บทที่ 489 ทองแดงที่แตกหัก และ เริ่มการประมูล
“1.7 หมื่นล้าน!”
หลังจากที่เดินออกมาจากหอศักดิ์สิทธิ์ ฉู่โม่วก็มองดูบัญชีของตัวเองและพบว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 หมื่นล้านแล้ว
“นอกจากเงิน 8 พันล้านแล้ว ยังเหลือเป็นกองทุนอีก 9 พันล้าน ก็น่าจะพอแล้ว…”
ฉู่โม่วคิดอยู่ในใจ
หลังจากนั้น
เขาก็ออกจากเครือข่ายโลกเสมือนจริงและกลับไปที่คฤหาสน์อย่างมีความสุข
ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนที่การประมูลจะเริ่มต้นขึ้น และฉู่โม่วจะมาเกียจคร้านเอาตอนนี้ไม่ได้
เขากลืนกินและดูดซับของเหลวศักดิ์สิทธิ์ที่ซื้อมาจากหอศักดิ์สิทธิ์เข้าไปเพื่อเพิ่มพลังศักดิ์สิทธิ์
เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาเดียวเวลาราวหนึ่งเดือนก็ผ่านไปแล้ว
ในวันนี้
ฉู่โม่วยังคงฝึกฝนอยู่ในห้องสงบ พลังที่ยิ่งใหญ่อย่างถึงที่สุดแพร่กระจายออกมาจากร่างกายของเขา รวมไปถึงรัศมีอันกว้างขวางที่แผ่ขยายออกมาด้วย นอกจากนี้ ร่างกายของชายหนุ่มยังเรืองแสงประกายสว่างไสวและดูสง่างามอย่างถึงที่สุด แต่แท้จริงแล้วมันเต็มไปด้วยพลังกัดกร่อนที่น่าสะพรึงกลัว
หากผู้ปลุกพลังในขั้นเก้าขอบเขตแห่งการเปลี่ยนแปลงมาที่นี่ พวกเขาจะต้องสัมผัสได้ถึงแรงกดดันนี้และไม่สามารถยืนได้เสียด้วยซ้ำ
เพราะนี่คือพลังราวกับเทพเจ้า!
มันต่างไปจากผู้คนธรรมดาโดยสิ้นเชิง!
มันคือการเปลี่ยนแปลงในระดับของชีวิต!
ครืน! ครืน! ครืน!
หลังจากผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่มีใครทราบ แสงสว่างไสวเหล่านั้นค่อย ๆ กลับเข้าไปในร่างกายและทุกอย่างค่อย ๆ สงบลงในที่สุด
“เฮ้อ…”
“ของเหลวศักดิ์สิทธิ์นี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ แค่สองขวดก็ทำให้พลังศักดิ์สิทธิ์ของฉันเปลี่ยนจาก 1.5% ไปเป็น 30% ถ้าฉันซื้อมาอีกสักสิบขวด พลังศักดิ์สิทธิ์คงเปลี่ยนแปลงไปมหาศาลแน่!”
“ในตอนนั้น ฉันแค่ต้องใช้การหวนคืนอวัยวะภายในทั้งห้าไปจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบและเข้าสู่ขั้นเทียมเทพได้!”
ฉู่โม่วลืมตาขึ้น ถอนหายใจเฮือกใหญ่ และพึมพำออกมา
หลังจากนั้น
เขาตรวจสอบเวลาและพบว่าการประมูลจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน ฉู่โม่วจึงเตรียมตัวออกไปทันที
และแล้ว
เมื่อฉู่โม่วคิดได้ดังนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นจากเครื่องมือสื่อสาร เมื่อเปิดมันดูก็พบว่าเป็นข้อความจากซูเจาเจา
“ฉู่โม่ว หนิงหนิงกับฉันได้เงินมาเพิ่มอีกน่ะ ตอนนี้ถ้ารวมกับเหรียญเงินครามของคุณ เราก็มีเงินเกือบ 2.1 หมื่นล้านแล้ว!”
“การประมูลของหอศักดิ์สิทธิ์คราวนี้ พวกเราต้องซื้อยาแก่นเทวาได้แน่!”
“อีกอย่าง อย่าลืมเวลาเริ่มการประมูลล่ะ ชั้นบนสุดของหอศักดิ์สิทธิ์ในอีกสามวัน!”
“นี่คือภาพกับข้อมูลของสมบัติบางส่วนที่หอศักดิ์สิทธิ์ปล่อยออกมา คุณดูก่อนได้เลย ฉันส่งจดหมายเชิญให้คุณเรียบร้อยแล้ว อีกไม่นานคุณคงจะได้รับ แสดงมันให้ดูแล้วคุณจะเข้างานได้ เราจะรออยู่ที่นั่นนะ!”
“ไว้เจอกัน!”
ข้อความมากมายถูกส่งมาติดต่อกันพร้อมกับไฟล์ข้อมูล
ฉู่โม่วมองดูคร่าว ๆ และตอบกลับไป “โอเค แล้วเจอกัน!”
เขารอสักพักและเห็นว่าซูเจาเจาไม่ได้ตอบข้อความ เขาจึงรับไฟล์ข้อมูลมา
หลังจากที่ดาวน์โหลดสำเร็จ เขาก็เปิดมันดู
จอภาพเหมือนจริงปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาทันที
ชายหนุ่มตั้งใจสำรวจข้อมูลบนจอภาพ
เรียกได้ว่า ในฐานะหอการค้าอันดับหนึ่งในเมืองวสันตฤดูและกระทั่งทั่วทั้งแดนทิศตะวันออก พละกำลังของหอศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ธรรมดา และการประมูลระดับสูงของตำหนักก็จะต้องเหนือจินตนาการอย่างแน่นอน
ฉู่โม่วไล่ดูข้อมูลและพบว่าสมบัติที่แสดงให้เห็นล้วนเป็นสมบัติหายากทั้งสิ้น
ในหมู่พวกมันมีสมบัติมากมายที่ทำให้แม้แต่หัวใจของฉู่โม่วก็ต้องสั่นไหว
เวลาสี่วันผ่านไปในชั่วพริบตา
วันนี้
ฉู่โม่วออกมาจากคฤหาสน์ ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติ และมุ่งหน้าไปยังหอศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ย่านการค้า
เมื่อมาถึงบริเวณย่านการค้า
ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ว่าบนถนนเส้นนี้ที่วุ่นวายมาตลอดกลับมีคนพลุกพล่านมากขึ้นไปอีกในวันนี้ เรียกได้ว่าไหล่ชนไหล่เลยทีเดียว
นอกจากนี้
ยังมีลำแสงสว่างจ้าพุ่งลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบน พวกมันปลดปล่อยรัศมีที่ทรงพลังและน่าเกรงขามออกมาโดยพุ่งตรงเข้าไปในหอศักดิ์สิทธิ์
“ดูสิ นั่นนักบุญหัวลั่วนี่!”
“ว่ากันว่านักบุญหัวลั่วมีตำแหน่งสูงส่งในตำหนักหมอกมายา เธอเป็นศิษย์ยอดฝีมือผู้ทรงพลัง และเธอฝึกฝนในตำหนักหมอกมายามานาน ไม่คิดเลยว่าวันนี้เธอจะมาที่นี่ด้วย!”
“แล้วยังมีเทวะยุทธ์จี้เจินด้วย แม้แต่เขาก็มา!”
“ฉันเห็นผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพฟู่ติ้งด้วย ถึงจะเป็นแค่ขั้นเทียมเทพ แต่เขามีพรสวรรค์มาก ว่ากันว่าเขาฆ่าศัตรูที่ทรงพลังในขั้นเทวะยุทธ์ที่ชายแดนรกร้างและสร้างผลงานครั้งใหญ่ไว้ด้วย มีคนบอกว่าเขาจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้บัญชาการด้วยละ… นี่ก็เป็นหนึ่งในผู้ปลุกพลังในแดนทิศตะวันออกที่สามารถกลายเป็นผู้บัญชาการในขั้นเทียมเทพได้!”
“ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกับว่าขั้นเทียมเทพฟู่ติ้งเก่งมาก แค่นายไม่เคยได้ยินเหรอว่าเขามาถึงจุดสูงสุดของขั้นเทียมเทพแล้ว เขากำลังเตรียมตัวเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์แล้วละ ใครจะไปคิดว่าเขาจะออกมาเข้าร่วมการประมูลนี้ด้วย?!”
“การประมูลระดับสูงของหอศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้น่าตื่นเต้นมาก ดึงดูดคนที่ทรงพลังมาได้มากมายขนาดนี้นี่น่ากลัวจริง ๆ!”
“ใช่แล้ว! นี่ยังไม่ได้พูดถึงระดับของหอศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำ มันเป็นหอการค้าอันดับหนึ่งในเมืองวสันตฤดูของเรา และรวมถึงทั่วทั้งแดนทิศตะวันออกด้วย หอการค้าของพวกเขาก็ต้องดึงดูดความสนใจเข้ามาอยู่แล้ว!”
“ใช่แล้ว!”
บนท้องถนน ผู้ปลุกพลังมากมายเงยหน้าขึ้นไปมองบนฟ้า ไม่ว่าจะมีลำแสงพุ่งลงมาจากที่ใด ก็จะมีเสียงอุทานและพูดคุยกันดังขึ้นที่นั่น
พูดอีกอย่างก็คือ นอกจากผู้ปลุกพลังที่อยู่ตรงนี้แล้วก็ยังมีคนใหม่ที่เข้ามาที่นี่อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรแล้ว
ผู้จัดการประมูลครั้งนี้ก็เป็นถึงหอการค้าอันดับหนึ่งในเมืองใหญ่วสัตฤดู!
ในฐานะสมาชิกของเมือง พวกเขาก็ต้องรู้สึกเป็นเกียรติอยู่แล้ว!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์