมากมายค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาในหัวของฉู่โม่ว ทำให้หัวใจของเขาเริ่มเต้นระรัว

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงประหลาดใจขนาดนี้

ภาพตรงหน้าเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!

อารยธรรมในดินแดนเร้นลับแห่งนี้ล่มสลายมานับปีไม่ถ้วนแล้ว สิ่งก่อสร้างมหาศาลที่เคยยิ่งใหญ่กลับกลายเป็นฝุ่นผงเพราะกาลเวลา แต่โลงศพนี้กลับมีร่างกายที่หลับใหลมานานนมและยังคงอยู่สภาพที่สมบูรณ์

นี่มันแปลกจริง ๆ

‘ถึงจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่เธอต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่!’

‘ในยุคที่อารยธรรมยังไม่ล่มสลาย เธอจะต้องเป็นคนที่โดดเด่นมากแน่นอน!’

ฉู่โม่วคิดในใจ

หลังจากนั้น

เขาก็กำจัดความตกตะลึงในใจออกไป

หญิงสาวคนนี้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน เพราะเวลาที่ผ่านมาจนยากจะนับ ยุคสมัยที่เธอเคยอาศัยอยู่ก็กลายเป็นผุยผงและเถ้าถ่านไปนานแล้ว เรียกได้ว่าตัวตนและต้นกำเนิดของเธอไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว

‘ไหนดูซิ มีสมบัติอะไรบ้าง!’

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็เริ่มตามหาโลงศพ

และในตอนนั้นเอง

เขาก็สังเกตเห็นว่าในมือของหญิงสาวที่กำลังกุมอยู่บนทรวงอกถือบางอย่างอยู่ หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก็ยื่นมือออกไปยังมือของเธอและสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นสายหนึ่ง

ความสนใจของเขาหันเหไปยังสัมผัสนั้นทันที เขาจับจ้องสิ่งที่เพิ่งจะถูกเปิดเผยออกมา

มันคือหยก!

ข้างนอกของมันเป็นสีเหลืองซีดและมีสิ่งเจือปนสีเทาดำอยู่ข้างในมากมาย โดยรวมแล้วมันดูธรรมดาเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะโยนมันลงไปกลางถนนก็คงจะไม่มีใครหันมาสนใจ

แต่…

เมื่อฉู่โม่วเห็นหยกชิ้นนี้ เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วม่านตาของเขาก็หดลงในทันใด!

“นี่… นี่มัน…”

มีความตกตะลึงและประหลาดใจอยู่ในแววตาของเขาราวกับว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นแม้แต่น้อย

สมัยก่อนที่ฉู่โม่วยังอยู่บนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ตอนที่เขายังเป็นแค่ราชันย์ยุทธ์และติดตามราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งไปยังโลกต่างแดนเพื่อสำรวจเขตแดนลับ เป็นเวลากว่าสิบสามปีที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในความฝัน

หลังจากที่เจ้าสำนักวิถีอากาศได้รู้ความจริง โลกก็แตกสลายไป ก่อนที่ฉู่โม่วจะจากมา เขาก็ได้รับหยกชิ้นหนึ่งมาจากเจ้าสำนักวิถีอากาศ

สิ่งนี้เคยอยู่ในมือบรรพบุรุษของมหาเทวะยุทธ์มากมายในสำนัก หลังจากที่ตรวจสอบดูแล้ว เขาก็พบว่าสิ่งที่มีชื่อว่าหยกเบิกสวรรค์มันเป็นสมบัติลึกลับแห่งจักรวาล และกำเนิดขึ้นมาเมื่อสวรรค์และโลกเปิดออกเท่านั้น

หยกเบิกสวรรค์ทุกชิ้นมีพลังเหนือธรรมชาติที่เรียกว่าวิชาลับเบิกสวรรค์!

ในขณะเดียวกัน ฉู่โม่วได้เรียนรู้วิชาลับเบิกสวรรค์แรกมาจากหยกเบิกสวรรค์ของเจ้าสำนักวิถีอากาศแล้ว มันมีชื่อว่าโลกในฝ่ามือ!

วิชานี้จำเป็นต้องใช้พรสวรรค์แห่งห้วงมิติและจำเป็นต้องเชี่ยวชาญในสี่พลังแห่งธาตุ ธาตุดิน ธาตุไฟ ธาตุลม และธาตุน้ำ มันสามารถเปิดโลกขนาดเล็กขึ้นมาบนฝ่ามือของผู้ใช้ได้ หากพัฒนาระดับพลังขึ้นก็จะสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตในโลกบนฝ่ามือได้เหมือนกับโลกแห่งความจริง

และตอนนี้…

“นี่… นี่มันหยกเบิกสวรรค์จริง ๆ ด้วย!”

ภาพเหล่านั้นก็หายไป และฉู่โม่วก็กลับมาจากภาพในจิตวิญญาณในที่สุด

“ฝ่ามือเบิกสวรรค์!”

หลังจากที่สูดหายใจเข้าลึก ฉู่โม่วก็พึมพำออกมา

สิ่งที่บันทึกอยู่ในหยกเบิกสวรรค์คือวิชาฝ่ามือนี้นั่นเอง

แต่หากจะบอกว่าเป็นวิชาฝ่ามือก็คงจะไม่ครอบคลุมนัก อันที่จริง มันควรจะเป็นพลังเหนือธรรมชาติที่ไม่คงอยู่ในรูปแบบใด เหตุผลที่มันถูกเรียกว่าวิชาฝ่ามือนั้นเป็นเพราะวิชานี้จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับโลกในฝ่ามือ

หากใช้ฝ่ามือเบิกสวรรค์โดยทั่วไป มันก็จะเป็นวิชาฝ่ามือที่ทรงพลังมาก แต่หากประสานไปกันโลกในฝ่ามือ เมื่อใช้งานแล้ว มันก็จะสามารถระเบิดพลังอันน่าเหลือเชื่อที่เพียงพอจะทำให้สวรรค์และโลกในฝ่ามือพังทลายได้ราวกับว่าโลกอยู่ในกำมือจริง ๆ วิถีแห่งต้นไม้และผืนหญ้าสามารถเอาชนะศัตรูได้อย่างง่ายดาย

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น

นอกจากกดดันคู่ต่อสู้แล้ว ฝ่ามือเบิกสวรรค์ยังสามารถเปิดโลกกลับขึ้นมาใหม่พร้อมฟื้นฟูทุกอย่างขึ้นอีกครั้ง ซึ่งน่าเหลือเชื่ออย่างถึงที่สุด!

แน่นอนว่า

หากต้องการฝึกฝนวิชาฝ่ามือเบิกสวรรค์ก็จำเป็นต้องผ่านเงื่อนไขที่เข้มงวดอย่างยิ่งเช่นกัน

อย่างแรกคือต้องมีพรสวรรค์วิชาฝ่ามือระดับตะวัน แล้วยังจำเป็นต้องมีพรสวรรค์ห้วงมิติ พรสวรรค์ห้วงเวลา และพรสวรรค์แห่งสี่ธาตุ ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุไฟ ธาตุลม และธาตุน้ำในระดับดาราลับฟ้า

หากพรสวรรค์ใดมีระดับพลังไม่มากพอก็ไม่มีทางที่จะฝึกมันได้สำเร็จ

และนั่นเป็นแค่คุณสมบัติขั้นต่ำเท่านั้น!

หากต้องการจะฝึกฝนมันจริง ๆ ก็จำเป็นต้องมีความเข้าใจลึกซึ้งอย่างถึงที่สุด

เรียกได้ว่ามีเงื่อนไขมากมายที่ไม่อาจละเว้นได้

สำหรับผู้ปลุกพลังคนอื่น แม้ว่าจะเป็นตัวตนระดับเทพเจ้าหรือมีพลังเหนือธรรมชาติก็ไม่อาจฝึกฝนวิชานี้ได้หากไม่ผ่านเงื่อนไขเหล่านี้

แต่สำหรับฉู่โม่วแล้ว มันไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด

“พรสวรรค์ห้วงมิติ พรสวรรค์ห้วงเวลาา และพรสวรรค์อื่น ๆ ของฉันผ่านเงื่อนไขแล้ว เกินกว่านั้นแล้วด้วยซ้ำ มีแค่พรสวรรค์วิชาฝ่ามือระดับตะวันที่ยังขาดอยู่ ตอนนี้ยังเป็นแค่ระดับราชันย์ ต้องพัฒนาขึ้นอีกแล้วสิ!”

“โชคดีที่มีต้นซากุระสวรรค์อยู่ หลังออกไปจากเขตแดนลับนี้ ฉันจะใช้น้ำเลี้ยงต้นซากุระสวรรค์พัฒนาพรสวรรค์วิชาฝ่ามือขึ้นเป็นระดับตะวัน!”

ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์