บทที่ 71 สัตว์อสูรระดับ 5 วานรเผือกอัคนี!
ในตอนนั้น
แสงสีเงินส่องประกายจากมือขวาของฉู่โม่ว และสว่างจ้าออกไปราวกับมีต้นกำเนิดแสงอยู่ภายใน
ประกายแสงนั้นพุ่งออกมาเหมือนกระสุนปืนสู่ท้องฟ้าเสมือนเส้นแสงที่เชื่อมโลกและสวรรค์เอาไว้!
มันสว่างขึ้นเรื่อย ๆ
เพียงครู่เดียว แสงนั้นก็เพิ่มความสว่างจนทุกคนสามารถมองเห็นได้
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่แสงจากดวงจันทร์ถูกบดบังไปเสียหมด
ดวงดาวที่พราวแสงเองก็ยังเปล่งแสงสู้ได้
เมื่อกระบี่ถูกชักออกมา ต่อหน้าเหล่าผู้ปลุกพลังที่เป็นสักขีพยาน กระบี่ในมือของพวกเขาสั่นเทาอันเนื่องมาจากตัวเจ้าของที่กำลังสั่นกลัว
“น… นี่มัน…”
“สิ่งนี้…”
แสงที่เปล่งออกมาจากกระบี่ของฉู่โม่วเสมือนแสงแห่งชัยชนะที่สร้างมาจากแสงของดวงจันทร์และดวงดาวที่ดับมอดไป เสิ่นจิ้นและปรมาจารย์ยุทธ์คนอื่น ๆ เองที่กำลังจ้องมองสิ่งนี้อยู่ต่างก็มีสีหน้าตกตะลึงไม่ต่าง
ซู่…
ไม่นานนัก เส้นแสงนั้นก็จางลงและหายวับไปในทันที
แต่นั่นก็ทำให้เหล่าสัตว์อสูรระดับ 4 ทั้งเจ็ดตัวที่ก่อนหน้านี้ ล้วนแต่กำลังดิ่งเข้าหาฉู่โม่วหยุดนิ่งไปกลางทางไปด้วย
เวลายังคงเดินอยู่ทุกวินาที แต่กลับไม่มีสิ่งใดขยับเลย
มันยากมากที่จะรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะยังคงเป็นต่อไปอีกนานแค่ไหน
ฟิ้ว…
สายลมอ่อน ๆ เริ่มพัดโชยมาอีกครั้ง
ร่างของสัตว์อสูรระดับ 4 ที่ปลดปล่อยกลิ่นอายที่ทรงพลังออกมาก็เริ่มสั่นเทา
วินาทีต่อมา
มันก็ระเบิดออก!!
รอยแตกแยกปรากฏขึ้นทั่วร่างของสัตว์อสูรตนนั้นก่อนที่มันจะระเบิด ส่งผลให้เกิดฝนโลหิตกระจายไปทั่วและตกลงมาบนชิ้นเนื้อของมันเอง!
และนี่…
แค่เริ่มต้น!
หลังจากที่สัตว์อสูรระดับ 4 ตัวแรกร่างสลายกลายเป็นเศษซากไปแล้ว สัตว์อสูรระดับ 4 ตัวอื่น ๆ ก็ระเบิดแบบเดียวกันตามไป!
เสียงของร่างที่ระเบิดนั้นไม่ดังมากนัก…
แต่ก็ดังมากพอที่จะทำให้คนอื่น ๆ ได้ยินหลังจากที่มันระเบิดไล่กันทุกตัว และเสียงของระเบิดนั้นค่อนข้างที่จะเหมือนเสียงของสายฟ้าที่ระเบิดตัวออกเสียมากกว่าชิ้นเนื้อที่ถูกฉีกขาดมากกว่า!
สีหน้าของมนุษย์ที่เป็นประจักษ์พยานในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ต่างซีดเผือดไปตามกัน ร่างกายของพวกเขาสั่นไหวราวกับกำลังโดนบีบคั้นด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น
เพียงหนึ่งกระบี่ก็สามารถกำจัดสัตว์อสูรได้มากถึงเจ็ดตัว!
สัตว์อสูรระดับ 4 พวกนี้ถือว่าเป็นสัตว์อสูรระดับที่สูงมาก หากเทียบกับมนุษย์ พวกมันก็น่าจะเป็นผู้ปลุกพลังขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ได้เลย!
ภาพที่น่าสะพรึงและเชื่อได้ยากเช่นนี้ ….ทำเอาทุกคนที่ได้พบเห็นรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังฝันไป แม้ว่าเมื่อตอนปรากฏตัวก่อนหน้านี้ ฉู่โม่วจะแสดงให้เห็นถึงพลังสายฟ้าสมบูรณ์ของเขาในการฆ่าสัตว์อสูรมามากมายแล้วก็ตาม
แต่สัตว์อสูรระดับ 4 พวกนี้ไม่ใช่ชั้นต้นหรือชั้นกลางเหมือนตัวอื่น ๆ!
แถมฉู่โม่วผู้ที่เพิ่งจะกำจัดสัตว์อสูรระดับสูงเหล่านี้ไป ยังคงมีท่าทีผ่อนคลายอีกด้วย เขาไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย!
ชายหนุ่มเหมือนคนที่กำลังยืนอยู่หัวเรือขณะที่เรือกำลังแล่นรับลมสบาย ๆ หรือไม่ก็กำลังนั่งอยู่บนเมฆแล้วรับชมดวงอาทิตย์ยามเช้าก็มิปาน
…
โลกตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ
ทุกคนล้วนตกตะลึงจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
ในส่วนของฉู่โม่ว
หลังจากที่ใช้กระบวนท่านั้นฉีกร่างของสัตว์อสูรจนเสร็จก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา
ถึงกระนั้น สีหน้าของชายหนุ่มกลับเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอด
กระบวนท่าเมื่อครู่นี้แม้จะดูเหมือนสุ่มใช้ แต่แท้จริงแล้วมันกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นเลย
ตอนที่ชักกระบี่ออกมา ความรู้สึกที่เหมือนสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างในความมืดผุดขึ้นมา ทว่าพอคิดจะคว้าจับเอาไว้ เขากลับไม่สามารถคว้าอะไรมาได้ทั้งสิ้น
ฉู่โม่วทำได้เพียงขมวดคิ้ว มือที่ค้างอยู่ในท่าจับกระบี่ก่อนหน้าค่อย ๆ คลายลงและวางไว้ข้างลำตัว เขาแบมือออกมาราวกับพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
“ไอ้พวกหนอนแมลง!”
“พวกเจ้ามันรนหาที่ตาย!”
ทว่าในขณะที่ฉู่โม่วกำลังพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั้น
จู่ ๆ เสียงก้องกังวานก็ดังขึ้นมาจากที่ไกลแสนไกล
เสียงนั้นทุ้มใหญ่เสียจนครอบคลุมผืนฟ้าได้เลย
ตามเสียงมาติด ๆ
ร่างขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมาจากที่ไกลห่าง
ร่างของลิงยักษ์ที่ปกคลุมไปด้วยขนสีขาว หากนอกเหนือจากขนสีขาวโพลนนั้นแล้ว ร่างของมันยังมีเปลวเพลิงปะทุออกมาตลอดเวลาด้วย และลิงประหลาดตนนี้ก็กำลังวิ่งตรงเข้ามาทางฉู่โม่ว!
เมื่อมันเข้ามาใกล้มากขึ้น
เจ้าตัวนี้จะต้องเป็นหัวหน้ากลุ่มสัตว์อสูรในครั้งนี้แน่ ๆ และดูเหมือนว่ามันจะทลายขีดจำกัดก้าวขึ้นเป็นระดับ 5 เรียบร้อยแล้ว !
“พวกมนุษย์!”
“เจ้าสังหารพวกพ้องของข้าไปเสียมาก ไม่ว่าอย่างไร พวกเจ้าก็ต้องตาย!”
วานรเผือกอัคนีหยุดเคลื่อนที่ มันมองลงมายังเหล่ามนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่เบื้องหน้าแล้วตะโกนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ใครจะตาย พูดผิดพูดใหม่ได้นะ!”
ฉู่โม่วสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกำด้ามกระบี่ยาวในมือไว้ให้แน่น
ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าอสูรวานรเผือกตรงหน้าทรงพลังมาก ๆ
พลังของมันสูงกว่าขั้นปรมาจารย์ยุทธ์!
มันทำให้เขารู้สึกได้ถึงความอันตราย!
ทำไมกันนะ แม้เขาจะผ่านการต่อสู้กับสัตว์อสูรมานับไม่ถ้วนก็จริง แต่ถ้าพูดกันตามตรง เขาไม่เจออุปสรรคอะไรเลยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เสมือนว่าแล่นเรือใบในวันที่ท้องทะเลสงบ ไม่เคยจะต้องมาประสบกับเหตุการณ์ที่น่าบีบคั้นหัวใจขนาดนี้มาก่อน!
มีเพียงวานรเผือกอัคนีตนนี้จริง ๆ ที่ทำให้รู้สึกถึงความอันตรายแบบสุดขั้ว!
ทว่าความอันตรายนั้นไม่ใช่ความหวาดกลัว
มันคือความท้าทาย!
เลือดในกายของชายหนุ่มกำลังเดือดพล่าน! หนทางสู่การเป็นยอดยุทธ์ มันต้องแบบนี้สิ!
ความท้าทายเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตควรค่าแก่การได้เติบโต! ดังนั้นเขาไม่มีวันถอดใจ! และจะกู่ร้องอย่างกล้าหาญในทุก ๆ ครั้งที่ต้องเผชิญกับสิ่งที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้!
แล้วยิ่งเมื่อครู่นี้
กระบวนท่าที่เพิ่งจะใช้ไปโดยที่ยังไม่เข้าใจถึงขั้นตอนที่ชัดเจนของมันนั้น…
ดังนั้น เจ้าลิงยักษ์ตนนี้จะต้องกลายมาเป็นหินลับกระบี่ให้เขา! ไม่ว่าจะอย่างไร เขาจะต้องจับหลักและเข้าใจถึงตัวกระบวนท่าลึกลับนั่นให้ได้!
มันมีความรู้สึกว่า
ถ้าหากทำความเข้าใจสิ่งนี้ได้
กระบี่นี้จะทวีความน่ากลัวมากขึ้นไปอีก!
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วก็ก้าวเท้าขึ้นไปด้านหน้า ทั่วทั้งร่างกายกำลังสูบฉีดเลือดที่เดือดพล่าน ในขณะเดียวกันก็กลั่นเอาอาภรณ์แห่งพลังให้คลุมร่างตนเองไว้
ชายหนุ่มทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า
“มาวัดกันเลยเซ่!”
กระบี่ในมือถูกชักฟันออกไปด้านหน้าพร้อมเสียงตะโกนที่เปล่งออกมาพร้อมกับพลัง “ฉันจะทำให้ดูเอง ว่าฝั่งที่จะตายน่ะ มันแก ไม่ใช่ฉัน!!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์