บทที่ 483 วิธีการซื้อดาวเคราะห์ที่มีชีวิต… ไปถึงดาวเคราะห์เหมืองแร่!
เขาไม่จำเป็นต้องกังวลในพละกำลังของหอศักดิ์สิทธิ์เลย นอกจากนี้ มันยังเป็นหอการค้าที่ทรงพลังที่สุดในทั่วทั้งกาแล็กซีอีกด้วย อย่างน้อยก็ภายในทั่วทั้งดาวเคราะห์สีเงินแห่งนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว มันคือตัวเลือกอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน
ส่วนการประมูลระดับสูงที่จะถูกจัดขึ้นโดยหอการค้าขนาดใหญ่เช่นนี้นั้น ไม่จำเป็นต้องนึกถึงคุณภาพของสมบัติที่จะปรากฏตัวขึ้นเลย มันจะต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ
ในสถานการณ์เช่นนี้
หากเข้าร่วมการประมูลด้วยก็จะได้บางสิ่งกลับมาอย่างแน่นอน
เพียงแต่ว่า…
ฉู่โม่วคิดว่าเขาอยากจะไปที่ดาวเคราะห์เหมืองแร่ทั้งสามเพื่อเก็บเกี่ยวสายแร่หยกก่อน แล้วจึงพัฒนาพรสวรรค์ของตัวเองต่อ ซึ่งอาจจะไม่ทันการก็เป็นได้
หลังจากที่คิดดูแล้ว ชายหนุ่มก็กล่าวออกไป “เอาสิ ถ้ามีเวลาฉันก็จะไป!”
เขาไม่พูดอะไรเยอะ
“ผมจะรอเจอคุณนะ!”
เจ้าของหอศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างนอบน้อมด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
…
เมื่อออกมาจากหอศักดิ์สิทธิ์
ฉู่โม่วก็ออกจากเครือข่ายโลกเสมือนจริงและใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติไปยังท่าอากาศยานภายนอกดาวเคราะห์สีเงิน เขากำลังจะขึ้นเที่ยวบินดวงดาวไปยังดาวเคราะห์เหมืองแร่ของเขา
โชคยังดี
ดาวเคราะห์เหมืองแร่ที่ชายหนุ่มซื้อมาตั้งอยู่ในเส้นทางของยานบินพอดี และจะออกเดินทางในอีกสองวัน
“งั้นอีกสองวันฉันจะกลับมา!”
ฉู่โม่วจ่ายค่าขึ้นยานบินและพูดคุยกับพนักงาน
เมื่อออกไปจากท่าอากาศยาน
ชายหนุ่มก็กลับไปที่ดาวเคราะห์สีเงินและรอการไปถึงในอีกสองวัน
ฉู่โม่วไม่ปล่อยให้เวลาสองวันผ่านไปอย่างสูญเปล่า แต่ไปที่สำนักงานของดาวเคราะห์สีเงินเพื่อซื้อดาวเคราะห์ที่มีชีวิตอาศัยอยู่ และตรวจสอบเงื่อนไขในการซื้อดาวเคราะห์เหล่านั้น
คำตอบที่ได้มากนั้นไม่ดีเท่าไรนัก
ตามที่เจ้าหน้าที่บอกมา หากต้องการจะซื้อดาวเคราะห์ประเภทนั้น เขาต้องอยู่ในขั้นเทียมเทพเป็นขั้นต่ำและจำเป็นต้องยื่นเรื่องกับสำนักงาน รวมถึงไม่สามารถเลือกได้ตามใจชอบ แต่จะขึ้นอยู่กับการสุ่มของสำนักงานดาวเคราะห์สีเงิน
พูดง่าย ๆ ก็คือ
มันก็เหมือนกับการซื้อลอตเตอรี่ดี ๆ นี่เอง
จะซื้อดาวเคราะห์แบบไหนได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับดวงล้วน ๆ!
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ดาวเคราะห์ที่มีชีวิตอาศัยอยู่นั้นมักจะอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่ไกลจากดาวเคราะห์สีเงินเท่านั้น แม้แต่ภายในห้วงทางช้างเผือกเองก็ถือว่าไกลมากเช่นกัน
อันที่จริง กระบวนการนี้ของดาวเคราะห์สีเงินมีเอาไว้เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปลุกพลังพัฒนากาแล็กซีที่อยู่ห่างไกลออกไปและรักษาจิตวิญญาณของพวกเขาเอาไว้
แต่ก็เห็นได้ชัดว่านั่นไม่เป็นไปตามความต้องการของฉู่โม่ว
ข้างในห้องโถง
เมื่อได้ฟังคำตอบของเจ้าหน้าที่ ฉู่โม่วก็ขมวดคิ้วทันที
หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็อดถามออกไปไม่ได้ “ไม่มีวิธีการอื่นเลยเหรอ?”
ในขณะที่พูดอยู่นั้น เขาก็พลิกข้อมือ และมีลำแสงพุ่งเข้าไปในฝ่ามือของพนักงานตรงหน้าเขา
ในฐานะมนุษย์ที่เข้าสู่ยุคแห่งกาแล็กซีและจักรวาล มนุษย์ก็ปลดปล่อยแรงงานทั้งหมด ทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติและทำในสิ่งที่อยากจะทำได้
ผู้ปลุกพลังที่มีพรสวรรค์แข็งแกร่งก็สามารถเดินหน้าต่อไปบนเส้นทางแห่งวิทยายุทธ์ได้
ส่วนผู้ปลุกพลังที่มีพรสวรรค์จำกัดและไม่มีความหวังที่จะพัฒนาอีกต่อไป พวกเขาก็จะเริ่มเสวยสุขกับผลงานของความเจริญรุ่งเรืองในทุกวันนี้ พวกเขาเดินทางไปทั่ว ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และกระทั่งเอาชีวิตของตัวเองเข้าไปอยู่ในเครือข่ายโลกเสมือนจริง
ทุกคนสามารถเลือกเส้นทางชีวิตที่อยากจะใช้ได้
ฉู่โม่วมองไปรอบ ๆ และพบว่าผู้ปลุกพลังมากมายและกระทั่งผู้คนธรรมดาที่นั่งอยู่บนที่นั่งต่างก็มองดูกาแล็กซีแสนสว่างไสวข้างนอกหน้าต่างยานบินด้วยความตื่นเต้น
บางคนก็พูดคุยกันกับเพื่อนและเล่าว่าครั้งนี้จะเดินทางไปที่ใด คำพูดและสีหน้าของพวกเขาต่างก็เต็มไปด้วยความคาดหวังในจักรวาลอันห่างไกล
“เจริญรุ่งเรืองดีจริง ๆ!”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยความประทับใจ
…
“เรียนผู้โดยสารทุกท่าน ยานบินกำลังจะออกเดินทางแล้ว โปรดนั่งอยู่ที่นั่งของท่านเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ… อาจเกิดการกระทบกระเทือนได้ตอนที่ยานบินเริ่มเคลื่อนตัว แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ”
“ยานบินลำนี้มีแคปซูลฉุกเฉิน หากเกิดอุบัติเหตุอันตรายขึ้น โปรดทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และใช้แคปซูลฉุกเฉินทีละคนเพื่อไม่ให้เกิดความชุลมุน… นอกจากนี้ ยานบินลำนี้มีผู้คุ้มกันที่รวมไปถึงผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพด้วย ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ…”
หลังจากที่รอสักพัก ยานบินก็เริ่มประกาศ
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เมื่อคำประกาศจบลง ยานบินก็ค่อย ๆ เริ่มออกตัวจากท่าอากาศยาน และในไม่ช้าก็มาถึงชั้นอวกาศ แล้วจึงเคลื่อนตัวเร็วขึ้นอย่างรวดเร็วและเข้าไปในจักรวาลอันกว้างใหญ่ในที่สุด
ยาบินลำนี้ไม่ได้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด แม้ว่ามันจะสามารถเดินทางข้ามอวกาศได้ แต่ก็ยังจำเป็นต้องใช้เวลาไม่น้อยระหว่างการข้ามแต่ละครั้ง ความเร็วของยานบินนั้นช้ากว่าครั้งที่ฉู่โม่วนั่งไปยังเขตแดนลับเสียอีก
ตามตารางการเดินทาง ฉู่โม่วต้องใช้เวลาสามวันกว่าจะไปถึงจุดหมาย
แม้ว่าการเดินทางจะน่าเบื่อหน่าย แต่ฉู่โม่วก็ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาและไม่รู้สึกเบื่อแม้แต่น้อย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์