บทที่ 534 สุสานลึกลับ กับ เงาแปลกประหลาด
เมื่อได้สัมผัสมันแล้ว
ฉู่โม่วก็เก็บกายาทวิเนตรไปและหยิบแผนที่สมบัติที่เพิ่งจะได้รับออกมาจากพื้นที่เก็บของ
แผนที่นี้บันทึกตำแหน่งของสมบัติเอาไว้
โดยเฉพาะในสถานที่พิเศษอย่างเขตแดนลับกลืนดารา
เขาสงสัยเกี่ยวกับสถานที่ที่บันทึกเอาไว้และสมบัติที่อาจปรากฏขึ้นได้เป็นอย่างมาก
เขาถือมันไว้ในมือและมองดูอย่างระมัดระวัง
สิ่งนี้ไม่ใช่แผนที่ทั่วไป แต่เหมือนกับม้วนกระดาษภาพเสียมากกว่า ขณะที่ชายหนุ่มค่อย ๆ คลี่มันออกมา ม้วนภาพกระดาษก็สั่นไหวเบา ๆ และปลดปล่อยแสงสว่างออกมาทันที หลังจากผ่านไปสักพัก ลำแสงก็พุ่งออกมาจากม้วนกระดาษและชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง
“ทิศใต้!”
“คล้ายกับทิศที่อาไต๋ชี้ไปเลย หรือว่าจะเป็นที่เดียวกันนะ?”
หัวใจของฉู่โม่วเต้นไม่เป็นจังหวะ
หลังจากนั้น เขาก็เริ่มเคลื่อนไหวและออกตัวไปยังทิศทางนั้นทันที
ร่างสูงบินไปตลอดทาง
หลังจากนั้นไม่นาน
ชายหนุ่มก็เข้าไปในแผ่นดินหลังผืนทะเลของภูเขาศักดิ์สิทธิ์นี้
เมื่อยืนอยู่ใกล้ ๆ แล้วก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของภูเขาศักดิ์สิทธิ์หมื่นปีนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก ยอดเขาสูงตระหง่านดูราวกับว่าเชื่อมต่อท้องฟ้าและผืนโลกไว้ด้วยกัน หมอกมากมายล่องลอยและบดบังทั่วทั้งเทือกเขาเอาไว้ โดยมีรัศมีลึกลับแพร่กระจายกระแสพลังงานแปรปรวนออกมา
“ที่นี่แหละ!”
ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ เพื่อตรวจสอบตำแหน่งของตัวเอง
เขาหยิบม้วนกระดาษออกมาและปล่อยอณูแห่งชีวิตเข้าไปข้างใน
ครืน!
ขณะที่อณูแห่งชีวิตหลั่งไหลเข้าไป แผนที่ก็สั่นไหวอย่างรุนแรงทันที แสงมากมายพุ่งออกมาและมีรัศมีลึกลับราวกับว่าบางสิ่งกำลังก่อตัวขึ้น
หลังจากผ่านไปสักพัก
ครืน!
หลังจากที่เกิดเสียงราวกับคลื่นทะเล จารึกสีทองก็ปรากฏขึ้นบนแผนที่และชี้ไปที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้า ก้อนหินธรรมดาทั่วไปเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงและมีก้อนหินร่วงลงมาราวกับว่ามีตัวตนโบราณบางอย่างฟื้นขึ้นมา
เมื่อรอจนทุกอย่างค่อย ๆ สงบลง
รูขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบริเวณที่เคยมีกำแพงภูเขาอยู่และมีรัศมีลึกลับมหาศาลหลั่งไหลออกมา
“เจ้านาย ฉันรู้สึกได้ว่ามีสมบัติอยู่ข้างในเยอะเลย!”
ในตอนนั้นเอง อาไต๋ที่ยืนเงียบบนไหล่ของฉู่โม่วมาตลอดก็ตะโกนเสียงดังลั่น
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวใจเขาก็เต้นรัวในทันที
“เข้าไปดูข้างในกัน!”
ชายหนุ่มมุ่งหน้าเข้าไป
ข้างในโพรงนั้นมืดสนิทราวกับว่ามีบางอย่างบดบังแสงเอาไว้จนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือของตัวเอง
ดวงตาของฉู่โม่วดูล้ำลึกและมีจารึกลึกลับมากมายลอยอยู่รอบ ๆ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังใช้กายาทวิเนตร
ชายหนุ่มใช้กายเนื้อที่เพิ่งจะได้มาอย่างง่ายดาย
ในตอนนี้ เขาหันไปมองที่ถ้ำอีกครั้งและเห็นว่าไม่มีความมืดมิดอีกต่อไป มันสามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในถ้ำได้อย่างชัดเจนโดยไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง มันเป็นทางเดินยาวเหยียดที่ลึกเข้าไปยังแกนภูเขา ซึ่งดูเหมือนจะมีพื้นที่ขนาดมหึมาอยู่ข้างใน
เพราะใช้กายาทวิเนตรอยู่ จึงเห็นที่มาของทุกสิ่งได้อย่างชัดเจนและไม่ต้องกังวลเรื่องกับดักหรือการซุ่มโจมตีแม้แต่น้อย
แต่ฉู่โม่วก็ยังเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง
ถ้ารอบคอบก็จะอายุยืน
เทพเจ้ามากมายต้องสิ้นใจระหว่างทางและส่วนมากก็พลาดพลั้งเพราะความประมาท
ระหว่างทาง
อากาศภายในถ้ำหนาแน่นและเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นอับ สองข้างทางมีซากศพให้เห็นเป็นครั้งคราว บางครั้งก็ส่องประกายราง ๆ ออกมาและเผยให้เห็นถึงพละกำลังในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ในขณะที่ร่างอื่น ๆ จืดจางไป แค่แตะต้องเพียงนิดเดียวก็กลายเป็นผุยผงได้ในทันที
นอกจากนี้…
ยังมีอาวุธและสิ่งของที่แตกหักอีกมากมาย แต่พวกมันเสียจิตวิญญาณไปแล้ว แม้แต่รัศมีของพวกมันก็สลายไปแล้วเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่นะ ทำไมถึงมีศพเยอะขนาดนี้?”
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
ฟู่ว!
ทันใดนั้น
กระแสแปรปรวนบางเบาเข้ามาใกล้ หัวใจของชายหนุ่มพลันตื่นตัวขึ้น เขาหลบหลีกโดยแทบจะไม่ลังเล
แค่เพียงเสี้ยววินาทีที่หลบออกมา
เขามองเห็นเงาสีดำเลือนรางที่พวยพุ่งมาหา!
เมื่อมองดูให้ดี
เขาก็เห็นว่าเงาดำนั้นเป็นจิตวิญญาณของมนุษย์ แต่ดวงตาของวิญญาณนั้นเป็นสีแดงพร้อมใบหน้าที่ดูบิดเบี้ยวอย่างถึงที่สุด เห็นได้ชัดว่ามันสูญเสียสติปัญญาและกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่รู้จักแค่การสังหารเท่านั้น
“โฮก!”
เงาดำรูปร่างมนุษย์ส่งเสียงคำรามลั่นและโจมตีจิตวิญญาณของฉู่โม่ว แต่ทะเลจิตวิญญาณของชายหนุ่มก็ถูกป้องกันเอาไว้ด้วยกงล้อทองคำปฐมวิญญาณ เขาจึงไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย
ฟุ่บ!
เงาดำรูปร่างมนุษย์พุ่งเข้ามาอีกครั้งและยื่นแขนออกมาเพื่อคว้าชายหนุ่มเอาไว้
ฉู่โม่วยกมือขึ้นและตบมือออกไปปะทะกับกรงเล็บของอีกฝ่าย ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นราวกับเหล็กและทองคำกระแทกกันในห้วงอากาศ
เงาดำไม่ได้สลายหายไปแต่แค่ชะงักไปเท่านั้น
ภาพนี้
ทำให้ชายหนุ่มเผยสีหน้าประหลาดใจออกมาทันที
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกไป แต่พลังกายกว่า 930,000 พลังมังกร ประกอบกับการเพิ่มขึ้น 2 เท่าด้วยอณูแห่งชีวิตและเพิ่มขีดจำกัดอีก 500 เท่านั้น แม้แต่ส่วนเดียวของพละกำลังก็สามารถทำลายโลกได้
แต่ร่างวิญญาณนี้อ่อนแอกว่านั้นแค่นิดเดียวเองเหรอ?
นี่มันอะไรกัน?
ระหว่างที่ฉู่โม่วกำลังสับสนอยู่ในใจนั้น
ว้าว! ว้าว! ว้าว!
ครืน!
ราวกับว่ามีคลื่นทะเลซัดเข้ามา เงาดำนับไม่ถ้วนปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศภายในถ้ำ ทุกตัวมีใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ ดวงตาของพวกมันฉายแสงสีแดง และร่างกายเต็มไปด้วยรัศมีที่ชั่วร้าย เมื่อประกอบกับสภาพแวดล้อมแปลกประหลาดที่นี่แล้ว มันดูพิลึกพิลั่นอย่างถึงที่สุด ดูราวกับนรกไร้ที่สิ้นสุดที่ทำให้ผู้คนต้องหวาดผวา
แต่แน่นอนว่าฉู่โม่วไม่กลัวเลยสักนิด
เมื่อเงาดำเหล่านี้ปรากฏขึ้น แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนก็พร้อมทำงานอีกครั้ง
“โฮก!”
เงาดำทั้งหลายคำรามอย่างพร้อมเพรียงกัน พลังของวิญญาณเหล่านั้นแทบจะเหมือนจริงและทำให้เกิดระลอกคลื่นในห้วงอากาศ เมื่อมันพุ่งเข้ามาใกล้ ทะเลจิตวิญญาณของฉู่โม่วก็เกิดคลื่นโหมกระหน่ำขึ้น
โชคยังดีที่กระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนได้ผ่านการฝึกฝนกงล้อทองคำปฐมวิญญาณมาสี่ครั้งแล้ว ทำให้มันแข็งแกร่งราวกับหิน นอกจากนี้ ปฐมวิญญาณของเขายังแข็งแกร่งถึงขีดสุด มันไม่เกรงกลัวสายลมและเปลวเพลิงแม้แต่น้อย
ดังนั้นแล้ว แม้ว่าจะเกิดความโกลาหลขึ้นในทะเลจิตวิญญาณ ไม่นานพวกมันก็สงบนิ่งลง
และแล้ว
‘เข้ามาเลย!’
‘มาลองกระบวนท่าของฉันหน่อย!’
สายตาของฉู่โม่วมุ่งมั่น แล้วแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนก็พุ่งออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า พวกมันพุ่งผ่านอากาศและถ้ำลึกราวกับลำแสง ไม่ว่ามันจะผ่านไปที่ใด เงาดำนับไม่ถ้วนก็จะกรีดร้องและจางหายไปราวกับว่าเป็นหิมะที่ถูกแสงอาทิตย์แผดเผา
เงาดำมากมายถูกกำจัดไปจนหมดในทันที
หมอกทมิฬยังไม่จางหายไปแต่ลอยอยู่เหนือตำหนักลับ ดูเหมือนว่าพวกมันจะพยายามเรียกเงาออกมาเพิ่ม
ฉู่โม่วไม่ยอมพลาดโอกาสนี้ไปแน่!
“เพลิงพิสุทธิ์ทิศใต้!”
ทันใดนั้น เปลวไฟสีขาวก็ปรากฏขึ้นในมือ ก่อนมันจะขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นทะเลไฟที่แผ่ไปทั่วทุกมุมของถ้ำในทันที!
เพราะห้าอวัยวะภายในของฉู่โม่วหวนคืนสู่จุดกำเนิดแล้ว จึงเกิดจิตวิญญาณอสูรป้องกันร่างกายทั้งห้าขึ้นมา และในขณะเดียวกัน เขาก็ได้รับเพลิงพิสุทธิ์ทิศใต้มาด้วย!
ในฐานะไฟศักดิ์สิทธิ์แห่งหงส์แดง แม้ว่าชายหนุ่มจะใช้เพียงแค่นิดเดียว พลังของมันก็น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด
ไม่ว่าเปลวเพลิงนั้นจะผ่านไปที่ใด หมอกทมิฬทั้งหมดก็ส่งเสียงออกมาและลุกไหม้ไปตาม ๆ กัน แม้แต่ห้วงอากาศก็เผาไหม้และพังทลายลงจนเกิดเสียงดังสนั่น
ในเวลาไม่นาน หมอกทมิฬก็ถูกเผาไหม้จนหมด
ในตอนนี้ เมื่อหันไปมองที่ถ้ำอีกครั้ง เขาก็เห็นว่าสถานที่แห่งนี้สว่างไสวและไม่เลือนรางอีกต่อไป
ภาพเดิมที่เคยเป็นเหมือนนรกกลับกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สงบสุข
เมื่อเห็นภาพนี้
ฉู่โม่วก็เรียกเพลิงพิสุทธิ์ทิศใต้กลับมาและเตรียมเก็บมันเข้าไปฟื้นฟูในร่างกาย
“อะไรน่ะ?”
ทันทีที่เพลิงพิสุทธิ์ทิศใต้กลับมา เขาก็ต้องขมวดคิ้ว
มันใหญ่ขึ้นเหรอ?!
“หรือว่า…”
“พอปะทะกับหมอกทมิฬแล้ว เพลิงพิสุทธิ์ทิศใต้ก็ได้ประโยชน์ด้วยเหรอ?”
ฉู่โม่วตาลุกวาว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์