บทที่ 506 บ่มเพาะรากฐานกายเนื้อครั้งที่สี่ และพบตำแหน่งของศิลา!
“มาเริ่มกันเลย!”
เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วเข้าสู่สภาวะนั้นแล้ว ชายชราก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ
ชายชราอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาพยักหน้าด้วยเช่นกัน
หลังจากนั้น ทั้งสามก็เริ่มใช้กระบวนท่าลับของตัวเอง พวกเขาโยนสมบัติลงไปในบ่อน้ำทีละชิ้นและเร่งปฏิกิริยาให้ถูกดูดซับพลังงานได้ง่ายยิ่งขึ้น
ชิ้นแรกเป็นผลไม้ที่ปลดปล่อยแสงสว่างสีทองออกมา มันมีขนาดเท่ากับกำปั้นของทารก แต่มันใสบริสุทธิ์ราวกับผลึกแก้วโดนทีเส้นไหมสีขาวลอยอยู่ข้างในราวกับหมอก
เมื่อมันถูกใส่ลงไปในบ่อน้ำและละลาย พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวก็แพร่กระจายออกไป มันเต็มไปด้วยหลักการลึกลับและรัศมีที่เหนือคำบรรยาย ก่อเกิดเป็นพายุหมุนรุนแรงที่กระจายออกไปยังพื้นที่โดยรอบ
ฉู่โม่วเข้าสู่สภาวะฝึกฝนอย่างเต็มตัว จิตใจของเขาจมดิ่งอยู่กับมัน ก่อนเขาจะเริ่มดูดซับพลังงานอย่างบ้าคลั่ง
รูขุมขนทั่วทั้งกายเนื้อของเขาถูกเปิดออกให้พลังงานหลั่งไหลเข้าไป ทำให้เขาเรืองแสงสีทองอร่ามออกมาจากในกายเนื้อราวกับเทพเจ้าไร้เทียมทาน
ก่อนที่พลังงานของสมบัติชิ้นแรกจะหายไปจนหมด สมบัติชิ้นที่สองก็ถูกโยนลงไปทันที
มันเป็นยาล้ำค่าที่ดูเหมือนต้นไม้ขนาดเล็ก ทุกกิ่งก้านและใบของมันเต็มไปด้วยพลังที่แข็งแกร่งและแม้แต่ห้วงมิติก็ถูกเผาผลาญจนพังทลายลง
ตูม!
เมื่อมันจางหายไป พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวก็จางหายไปเพราะถูกฉู่โม่วดูดซับเข้าไปในกายเนื้อและกลายเป็นพลังของเขาเอง
หลังจากนั้น
สมบัติชิ้นแล้วชิ้นเล่า
สมบัติหายากมากมาย ถูกโยนลงไปในบ่อน้ำอย่างต่อเนื่อง
การดูดซับสมบัติเช่นนี้ หากเทวะยุทธ์มาเห็นเข้าก็จะต้องบ้าคลั่งแน่ เขาคงอยากจะคว้ามันมาใช้เองทันที แต่ตอนนี้ทั้งหมดเป็นของฉู่โม่วคนเดียวเท่านั้น
ในสถานการณ์แบบนี้
พละกำลังและพื้นฐานพลังของเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ในไม่ช้า พัฒนาการนั้นก็ตามไม่ทันการสกัดพลังงาน ทำให้พลังงานปริมาณมากสะสมอยู่ในกายเนื้อ
หากเขาไม่ย่อยมันเข้าไป เส้นชีพจรของเขาก็จะถูกกีดขวางเอาไว้ นอกจากนี้ พลังงานในบ่อน้ำก็จะกระจัดกระจายออกไป ทำให้พวกมันสูญเปล่าไปทั้งอย่างนั้น
“ทลายขีดจำกัด!”
“ใช้โอกาสนี้บ่มเพาะรากฐานกายเนื้อครั้งที่สองเลยแล้วกัน!”
ฉู่โม่วตัดสินใจโดยไม่ลังเล
เดิมทีเขาอยากจะตามหาดินแดนสมบัติธาตุที่สอง และทำการบ่มเพาะรากฐานกายเนื้อด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้มีสมบัติธาตุมากมายอยู่ตรงหน้า ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เขาบ่มเพาะรากฐานกายเนื้อครั้งที่สองหรือกระทั่งครั้งที่สามได้สำเร็จ แน่นอนว่าเขาจะพลาดไปไม่ได้
ครืน!
หลังจากที่ตัดสินใจดังนั้น ฉู่โม่วก็รวบรวมพลังงานเหล่านี้ไปยังพื้นฐานและเริ่มทำลายโซ่ตรวนทันที
ในไม่ช้า
เวลาสองชั่วโมงก็ดำเนินผ่านไป
ในที่สุดฉู่โม่วก็ทำลายโซ่ตรวนในกายเนื้อสำเร็จ
“ทลาย!”
เขาตะโกนออกมาโดยไม่ลังเล
พลังงานไร้ที่สิ้นสุดพลุ่งพล่านออกมาทันที และด้วยการชี้นำของห้ากระบวนท่า มันก็พุ่งเข้าไปในความมืดมิดทันใด
เกิดเสียงดังสนั่นเลื่อนลั่นขึ้น
โซ่ตรวนที่ทำลายได้ยากอย่างถึงที่สุดสำหรับผู้ปลุกพลังทั่วไปพังทลายลงในทันที พลังงานไร้ที่สิ้นสุดหลั่งไหลเข้าไป รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวพลันระเบิดออกมาจากฉู่โม่ว
เขาทำการบ่มเพาะรากฐานกายเนื้อครั้งที่สองสำเร็จแล้ว!
“ต่อไป… ครั้งที่สาม!”
ฉู่โม่วตัดสินใจที่จะพยายามต่อไปโดยไม่ลังเล
ส่วนชายชราสามคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ บ่อน้ำ พวกเขาต่างก็สัมผัสได้ถึงรัศมีที่แพร่กระจายออกมาจากกายเนื้อของฉู่โม่ว ทำให้สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที
“นี่…”
“เขากำลังฝึกฝนกายเนื้อในบ่อน้ำอยู่!”
“และ… ดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งที่สองด้วย!”
“น่าเหลือเชื่อจริง ๆ แค่ผ่านการฝึกรากฐานกายเนื้อครั้งที่สอง ก็มีรากฐานที่แข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว ถ้าเขาทำครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ หรือมากกว่านั้นได้สำเร็จ มันจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกันนะ?!”
“จากอัตราการพัฒนาของเขา ฉันว่าในเวลาไม่นานเขาต้องกลายเป็นเฟยเหลียนคนที่สองแน่!”
“พระเจ้าให้พรแก่เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรา มีอัจฉริยะไร้เทียมทานปรากฏตัวขึ้นมาอีกคนแล้ว!”
“มารอดูกันเถอะ!”
ชายชราทั้งสามต่างก็พูดคุยกันด้วยสีหน้าร่าเริงและตื่นเต้น
หลังจากที่เกิดเสียงดังลั่นขึ้นอีกครั้ง ฉู่โม่วก็ทำการบ่มเพาะรากฐานกายเนื้อครั้งที่สี่สำเร็จ
ตูม!
รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวแพร่กระจายออกมา ก่อเกิดเป็นคลื่นสั่นสะเทือนที่กระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง
รอบบ่อน้ำ ในทั่วทั้งเทือกเขาขนาดมหึมา สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนสัมผัสได้ถึงพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวนี้และตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
ผู้ปลุกพลังที่กำลังฝึกฝนอยู่ต่างก็ลืมตาขึ้นมาคนแล้วคนเล่า
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?!”
“ทำไมถึงมีพลังงานที่น่ากลัวขนาดนี้ล่ะ? หรือว่าจะมียอดฝีมือทำลายขีดจำกัดบางอย่าง?!”
พวกเขาต่างก็ประหลาดใจและไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้น
กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!
ในตอนนั้นเอง
เสียงแตกหักก็ดังขึ้นติดต่อกัน
ทุกคนหันไปมองตามเสียงนั้นโดยไม่รู้ตัวและมองเห็นลำแสงศักดิ์สิทธิ์ส่องขึ้นไปบนฟ้า
ห้วงอากาศโดยรอบพังทลายลงและสั่นสะท้านภายใต้แสงศักดิ์สิทธิ์นั้น
ครืน!
ทันใดนั้น
ท้องฟ้าที่ปะทะกับแสงศักดิ์สิทธิ์พลันส่งเสียงสายฟ้าลั่นออกมาและเห็นได้ทันทีว่าท้องฟ้าถูกเบิกออก แสงสว่างสาดลงมาพร้อมกับพลังงานไร้ที่สิ้นสุด มันกระทั่งมีหมอกลึกลับที่น่าสะพรึงกลัวลอยลงมาและเต็มไปด้วยพลังงานที่เหนือยิ่งกว่าจินตนาการ
เสียงของเส้นทางแห่งเทพเจ้าดังขึ้นและแสงสว่างไสวส่องออกมาทั้งแนวตั้งและแนวขวาง
ในตอนนั้นเอง ศิลาโบราณที่สูงสามพันเมตรก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ ราวกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์สะท้านโลกาที่มีอายุมากว่าหลายร้อยล้านปี ซึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน มันเต็มไปด้วยพลังงานที่โกลาหลและห้อมล้อมไปด้วยแสงสว่างไร้ที่สิ้นสุด
เมื่อได้เห็นศิลานี้
เทพเจ้าทุกคนก็สั่นสะท้านอย่างพร้อมเพรียงกันและแสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมา
“นี่มัน…”
“ศิลาต้นกำเนิดเหรอ?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์