บทที่ 495 ฝุ่นผงหยุดนิ่ง และพร้อมที่จะเข้าสู่ขั้นเทียมเทพ
ห้าวันต่อมา
บนดาวเคราะห์สีเงิน ที่สำนักงานใหญ่ของฝ่ายบริหารจัดการที่ดินของเมือง ณ ห้องทำงานชั้นบนสุดที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา มีชายชราคนหนึ่งกำลังจัดการธุรการต่าง ๆ อยู่
ในตอนนั้นเอง
ประตูห้องก็ถูกเคาะ
“เข้ามา!”
ชายชรากล่าวเสียงแผ่วเบาโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง
หลังจากที่เขาพูดจบ ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองใหญ่ในมือและกล่าวด้วยความนอบน้อม “หัวหน้า นี่เป็นคำร้องขอที่ดินชุดสุดท้ายที่ถูกส่งขึ้นมาแล้ว ได้โปรดตรวจสอบด้วยครับ!”
“วางไว้ตรงนี้ก่อน แล้วก็ออกไปได้!”
ชายชราโบกมือ
อีกฝ่ายโค้งคำนับและทำความเคารพ ก่อนจะจากไปอย่างเงียบเชียบ
หลังจากผ่านไปไม่นาน
เมื่อจัดการงานในมือเสร็จ ชายชราก็หยิบเอกสารที่ผู้ปลุกพลังหนุ่มนำเข้ามาและตรวจสอบดูคร่าว ๆ
ที่ดินของเมืองขนาดใหญ่อื่น ๆ ถูกแยกออกไป และในไม่ช้าก็จะกลับไปที่เมืองวสันตฤดู
“ครั้งนี้เมืองวสันตฤดูรายงานที่ดินสองแห่ง ที่แรกคือดาวเคราะห์สีเขียว และอีกที่คือระบบสุริยะ… น่าจะเป็นกาแล็กซีที่ห่างไกลทั้งคู่”
ชายชราพึมพำขณะที่กรอกชื่อเพื่อตรวจสอบข้อมูลทีละคน และหลังจากที่ยืนยันได้ว่าทั้งสองแห่งเป็นกาแล็กซีห่างไกลที่ไม่สำคัญ เขาก็ลงชื่อรับรองเอกสารเหล่านั้นทีละใบ
สามวันต่อมา
สำนักงานใหญ่ของหอจัดการที่ดินเมืองศักดิ์สิทธิ์ของดาวเคราะห์สีน้ำเงินประกาศรายชื่อเจ้าของที่ดินนี้ออกไป
ท่ามกลางรายชื่อนั้น มีชื่อของฉู่โม่วและชื่อของที่ดินซึ่งตั้งอยู่ไกลออกไป
มันอยู่ห่างไกลออกไปมาก!
ระบบสุริยะเป็นที่ดินของชายหนุ่มอย่างถูกกฎหมายแล้ว และเป็นที่รับรู้ในดาวเคราะห์สีเงินรวมไปถึงดาวเคราะห์หลักอีกหลายดวง กองกำลังทั้งหมดในทางช้างเผือกไม่ได้รับอนุญาตให้โจมตี บุกรุก ล่าอาณานิคม พัฒนา และหรือทำสิ่งอื่นใดกับระบบสุริยะโดยไร้ซึ่งคำอนุญาตจากฉู่โม่ว ไม่เช่นนั้นก็จะถือว่าผิดกฎหมายของสหพันธ์กาแล็กซีและต้องได้รับการลงโทษ
นอกจากนี้
หากทำการโจมตีที่แย่อย่างถึงที่สุด สหพันธ์กาแล็กซีก็จะส่งกองทัพขนาดใหญ่มาขับไล่ผู้กระทำผิดออกไปหากจำเป็น
พูดง่าย ๆ ก็คือ
เพราะระบบสุริยะเป็นของฉู่โม่วแล้ว กาแล็กซีขนาดเล็กนี้ก็จะได้รับการคุ้มครองและเป็นที่รู้จักในกองกำลังเจ็ดดาวเคราะห์หลัก ศัตรูของฉู่โม่วก็คือศัตรูของดาวหลัก
เมื่อประกาศนี้แพร่กระจายออกมา ผู้คนมากมายก็เข้ามาให้ความสนใจ
แต่ความสนใจทั้งหมดก็ไปตกอยู่ที่กาแล็กซีที่ทรงพลังและมีทรัพยากรมหาศาล ไม่มีใครสนใจระบบสุริยะของฉู่โม่วมากนัก
อย่างไรแล้ว
ผู้ปลุกพลังปริศนาที่ครอบครองกาแล็กซีลึกลับขนาดเล็ก ใครจะไปสนใจกันล่ะ?
ผู้คนมากมายมองข้ามเขาไป
และนี่คือสิ่งที่ฉู่โม่วอยากจะเห็น!
…
ที่เมืองวสันตฤดู ข้างในคฤหาสน์ของฉู่โม่ว
ในวันนี้ เขาได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง
“ส่งมาให้ฉันเหรอ?”
ฉู่โม่วมึน
เขาไม่ได้ซื้ออะไรเลยระหว่างช่วงเวลาที่ผ่านมา หรือว่าจะส่งผิดกันนะ?
เขาตรวจสอบใบเสร็จดูและพบว่ามีชื่อพร้อมที่อยู่ของเขาระบุไว้อย่างชัดเจน
ตอนที่ฉู่โม่วกำลังสงสัยอยู่นั่นเอง ชายหนุ่มก็ได้รับข้อความใหม่ เขาเปิดดูและพบว่าเป็นข้อความจากหลิวลี่ ซึ่งพอจะบอกได้คร่าว ๆ ว่าการโอนที่ดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเอกสารทั้งหมดถูกส่งมาให้แล้ว ฉู่โม่วจึงตรวจสอบมันดูด้วยความตั้งใจ
“เป็นเอกสารเกี่ยวกับที่ดินนี่เอง ทำงานเร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?!”
ชายหนุ่มประหลาดใจ
หลังจากที่ได้รับจดหมายและเปิดออกดู เขาก็เห็นว่ามีเอกสารและวัสดุเสริมอยู่ข้างใน ฉู่โม่วแค่ต้องลงชื่อและสัญลักษณ์ของตัวเองเพื่อให้เอกสารมีผลทางกฎหมาย หลังจากนั้น ระบบสุริยะก็จะกลายเป็นอาณาเขตของเขา
เมื่อเห็นภาพนี้
ฉู่โม่วก็ผนึกลมหายใจลงไปโดยไม่ลังเล
ครืน!
มีเสียงสั่นสะเทือนดังขึ้นในห้วงอากาศราวกับว่ามีกฎเกณฑ์บางอย่างเกิดขึ้น แล้วเอกสารก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาฉู่โม่ว
ตอนนี้
เอกสารที่ดินทำงานอย่างเต็มตัวแล้ว
ตั้งแต่นี้ไป ระบบสุริยะจะกลายเป็นของฉู่โม่วและไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ง่าย ๆ ทั้งนั้น!
เมื่อทำขั้นตอนนี้สำเร็จ ฉู่โม่วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในที่สุดเขาก็ได้ยกภูเขาออกจากอก
แม้ว่าการเอาโลกมนุษย์ว่าไว้ในชื่อของเขาจะไม่ปลอดภัย หากผู้ปลุกพลังที่ทรงพลังต้องการจะแย่งชิงมันไป เขาก็ไม่สามารถต้านได้อย่างแน่นอน
แต่อย่างไรแล้วมันก็ยังสามารถการันตีได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาขึ้นในเวลาสั้น ๆ อย่างแน่นอน
และหากอยากรักษาโลกมนุษย์เอาไว้ตลอดไป วิธีการที่ปลอดภัยที่สุดก็คือเพิ่มระดับพลังขึ้น
ตราบใดที่เขากลายเป็นผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่ง แม้ว่าโลกมนุษย์จะมีความลับที่ยิ่งใหญ่ เขาก็สามารถตามหาพวกมันพบได้ แม้ว่าจะมีใครคนอื่นค้นพบ เขาคนนั้นก็คงก็ไม่กล้าบุกเข้ามาง่าย ๆ แน่
“งั้น…”
“ในการวิเคราะห์ขั้นสุดท้าย สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือพละกำลัง!”
“ถ้าแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเจอปัญหาแบบไหนก็คงแก้ได้ไม่ยาก!”
“งั้นขั้นตอนต่อไปก็ฝึกยุทธ์!”
“ตั้งใจพัฒนาไปให้ถึงขั้นเทียมเทพให้เร็วที่สุด!”
ฉู่โม่วตัดสินใจ
ตอนนี้เขาอยู่ในขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดและมีพลังศักดิ์สิทธิ์ 30% แล้ว ต่อไป เขาแค่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงพลังศักดิ์สิทธิ์ให้เสร็จสิ้น แล้วเขาก็จะพร้อมเข้าสู่ขั้นเทียมเทพ
แค่ทำได้สำเร็จห้าครั้งก็ถือว่าเป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานแล้ว!
“แต่…”
“ในตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับ มีวิธีการบ่มเพาะรากฐานร่างกายเก้าครั้งอยู่!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเอง
ตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับเป็นสุดยอดกระบวนท่าที่ฉู่โม่วได้รับมา แม้ว่าครึ่งบนจะไม่สมบูรณ์ แต่ก็ส่งผลแค่กับการฝึกฝนในขั้นเทวะยุทธ์ และวิธีการฝึกฝนในแต่ละขั้นก็เหนือกว่ากระบวนท่าอื่น ๆ หลายเท่า
และวิธีการจุดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ของขั้นเก้าขอบเขตแห่งการเปลี่ยนแปลง มันกระทั่งมีกระบวนท่าลับที่ส่งต่อกระบวนท่าบ่มเพาะรากฐานร่างกายในโลกใบนี้ด้วย!
ใช้กระบวนท่าเก้าครั้ง!
บ่มเพาะร่างกายเก้าครั้งเพื่อสร้างรากฐานร่างกายของเทพเจ้า จุดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ และกลายเป็นเทียมเทพ!
ตามตำราเก้ากระบวนท่าสร้างร่างเทพเจ้า เมื่อใช้กระบวนท่าสำเร็จและเข้าสู่ขั้นเทียมเทพ รากฐานและพลังของเขาก็จะมากยิ่งกว่าเทียมเทพทั่วไปถึง 10 เท่า
ในขั้นเดียวกันนั้น เทียมเทพทั่วไปไม่สามารถต้านทานเขาได้แม้แต่น้อย!
เรียกได้ว่าไร้เทียมทานเลยทีเดียว!
และผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นบุตรแห่งจักรวาล …เจ้าแห่งโชคชะตา!
“บุตรแห่งจักรวาล เจ้าแห่งโชคชะตา!”
“รากฐานพลังแข็งแกร่งกว่าเทียมเทพทั่วไป 10 เท่า!!”
“เก้ากระบวนท่าสร้างร่างเทพเจ้า!!!”
ขณะที่พึมพำ ดวงตาของฉู่โม่วก็เป็นประกายมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาตัดสินใจจุดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ตามเก้ากระบวนท่าสร้างเทพเจ้าที่บันทึกอยู่ในตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับทันที!
แม้ว่าจะถูกบันทึกเอาไว้ว่าเก้ากระบวนท่าสร้างเทพเจ้านั้นยากลำบากอย่างถึงที่สุด หากมีรากฐานที่ไม่แข็งแกร่งพอ ร่างกายจะพังทลายลง รากฐานจะเสียหายอย่างหนัก และจะไม่สามารถเข้าสู่ขั้นเทียมเทพได้อีก
แต่ฉู่โม่วก็ตัดสินใจแล้ว!
ตอนที่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เขาก็สร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบได้ด้วยลูกปัดหยกต้นกำเนิดแล้ว!
ตั้งแต่นั้นมา ทุกระดับขั้นก็สมบูรณ์แบบ!
ชายหนุ่มมีอสนีบาตคงกระพันระดับเทพเจ้าและพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งมากมาย
ปฐมวิญญาณ พลังศักดิ์สิทธิ์ และพลังจิตวิญญาณต่างก็ถูกฝึกฝน
หากรากฐานและพลังเช่นนี้ไม่สามารถใช้เก้ากระบวนท่าสร้างเทพเจ้าให้สำเร็จได้ แล้วบนโลกใบนี้จะมีใครทำได้ล่ะ? ใครจะเรียกได้ว่าเป็นบุตรแห่งจักรวาลและเจ้าแห่งโชคชะตากันล่ะ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็ตัดสินใจในทันที
“แต่…”
“เส้นทางนี้ต้องเดินไปทีละก้าว!”
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือฝึกฝนพลังศักดิ์สิทธิ์และวิชาหวนคืนอวัยวะภายในทั้งห้าให้สมบูรณ์!”
เขาพึมพำกับตัวเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์