เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 528

บทที่ 528 ถ้าอยากตายนัก ฉันก็จะสนองให้เอง!

“ฉันได้ยินมาว่า มีคนชื่อฉู่โม่วเป็นคนในเผ่าพันธุ์มนุษย์ของนายที่กลายเป็นอันดับหนึ่งบนศิลาต้นกำเนิด ฉันสงสัยนักว่าเขามาด้วยไหม?”

อัจฉริยะคนหนึ่งจากเผ่ามนุษย์วิหคเอ่ยขึ้นมา

เขายังดูหนุ่มและมีปีกสีทองอยู่บนหลัง สวมใส่ชุดเกราะสีทองอร่าม อีกทั้งยังมีหน้าตาหล่อเหลา ดวงตาที่เฉียบคม และความเหยียดหยามในดวงตาขณะที่พูด

ทันทีที่เขาพูดจบ…

ในหมู่มนุษย์มากมาย ผู้ปลุกพลังทุกคนก็หันไปจับตามองชายหนุ่ม

“นายคือฉู่โม่วเหรอ?”

อัจฉริยะมนุษย์วิหคหันไปมองตามสายตาของทุกคน ด้วยแววตาดุดันที่จับจ้องฉู่โม่วตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะกล่าว “ฉันได้ยินมาว่านายคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์และมีพลังมหาศาล ฉันรู้สึกไม่พอใจเลยอยากจะท้านายสู้น่ะ ฉันละอยากรู้ว่านายจะกล้ารับคำท้าไหม?”

เขากล่าวพร้อมแสยะยิ้ม

“กล้าดีนัก!”

“ปากเก่งนักนะ!”

“แกเป็นใครกัน กล้าพูดแบบนั้นกับคุณฉู่ได้ยังไง?!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ยอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์มนุษย์มากมายก็โกรธขึ้นมาทันที

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ชอบอะไรฉู่โม่วเป็นพิเศษ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการยั่วยุของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหคในคราวนี้ พวกเขาก็อยากจะพยายามปกป้องเผ่าพันธุ์ของตัวเอง

พวกเขาต่างก็เป็นมนุษย์มาตั้งแต่แรกเริ่มและทุกคนมีจิตวิญญาณเป็นหนึ่ง

ประการสอง พวกเขายังกลัวว่าหากฉู่โม่วแพ้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็คงจะต้องเสียหน้าอย่างหนักแน่นอน

ประการที่สาม พวกเขาไม่รู้ถึงพละกำลังและความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค

ใช่แล้ว…

ยอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์มนุษย์มากมายต่างก็ก่นด่าคำแล้วคำเล่า!

แต่อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคคนนั้นก็ทำเป็นไม่ได้ยิน เขาแค่จ้องมองฉู่โม่วด้วยสายตาเฉียบคม เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ขยับ เขาก็เอ่ยถามอีกครั้ง “อะไรกัน? เป็นอันดับหนึ่งในศิลาต้นกำเนิด นายต้องไม่อ่อนแออยู่แล้วสิ ทำไมถึงไม่กล้าสู้กับฉันล่ะ? หรือว่า… นายจะกลัว?”

เมื่อพูดจบ

เขาก็ส่ายหน้าไปมาอีกครั้งและเผยสีหน้าเสียใจออกมา “ถ้าท่านกลัวจริง ๆ ฉันก็คงทำได้แค่ท้าทายยอดฝีมืออันดับที่สองแทนแล้วละ!”

คำพูดเหล่านั้นทั้งหยิ่งทะนงและอวดดี แม้แต่สีหน้าท่าทางของเขาด้วยก็เช่นกัน

และนั่นก็คือข้อผิดพลาดของเขา

ชายคนนี้เป็นยอดฝีมือระดับต้น ๆ ของเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค พละกำลังของเขาต่ำกว่าโม่ซางแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนที่ทำอะไรบุ่มบ่าม แต่ที่เขาพูดเช่นนั้นก็เพื่อยั่วยุฉู่โม่วให้ทำบางสิ่งและอยากทดสอบพละกำลังของชายหนุ่ม

แม้ว่าจะมียังโม่ซางอยู่ในเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค เขาก็คิดว่าตนเองไม่หวาดกลัวเผ่าพันธุ์มนุษย์แม้แต่น้อย

แต่ฉู่โม่วก็กลายเป็นอันดับหนึ่งบนศิลาต้นกำเนิด และทำให้ยอดฝีมือทุกเผ่าพันธุ์ต้องสั่นสะท้าน ชื่อเสียงของเขานั้นน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน

คงจะดีมากหากได้รู้ว่าเขามีกลเม็ดเด็ดพรายอะไรบ้าง

แม้ว่าฉู่โม่วจะไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย เขาก็หันไปท้าทายเฟยเหลียนแทนด้วยความหวังว่าจะได้อะไรมาบ้าง

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น

ในตอนที่พูดออกไป เขาเรียกชายหนุ่มว่าอันดับหนึ่งและเรียกเฟยเหลียนว่าอันดับสอง ซึ่งมีเจตนาชั่วร้ายที่อยากจะให้เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างเฟยเหลียนและฉู่โม่วอย่างแน่นอน

อย่างไรแล้ว

ก่อนที่ฉู่โม่วจะปรากฏตัวขึ้น เฟยเหลียนก็เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์มาตลอด!

ในตอนนี้ การที่เขาเรียกว่า ‘อันดับสอง’ นั้นคือการล้อเลียนอย่างไม่ต้องสงสัย

ท่าทียั่วยุของเขาเต็มไปด้วยเจตนาชั่วร้ายขั้นสุดของมนุษย์วิหค

หลังจากที่พูดจบ

เขาก็จับจ้องไปยังเฟยเหลียนและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อัจฉริยะเฟยเหลียน ในฐานะอันดับสองของเผ่าพันธุ์มนุษย์ นายต้องมีพละกำลังไม่น้อยแน่ อยากต่อสู้กับฉันไหม?”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น

เฟยเหลียนก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่เยือกเย็นอย่างถึงที่สุด!

แต่อัจฉริยะมนุษย์วิหคก็ยังคงกระหยิ่มยิ้มย่องและมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย

“ต้องบอกเลยนะ!”

“แกทำให้ฉันโกรธได้จริง ๆ!”

เฟยเหลียนเอ่ยขึ้น คำพูดของเขาดูไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก แต่กลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจับใจ

แล้วเขาก็พร้อมที่จะก้าวออกไปข้างหน้าและเริ่มต่อสู้

แต่…

ในตอนนั้นเอง

ฉู่โม่วที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยขึ้นในทันใด

ยิ่งไปกว่านั้น…

เขายังสัมผัสได้ว่าจิตวิญญาณของตัวเองถูกบางอย่างโจมตี ทำให้ปฐมวิญญาณของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง เลือด พลังปราณ และอณูแห่งชีวิตในร่างกายเองก็หยุดนิ่งไปด้วยเช่นกัน

แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาไม่นาน มันก็เป็นตัวตัดสินระหว่างความเป็นและความตาย

“แย่แล้ว!”

อัจฉริยะเผ่ามนุษย์วิหคพลันเปลี่ยนสีหน้าไปและพยายามจะหยุดเขาทันที

แต่ก็สายเกินไปแล้ว

กำปั้นที่อาบไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวโจมตีร่างกายของยอดฝีมือเผ่ามนุษย์วิหคด้วยความเร็วสูงสุด ทำให้เกิดเสียงดังสะท้านโลกขึ้นในทันใด

ตูม!

เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน แสงศักดิ์สิทธิ์ไร้ที่สิ้นสุดก็ระเบิดออกมาจากร่างกายและสมบัติป้องกันหลากหลายแบบถูกทำลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนเกิดเสียงแตกหักดังลั่น

หลังจากนั้น

กำปั้นก็ทำลายทุกสิ่งกีดขวางและโจมตีเขา

ร่างกายของอัจฉริยะคนนั้นระเบิดทันทีและไอเลือดฟุ้งกระจายไปในห้วงอากาศ

“นี่…”

“เป็นไปได้ยังไง?!”

เมื่อเห็นภาพนี้…

ทุกคนก็ตะลึงงัน..

ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะจากเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือเผ่าพันธุ์มนุษย์วิหค พวกเขาต่างก็อึ้งค้างอยู่กับที่ด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

ต้องรู้ด้วยว่า

อัจฉริยะคนนั้นเป็นหนึ่งในสุดยอดอัจฉริยะของเผ่ามนุษย์วิหคตั้งแต่มีโม่ซางมา เขาทรงพลังอย่างถึงที่สุดและเคยต่อสู้กับเทวะยุทธ์โดยไม่พ่ายแพ้ หรือกระทั่งสังหารสัตว์อสูรระดับเทวะยุทธ์เสียด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้…

เขาถูกฉู่โม่วต่อยตายจริง ๆ เหรอ?!

ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมา จ้องภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบโดยไม่มีใครพูดอะไรทั้งสิ้น

ทั่วทั้งพื้นที่เงียบสงัดลงในทันใด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์